
กันตลักษณ์ หงส์ลดารมภ์ ‘ชีวิตติดศิลปะ’
“...ชื่นชอบศิลปะ ชอบของสวยๆ งามๆ และชอบงานอาร์ต...”
“...ชื่นชอบศิลปะ ชอบของสวยๆ งามๆ และชอบงานอาร์ต...”
เรื่อง : ปอย ภาพ : วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี
“...ชื่นชอบศิลปะ ชอบของสวยๆ งามๆ และชอบงานอาร์ต...” คือคำจำกัดความรสนิยมผู้บริหารมาดนิ่งสง่าดูเรียบง่าย “หญิง” กันตลักษณ์ หงส์ลดารมภ์ งานอดิเรกของกรรมการผู้จัดการ บริษัท เพลย์แอ็กท์ ดีเวลลอปเม้นท์ บอกว่า ส่วนใหญ่จึงเป็นการเดินเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ทั้งในและต่างประเทศ ส่วนของสะสมก็คงไม่พ้นงานศิลปะของสวยงามสไตล์แอนทีก
รสนิยมวิไลนี้ชื่นชอบศิลปะ สอดคล้องกับการเปิดตัว “เพลย์แอ็กท์” โรงเรียนสอนศิลปะการแสดง ซึ่งสอนทั้ง 3 ศาสตร์ ได้แก่ การร้องเพลง การเต้น และการเล่นละคร ในระบบ 2 ภาษา (Bilingual) สร้างเสริมความคิดสร้างสรรค์ ความมั่นใจ และจินตนาการผ่านการเรียนรู้เรื่องแอ็กติงของเด็กไทย แต่สำหรับเจ้าของสถาบันบอกพร้อมเสียงหัวเราะเบาๆ สบายใจว่า แวว “ดรามา” ของเธอตอนนี้ขอเป็นฝ่ายปลุกความฝัน ก็น่าจะดีกว่าเดินตามฝัน เพราะการนั่งมองเด็กๆ ร้องเต้น เล่นละคร สนุกสุขใจกว่าเยอะมาก
“ดิฉันไม่ได้ร่ำเรียนมาทางศิลปะเลยค่ะ แต่เรียนอินเตอร์เนชันแนล บิซิเนส ดิฉันเรียนจบปริญญาตรี สาขาเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยบอสตัน เรียน 3 ปีค่ะ จบเมื่อปี 1993 ปีนั้นมีเด็กไทยจบเพียง 2 คนเท่านั้นเอง จากนั้นต่ออีกใบปริญญาโท MBA สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชอบอาร์ตมาแต่ไหนแต่ไร...คนก็ถามว่าแล้วทำไมเรียนจบด้านธุรกิจ?
ต้องบอกตามตรงค่ะว่า เป็นการร้องขอจากคุณพ่อ (ลิขิต หงส์ลดารมย์) คุณแม่ (พรทิวา พรประภา) บอกว่าครอบครัวมีธุรกิจตั้งเยอะแยะ ขอให้ลูกเรียนมาทางนี้ เพราะอย่างไรก็ต้องมาสานต่ออยู่แล้ว ซึ่งดิฉันคิดว่าไม่เป็นไร... ดิฉันได้ไปเรียนเมืองนอกที่ออสเตรเลียตั้งแต่เด็ก 7 ขวบนั่นเองค่ะ แล้วไปต่อไฮสกูลที่สวิตเซอร์แลนด์ เมื่อเรียนจบแล้วมาอยู่เมืองไทยสักพักแล้ว จึงขอครอบครัวไปอเมริกา คือได้เห็นอะไรหลากหลาย ได้เดินทางเรียนรู้อะไรใหม่ๆ มาโดยตลอด ซึ่งดิฉันก็เชื่อนะคะว่าเราเรียนรู้นอกระบบเองก็ได้” กันตลักษณ์ บอกเล่าด้วยรอยยิ้มเบาๆ มุมปาก
การเรียนจบด้านธุรกิจจึงเริ่มงานในแวดวงการเงินอยู่สักพัก แต่ที่สุดเสียงปี่กลองเรียกร้องในหัวใจไม่ไหว “เพลย์แอ็กท์” โรงเรียนสอนศิลปะการแสดงทุ่มทุนกว่า 10 ล้านบาท เริ่มต้นธุรกิจใหม่ในทางที่ถนัดขึ้นมาในวันนี้
“แนวคิดของเพลย์แอ็กท์ไม่ใช่เทรนด์ธุรกิจที่ตอบสนองปั้นเด็กป้อนส่งเข้าวงการบันเทิงนะคะ เราไม่ได้เป็นเทรนเซตเตอร์ค่ะ แต่เราเป็นโพรไวเดอร์ให้เด็กแต่ละคนสามารถนำสิ่งที่เรียนไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน ดิฉันใช้ตัวเองเป็นต้นแบบในเรื่องการเรียนนอกระบบค่ะ คือเราต้องเรียนในทางเลือกของคุณพ่อคุณแม่ การนำเสนอโอกาสทางการเรียนนอกห้องให้เด็กๆ ไทย จึงเป็นการเรียนรู้อีกทางที่ดิฉันคิดว่าบางครั้งเราต้องหยิบยื่นให้ลูกด้วยนะคะ” กันตลักษณ์ ว่า และแรงบันดาลใจในงานครั้งนี้คือลูกสาวตัวน้อยวัย 7 ขวบ “น้องเคย์” ซึ่งโดยกลุ่มหลักเด็กในช่วงวัย 47 ขวบ เป็นช่วงอายุที่เหมาะในฝึกเรียนรู้มากที่สุด
“ชื่อลูกสาว Kaye ภาษาละตินแปลว่าผู้ที่มีความสุข สมชื่อค่ะ เขาเป็นเด็กร่าเริงมาก เรื่องการแสดงทำได้ทุกอย่าง (บอกพร้อมรอยยิ้ม) แล้วก็ชอบงานอาร์ตเหมือนดิฉัน ที่บ้านสะสมงานศิลปะไว้หลายชิ้น เพราะชอบกันทั้งแม่ทั้งลูก เราเดินทางไปต่างประเทศดูละครมิวสิกคัล...เอนจอยกันมาก” กันตลักษณ์ บอกสไตล์เริ่มต้นจากความรัก สิ่งที่เลือกทำ ณ เวลานี้ จึงดูเหมือนจะเกี่ยวพันกับศิลปะทั้งสิ้น
5 รสนิยมวิไลสไตล์หัวใจอาร์ต
เข็มกลัดพิงก์คอรัล “ดิฉันชอบใส่เข็มกลัด ชิ้นนี้เพื่อนรักสมัยเด็กๆ ซื้อให้ ดิฉันตกหลุมรักเครื่องประดับชิ้นนี้ตั้งแต่แรกเห็นเลยค่ะ” กันตลักษณ์ บอกรูปทรงดอกไม้เห็นแล้วสบายใจดีทุกครั้งเลย และเล่าให้ฟังถึงการคบหาเพื่อนคนนี้มายาวนานกว่า 30 ปี เคล็ดลับที่ไม่ลับก็แค่เลือกคบคนที่รักเรา เลือกพูดคุย คบหาให้ใจ ในกลุ่มคนพูดจามีแนวความคิด มีมุมมองในเรื่องเดียวกัน “หญิงให้ความสำคัญกับเรื่องไลฟ์สไตล์ค่ะ และคิดว่านี่คือเรื่องใหญ่ในชีวิต เช่นการชอบศิลปวัฒนธรรม ได้ศึกษา ได้คลุกคลีแล้วก็มีความสุขทุกครั้ง”
ดินสอสมุดจดไดอะรีแบรนด์ “มูจิ” ไม่ใช่ต่อต้านเทคโนโลยี แต่ให้ความสำคัญกับกระดาษ กับหนังสือ กันตลักษณ์ บอกเชื่อว่าบางสิ่งบางอย่างซึ่งให้ความรู้สึกดีๆ ความเรียบง่าย “เมโมรีผ่านการจด” คือความคลาสสิก ดินสอสีใช้เขียนบันทึกความจำได้สวยงามมาก “เรื่องแอกทิวิตีที่ต้องทำให้ลูก ใช้สีหนึ่ง เรื่องงานประชุมก็อีกสีหนึ่งค่ะ” กันตลักษณ์ บอก
นาฬิกาข้อมือ “คาร์ล เอดู อาร์ด บุคเคอเรอร์” สัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ เป็นเครื่องบอกเวลาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี รังสรรค์เครื่องบอกเวลาคุณภาพสูงด้วยความประณีตและเปี่ยมคุณภาพ กันตลักษณ์ บอกว่า นาฬิกาเรือนแรกที่เธอเลือกสวมก็คือยี่ห้อนี้
ซีดีเพลง “ชอบทุกเพลงของ เดวิด ฟอสเตอร์ เพราะเพลงเมื่อ 20 ปีที่แล้ว หยิบฟังวันนี้ก็ยังไพเราะนะคะ”







