เทรนด์ไมโครเผยแฮ็กเกอร์ใช้บิตคอยน์เรียกค่าไถ่
เทรนด์ไมโครเผยแรนซัมแวร์ยังมาแรง แฮ็กเกอร์ใช้บิตคอยน์ในการเรียกค่าไถ่แนะองค์กรควรพร้อมรับมือภัยคุกคามจากเอไอ
เทรนด์ไมโครเผยแรนซัมแวร์ยังมาแรง แฮ็กเกอร์ใช้บิตคอยน์ในการเรียกค่าไถ่แนะองค์กรควรพร้อมรับมือภัยคุกคามจากเอไอ
นายวุฒิไกร รัตนไมตรีเกียรติ ที่ปรึกษาด้านโซลูชั่น ความปลอดภัยทางไซเบอร์ บริษัท เทรนด์ไมโคร เปิดเผยว่า ปัญหาภัยคุกคามแรนซัมแวร์ในปีที่ผ่านมาที่โต 750% แบบปีต่อปี คาดว่าปีหน้ายังคงโตต่อเนื่องเท่าเดิมแต่รูปแบบจะเปลี่ยนไป โดยแฮ็กเกอร์เลือกใช้บิตคอยน์มาเป็นรูปแบบการจ่ายเงินค่าไถ่เพราะตรวจสอบตัวตนไม่ได้ ทำให้องค์กรต้องเตรียมพร้อมรับมือมากขึ้น
ทั้งนี้ รูปแบบของสกุลเงินบิตคอยน์ยังไม่มีกฎหมายรองรับ บริษัทที่โดนแฮ็กเกอร์อาจมีความผิดด้านการซื้อขายสกุลเงิน ควรป้องกันตัวเองก่อนเกิดปัญหาด้วยการสำรองข้อมูลสม่ำเสมอ และวางระบบรักษาความปลอดภัยให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุนไอที ส่วนเทรนด์เทคโนโลยีปีหน้าอย่างไอโอที บล็อกเชน เว็บข่าวปลอมบนโซเชียลมีเดียและอีเมลไฟล์เอกสาร เป็นช่องทางหลักที่ภัยคุกคาม
นายเดอริค แมนคี นักกลยุทธ์ความปลอดภัยเครือข่าย บริษัท ฟอร์ติเน็ต กล่าวว่า ในปีหน้าอาชญากรรมไซเบอร์จะใช้ความก้าวหน้าในเทคโนโลยีเอไอและการทำงานแบบออโตเมชั่น วิธีโจมตีมี 5 ด้าน ได้แก่ 1.ภัยจากการติดตั้งบอตเน็ตและฝูงแมลงเรียนรู้ได้ด้วยตนเองและฉลาดขึ้น 2.ภัยคุกคามแรนซัมแวร์ เป้าการโจมตีคือผู้ให้บริการระบบคลาวด์และบริการเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่
ขณะที่ 3.เกิดเน็กซ์เจนมอร์ดิกมัลแวร์ที่ทำงานได้หลายรูปแบบ อาทิการใช้เอไอสร้างโค้ดที่มีความซับซ้อน 4.โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญมีความเสี่ยงสูง และ 5.ดาร์กเว็บ ขายบริการคุกคามที่ทำงานแบบอัตโนมัติใหม่ๆ


