posttoday

อารักษ์ อ่อนวิลัย วาดตามใจ ลายเส้นสนุก

21 มกราคม 2559

โดย...แจนยูอารี ภาพ : วิศิษฐ์ แถมเงิน

โดย...แจนยูอารี ภาพ : วิศิษฐ์ แถมเงิน

ในวงการคอมิกและภาพประกอบ เรียกเขาว่า “สเลดทอย” ส่วนชื่อจริงนามสกุลตามบัตรประชาชนคือ “อารักษ์ อ่อนวิลัย” ชื่อเล่นใครๆ ก็เรียกว่า “ต๊อด” ผลงานของเขานับไม่หวาดไม่ไหว มากมายและล้วนสะท้อนตัวตนชัดเจน บางชิ้นสินค้าก็เป็นฝีมือเขานี่ล่ะออกแบบ ป้ายโฆษณาและโปสเตอร์มหกรรมคอนเสิร์ตเด็กแนวก็ใช่ ยังไม่รวมคอมิกที่เป็นเล่มๆ อีกเพียบ

ล่าสุด “กูลิโกะ” คอมิกยั่วเย้าเคล้าด้วยอารมณ์เสียดสี สนุกฮา และบ้าพลัง ที่ทำเอาสาวก “โดราเอมอน” ต้องเกิดอาการผวาและเงิบเล็กน้อย เมื่อเขานำหุ่นยนต์แมวเหมียวมาตีความใหม่ ใส่ความเป็นตัวเองแบบไม่ยั้ง ภาษาและลายเส้นโดดเด่นเป็นที่สะดุดตา ไม่รวมมุขจิกกัดแรงๆ โดยไม่สนใจไวยากรณ์และความสุภาพเรียบร้อย (ฉะนั้นครูภาษาไทยคิดจะอ่านโปรดใช้วิจารณญาณ !!!

“ส่วนตัวก็ชอบโดราเอมอนนะครับ แต่โดราเอมอนโลกสวย ก็เลยอยากเขียนการ์ตูนแบบมีความกวนส้นตีน มีความระยำอยู่ด้วย (หัวเราะ) ผมก็ใส่เต็มที่เลยโดยไม่สนใจเรื่องลิขสิทธิ์ แต่คิดว่าคงไม่โดนหรอก เพราะผมก็เบี่ยงมาเยอะละ ก็เป็นอีกด้านหนึ่งของผมนะที่เป็นคนชอบเล่าเรื่องแบบกวนส้นตีน ชอบจิกกัดสังคม

จริงๆ กูลิโกะเขียนมานานละนะ น่าจะ 5 ปีครับ แต่เพิ่งเอามารวมเล่ม ก่อนนั้นลงเป็นคอลัมน์อะไรก็ฮาในการ์ตูนเครือบรรลือสาส์น เทียบกับนักเขียนคนอื่น ผมไม่มีความเป็นนักเขียนเลยครับ ผมกระจอกที่สุดแล้วมั้ง ก็คุยกับบรรณาธิการจะเอาเรื่องนี้มารวมมั้ย ปรากฏผ่าน เรื่องนี้ผมสนุกมากเลยนะครับ เหมือนผมได้เป็นตัวของตัวเองแทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ คนที่เคยเสพงานผมมาก่อน จะรู้เลยว่าในเรื่องนี้มันมีครบครับ มีความกวนส้นตีน มีคำหยาบคาย มีของลับ มีนม ซึ่งผมเขียนเรื่องนี้ก็ไม่ได้หวังว่าคนอ่านจะต้องได้อะไรนะ มันคือความอยากเล่าอยากวาดของผมล้วนๆ เพราะมันสนุกและคิดว่าคนอ่านก็น่าจะสนุกเหมือนกัน ไม่ได้ลึกซึ้งเหมือนพี่นิ้วกลมเลยครับ งานผมตื้นมากครับ เผินๆ อ่านเอายิ้ม จบละ มีความสุข คือผมอยากให้มันเป็นหนังสืออ่านคั่นเวลา ไม่ต้องหนัก อ่านเอาเพลิน ขำเล็กๆ มากกว่า มุขก็มาจากผม ผมเขียนไปก็ขำนะ แต่ไม่รู้ว่าคนอื่นจะขำด้วยหรือเปล่านะ แล้วมันก็ไม่ใช่ผลงานเอาไว้โชว์โปรไฟล์ตัวเองเลย”

การทำงานของอารักษ์ตอนนี้อยู่ในฐานะฟรีแลนซ์เต็มตัว ก็ไม่นานนี่เองที่เขาตัดสินใจออกมาเป็นฟรีแลนซ์ โดยเหตุผลสั้นๆ คือเบื่อวันจันทร์และการนั่งรถไปทำงาน

“ทำงานประจำอยู่ 2 ปี ไม่ไหวละ รู้สึกว่าการทำงานประจำไม่ใช่และไม่สนุก ตอนลาออกมาจากงานประจำผมก็ไม่มีแพลนอะไรเลยครับ เพราะผมเป็นคนไม่มีระบบในชีวิตอยู่แล้ว แค่รู้สึกเบื่อวันจันทร์ เบื่อกับการต้องนั่งรถไปทำงาน ตอนนั้นตั้งใจกะจะวาดรูปเป็นอาชีพให้ได้ และกว่าจะเป็นงานได้ก็ลำบากประมาณหนึ่งเหมือนกันนะครับ

ตอนที่ลาออกจากงานประจำก็ไม่เห็นว่ามันจะเป็นอาชีพได้เลยนะครับ เพราะผมเองก็ไม่ใช่มีชื่อเสียง ถ้าไม่ใช่คนดังระดับหนึ่งก็ยาก เพียงแต่ผมกำลังค้นหาคำตอบให้ตัวเองว่าอะไรคือความสุข กำลังอินกับมันอยู่ไง (หัวเราะ) ก็คิดแค่ว่าเอาวะ ถ้าเราเชื่อว่าทำไปเรื่อยๆ เดี๋ยวมันก็คงได้เงินเองแหละ พอมาถึงวันนี้ มันก็โอเคนะ มันเป็นอาชีพที่เลี้ยงตัวเองได้ และรายได้ก็ดีทีเดียว”

โชคดีอย่างหนึ่งที่ทำให้ชื่ออารักษ์เป็นที่จับตามองและมีงานหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาด เพราะเขามีโอกาสร่วมงานกับสินค้าชั้นนำ ได้โชว์ความเป็นตัวเองผ่านลายเส้นอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ มีอิสระคิดตามใจปรารถนา

“งานตอนนี้ก็แบ่งแนวทางชัดเจนนะครับ งานคอมเมอร์เชียลผมก็ทำ งานส่วนตัวผมก็ทำ แต่ก่อนเลยนะอยากเป็นอาร์ติสต์ระดับโลก แต่พอได้ทำงานกับแบรนด์ดังๆ มันก็ทำให้ผมรู้สึกว่าอยากจะแสดงงานส่วนตัว อยากทำงานที่ตัวเองสนใจจริงๆ ถ้าวัดจากมิติความสนใจของตัวเองก็เริ่มเข้าใจ ช่วงแรกมันคือการทำงานเพื่อขายงาน ทำยังไงถึงจะขายงานได้ ตอนนี้ก็สนใจเรื่องเม็ดเงินให้น้อยลง ซึ่งผมก็ทำได้ละนะ ตอนนี้ก็พยายามจะทำงานที่ตัวเองอยากทำจริงๆ พยายามจะทำอะไรที่เป็นงานศิลปะที่ตรงกับตัวเองมากขึ้น สะท้อนสังคมและแสดงคุณค่าของตัวเองผ่านผลงานด้วย”

ด้วยมุ่งมั่นและความตั้งใจเต็มเปี่ยม นั่นทำให้อารักษ์กำลังคิดจะแสดงผลงานในรูปแบบนิทรรศการ แฟนๆ ของเขาอดใจรอ ได้ชมแน่นอน เดือน ก.ค.ที่จะถึงนี้

“ในแง่ของการทำงานศิลปะ ผมก็เคยคิดว่ามันเลี้ยงชีพได้ จบละ และผมก็เคยตั้งคำถามแค่ไหนถึงจะพอ ถามตอนนี้ผมเองยังไม่มีคำตอบนะครับว่าเป้าหมายสูงสุดคืออะไร แต่ที่แน่ๆ ผมจะทำงานเพื่อจัดแสดงในแกลเลอรี่ เป็นงานใหม่หมดเลย ก็ยังไม่ตกผลึกว่างานจะออกมาแนวไหน เพราะที่สุดแล้ว ผมว่ามันคงไม่ใช่เรื่องว่าจะเป็นงานแนวไหนยังไง อาจเป็นงานง่ายๆ ที่มีความน่าสนใจอยู่ที่กระบวนการคิด แล้วอีกในแง่หนึ่งผมก็อยากบวชเป็นพระ คือเรื่องศาสนานี่สนใจตั้งแต่เด็กละ ก็มีรุ่นน้องผม สายเดียวกับผมเลย ไปบวชเป็นพระละ แล้วก็ไปวาดผนังวัดครับ ลึกๆ ผมก็สนใจ แต่ก็ยังไม่กล้าเพราะกลัวบวชแล้วไม่ยอมสึก”

ข่าวล่าสุด

จากช่างแต่งหน้ากองถ่าย สู่เจ้าของอาณาจักร 10 ล้านบาทกลางทองหล่อ!