posttoday

‘เกาะเจจู’ ความแปลกที่ไม่เหมือนใคร

25 พฤษภาคม 2556

หากจะพูดถึงเกาะที่มีความโดดเด่นที่สุดในอาณาบริเวณคาบสมุทรเกาหลี คงจะเป็นเกาะไหนเสียไม่ได้นอกจาก เกาะเจจู ซึ่งตั้งอยู่ทางใต้สุดของประเทศเกาหลีใต้

หากจะพูดถึงเกาะที่มีความโดดเด่นที่สุดในอาณาบริเวณคาบสมุทรเกาหลี คงจะเป็นเกาะไหนเสียไม่ได้นอกจาก เกาะเจจู ซึ่งตั้งอยู่ทางใต้สุดของประเทศเกาหลีใต้ ห่างจากแผ่นดินใหญ่ราวๆ 150 กิโลเมตร มีขนาดพื้นที่ 1,849 ตารางกิโลเมตร หรือมีขนาดใหญ่กว่าเกาะภูเก็ตประมาณ 3.5 เท่า (เกาะภูเก็ตมีพื้นที่ 543 ตารางกิโลเมตร) เกาะนี้มีความยาวทั้งสิ้น 73 กิโลเมตร และกว้าง 31 กิโลเมตร นอกจากนั้นยังมีภูมิประเทศสวยงามและแปลกตาชวนพิศวง

Jeju World Natural Heritage Center คือสถานที่สามารถไขปริศนาความพิศวงของเกาะแห่งนี้ ซึ่งเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 4 ก.ย.ในปีที่ผ่านมา ภายในจัดแสดงการจำลองความสวยงามและความมหัศจรรย์ของธรรมชาติบนเกาะเจจู เพื่อให้ผู้เข้าชมได้เรียนรู้ผ่านนิทรรศการที่นำเอาเทคนิคการจัดแสดงด้วยแสงสีเสียงทันสมัยมาช่วยเพิ่มความน่าตื่นตาและความน่าสนใจ เช่น การใช้จอโปรเจกเตอร์แบบ 360 องศา สำหรับการจัดแสดงภาพ 3 มิติ บอกเล่าถึงการเกิดขึ้นของเกาะเจจูเมื่อครั้งยังเป็นภูเขาไฟใต้ท้องทะเล จนกระทั่งโผล่เหนือน้ำและกลายมาเป็นภูเขาไฟฮัลลาซานที่มีความสูงถึง 1,950 เมตร นอกจากนั้นแล้วยังจัดแสดงพรรณไม้ต่างๆ ที่ค้นพบบนเกาะแห่งนี้ รวมไปถึงหลักฐานทางธรณีวิทยาเกี่ยวกับซากดึกดำบรรพ์และหินลาวาแปลกตา ซึ่งล้วนแล้วแต่มีคุณค่าทางธรณีวิทยาและเหมาะสำหรับการศึกษาวิจัยมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ความสวยงามทางธรรมชาติบนเกาะเจจูเป็นเสน่ห์ที่สามารถสร้างให้เป็นจุดขาย ซึ่งทำให้มีสถานที่ท่องเที่ยวที่เกี่ยวเนื่องกับธรรมชาติอยู่หลายแห่ง เช่นที่ฮิวแอรีเนชั่นแนลลีฟวิ่งปาร์ก ( Hueree Natural Living Park ) ที่มีแนวคิดต้องการให้เป็นสถานที่ที่ครอบครัวสามารถใกล้ชิดกับธรรมชาติและสัตว์ ดังนั้นที่นี่จึงแบ่งสถานที่ออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนแรกเป็นสวนสัตว์ที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้ใกล้ชิดและทำความรู้จักกับสัตว์ท้องถิ่นของที่นี่ นั่นก็คือหมูดำและม้า ส่วนที่สองคือ สวนพรรณไม้ที่มีการจัดสวนอย่างสวยงาม ประกอบไปด้วยพรรณไม้พื้นถิ่นที่หายากและควรค่าแก่การอนุรักษ์หลายสายพันธุ์ รวมไปถึงทุ่งดอกยูแจที่กำลังออกดอกบานสะพรั่งสีเหลืองอร่าม จึงเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูป มากไปกว่านั้นในฤดูเก็บเกี่ยวส้มฮัลลาบอง ซึ่งเป็นสายพันธุ์ส้มที่ขึ้นชื่อของเจจู นักท่องเที่ยวก็สามารถเข้ามาเก็บส้มติดไม้ติดมือกลับบ้านไปแบบฟรีๆ ได้อีกด้วย

ถัดไปไม่ไกลมากนัก เป็นที่ตั้งของสวนพฤกษศาสตร์ที่ถูกพัฒนาขึ้นให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแรกสุดบนเกาะเจจู นั่นก็คือที่สวนพฤกษศาสตร์ฮาลิม (Halim Park) ถูกสร้างขึ้นเมื่อ 40 ปีที่แล้ว เพราะผู้สร้างเล็งเห็นว่าเกาะเจจูจะกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในอนาคต ภายในแบ่งส่วนจัดแสดงออกเป็น 3 ส่วน คือ สวนพฤกษศาสตร์ สวนสัตว์ และหมู่บ้านวัฒนธรรมที่มีการจำลองเอาบ้านและอุปกรณ์ในการดำรงชีพของชาวเจจูพื้นเมืองมาไว้ให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้ นอกจากนั้นแล้ว ภายในสวนแห่งนี้ยังมีถ้ำยอบเจกุล (Hyeopjaegul) ซึ่งเป็นถ้ำที่เกิดขึ้นเมื่อครั้งภูเขาไฟฮัลลาซานเกิดการระเบิดครั้งใหญ่และลาวาร้อนใช้ถ้ำแห่งนี้เป็นเส้นทางไหลลงสู่ทะเล

ความสวยงามทางธรรมชาติและวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ได้ทำให้เกาะเจจูเป็นปลายทางท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมสูงสุดสำหรับชาวเกาหลี ดังนั้นปัจจุบันเกาะแห่งนี้จึงมีรายได้หลักมาจากการท่องเที่ยว การเกษตร และการประมง ตามลำดับ ด้วยเหตุนี้การท่องเที่ยวที่นี่จึงถูกจำแนกออกเป็นหลายประเภท หนึ่งในนั้นคือการใช้เป็นสถานที่แต่งงานและฮันนีมูน เพราะเนื่องด้วยบรรยากาศแวดล้อมที่โรแมนติก ส่งผลให้เกาะเจจูเป็นสัญลักษณ์ของความรักความโรแมนติกและรวมไปถึงเพศศึกษา กระทั่งในปี ค.ศ. 2002 เหล่าบัณฑิตศิลปินจากมหาวิทยาลัยฮองกิก (Hongik University) ในกรุงโซล ได้เริ่มสร้างงานศิลปะแบบฉีกแนวเกี่ยวกับเพศศึกษาบนพื้นที่สวนขนาดประมาณ 2 สนามฟุตบอล และเปิดให้เข้าชมครั้งแรกในเดือน พ.ย. 2004 ภายใต้ชื่อว่า “Love Land” โดยจัดแสดงงานศิลปะของศิลปินกว่า 20 ท่านที่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยศิลปะชั้นนำของประเทศ ซึ่งได้ร่วมกันสร้างงานประติมากรรมกว่า 140 ชิ้น ที่มีแนวคิดเกี่ยวกับเรื่องเพศศึกษาในรูปแบบที่เปิดเผยและโจ่งแจ้ง ที่นี่เปิดบริการทุกวันและคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัย ซึ่งส่วนใหญ่มักจะออกอาการตื่นตาตื่นใจและสนุกสนานไปงานศิลปะที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน

ความสวยงาม แปลกตา และความน่าสนใจของเกาะเจจูยังมีอยู่ในสถานที่อีกมากมาย การเดินทางไปท่องเที่ยวยังเกาะเจจูอาจไม่ใช่อุปสรรคใหญ่อีกต่อไป เพราะทุกวันนี้ประเทศเกาหลีใต้เป็นหนึ่งในประเทศที่มีระบบคมนาคมเชื่อมต่อกันได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว เช่น รถไฟเชื่อมต่อระหว่างสนามบินนานาชาติอินชอนและสนามบินกิมโพ ซึ่งสามารถย่นระยะเวลาในการเปลี่ยนเครื่องภายในประเทศได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว หากใครสนใจอยากจะสัมผัสกับอีกมุมมองหนึ่งของประเทศเกาหลีใต้ สามารถขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลีประจำประเทศไทย ตั้งอยู่ที่เอสพละนาดรัชดาฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงนี้เกาะเจจูกำลังตรงกับฤดูใบไม้ผลิ ดังนั้นทั่วทั้งเกาะกำลังบานสะพรั่งไปด้วยดอกไม้และมีอากาศเย็นสบายๆ ประมาณ 15-20 องศาเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

จากช่างแต่งหน้ากองถ่าย สู่เจ้าของอาณาจักร 10 ล้านบาทกลางทองหล่อ!