
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดบวกพุ่งรับเดโมแครตครองสภา หุ้นดาต้าเซ็นเตอร์ร่วง
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดบวกแรง หลังเดโมแครตกวาดชัยเลือกตั้งกลางเทอม หนุนความเชื่อมั่นนักลงทุน ขณะที่หุ้นดาต้าเซ็นเตอร์และชิป AI ร่วงจากความกังวลกฎคุมเข้มและชะลอลงทุน
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดบวกอย่างแข็งแกร่งในวันพุธ (4 พ.ย.) หลังพรรคเดโมแครตคว้าชัยชนะอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งกลางเทอม โดยครองเสียงข้างมากทั้งวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร ช่วยคลายความไม่แน่นอนทางการเมืองและเพิ่มความเชื่อมั่นให้นักลงทุน
อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์และผู้ผลิตชิป AI ปรับตัวลดลง ท่ามกลางความกังวลว่าชัยชนะของเดโมแครตอาจนำไปสู่การควบคุมธุรกิจ AI ที่เข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะในรัฐสำคัญที่เป็นฐานการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ เช่น เท็กซัสและจอร์เจีย ซึ่งกระแสต่อต้านการขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI กำลังเพิ่มขึ้น
หุ้นเทคโนโลยีรายใหญ่ที่มีเงินทุนแข็งแกร่งกลับปรับตัวขึ้น นำโดย Amazon, Meta Platforms และ Alphabet เนื่องจากนักลงทุนมองว่าการชะลอขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI อาจช่วยลดภาระการลงทุนของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่
ขณะที่ผู้ประกอบการดาต้าเซ็นเตอร์และซัพพลายเออร์ซึ่งพึ่งพาการลงทุนอย่างรวดเร็วมีแนวโน้มได้รับผลกระทบ
หุ้น IREN และ Hut 8 ซึ่งดำเนินธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ปรับตัวลดลงอย่างหนัก เช่นเดียวกับ Applied Digital และ Core Scientific ส่วนดัชนี Philadelphia SE Semiconductor ซึ่งติดตามหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือน
ด้านหุ้น AMD ปรับตัวลดลง แม้บริษัทคาดการณ์การเติบโตในปี 2570 สูงกว่าที่ตลาดประเมินไว้ หลังยอดขายธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง สะท้อนแรงกดดันต่อหุ้น AI ที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา จากความกังวลของนักลงทุนต่อเม็ดเงินลงทุนด้าน AI ที่พุ่งสูงของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่
สำหรับดัชนีหลักทั้งสามของสหรัฐปิดในแดนบวก โดยดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 119.81 จุด หรือ 1.58% ปิดที่ 7,688.73 จุด
ดัชนี Nasdaq Composite เพิ่มขึ้น 366.26 จุด หรือ 1.44% ปิดที่ 25,736.51 จุด
และดัชนี Dow Jones Industrial Average พุ่งขึ้น 1,575.38 จุด หรือ 3.04% ปิดที่ 53,362.57 จุด
นอกจากปัจจัยการเมืองแล้ว ตลาดยังได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ร่วงลงกว่า 8% หลังนักลงทุนประเมินว่าการเปลี่ยนแปลงอำนาจในสภาคองเกรสอาจช่วยเร่งให้สงครามระหว่างสหรัฐและอิสราเอลกับอิหร่านยุติลง
โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ลดลง 8.98 ดอลลาร์ หรือ 8.7% ปิดที่ 94.62 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ลดลง 7.97 ดอลลาร์ หรือ 8.3% ปิดที่ 88.12 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 31 ส.ค.
ขณะที่ราคาทองคำพุ่งขึ้นกว่า 3% ราคาโดยทองสปอตเพิ่มขึ้น 3.4% อยู่ที่ 4,059.95 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ส่วนสัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 3.4% ปิดที่ 4,073 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นับเป็นการปรับขึ้นรายวันมากที่สุดนับตั้งแต่ช่วงกลางเดือนส.ค. โดยได้แรงหนุนจากเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงหลังผลเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ
ทั้งนี้ นักลงทุนยังจับตารายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐในสัปดาห์นี้ เพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ต่อไป







