
ผู้ช่วย AI ช็อปปิ้งเขย่าธุรกิจโฆษณา Amazon-Walmart เร่งปรับกลยุทธ์
ผู้ช่วย AI ที่ค้นหาและสั่งซื้อสินค้าแทนผู้บริโภค กำลังท้าทายธุรกิจโฆษณาค้าปลีกมูลค่ามหาศาลของ Amazon และ Walmart บีบให้เร่งปรับกลยุทธ์รับมือ
การเติบโตของ AI Shopping Agents หรือผู้ช่วยปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถค้นหา เปรียบเทียบ และสั่งซื้อสินค้าแทนผู้บริโภค กำลังสร้างความท้าทายให้กับยักษ์ค้าปลีกอย่าง Amazon และ Walmart ซึ่งต้องหาวิธีเปิดทางให้ AI เข้ามาเลือกซื้อสินค้าบนแพลตฟอร์ม โดยไม่กระทบธุรกิจโฆษณาที่สร้างกำไรมหาศาล รวมถึงข้อมูลลูกค้าที่เป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ
ปัจจุบัน Amazon และ Walmart เป็นผู้ครองตลาด Retail Media หรือธุรกิจโฆษณาบนแพลตฟอร์มค้าปลีก โดยมีส่วนแบ่งรวมกันถึง 88% ของเม็ดเงินโฆษณาค้าปลีกในสหรัฐ ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่า 7.44 หมื่นล้านดอลลาร์ในปีนี้
อย่างไรก็ตาม การเข้ามาของ AI Agents เช่น Muse ของ Meta อาจเปลี่ยนพฤติกรรมการค้นพบสินค้าและการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคอย่างมีนัยสำคัญ
นักวิจัยจาก Morgan Stanley ประเมินว่า ภายในปี 2573 AI Agents อาจมีสัดส่วน 10-20% ของการใช้จ่ายผ่านอีคอมเมิร์ซในสหรัฐ ส่งผลให้แบรนด์ต่าง ๆ อาจลดการซื้อโฆษณาบนเว็บไซต์และแอปพลิเคชันของผู้ค้าปลีก แล้วหันไปใช้ AI เป็นช่องทางเข้าถึงผู้บริโภคแทน
Amazon สกัดกั้น ขณะที่ Walmart เปิดรับ
ทั้งสองบริษัทเลือกใช้กลยุทธ์ต่างกัน โดย Amazon ปิดกั้น Muse ของ Meta ตั้งแต่เดือนก.ย. หลังพบว่าเครื่องมือดังกล่าวเข้าถึงเว็บไซต์โดยไม่ได้รับอนุญาต และมีการจัดเก็บข้อมูลบัญชีลูกค้า ขณะที่ Meta ไม่แสดงความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าว
ก่อนหน้านี้ Amazon ยังเคยดำเนินคดีเพื่อสกัดเครื่องมือช็อปปิ้ง AI Comet ของ Perplexity แต่ศาลอุทธรณ์สหรัฐมีคำสั่งกลับคำสั่งห้ามดังกล่าวในเดือนส.ค. โดยคดียังอยู่ระหว่างดำเนินการ
ตรงกันข้าม Walmart ประกาศร่วมมือกับ Meta และเปิดระบบรองรับการซื้อสินค้าผ่าน AI Agents ตั้งแต่วันที่ 21 ต.ค. โดยเมื่อผู้บริโภคใช้ AI ค้นหาสินค้า Walmart จะสร้างโปรไฟล์ของ AI Agent และเชื่อมโยงกับบัญชีลูกค้า ผู้บริโภคสามารถอนุมัติการซื้อหรือกำหนดวงเงินใช้จ่ายได้
แอนดี แจสซี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Amazon ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่พบผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจาก AI Agents ภายนอกต่อรายได้โฆษณาของบริษัท อย่างไรก็ตาม ข้อมูล LSEG ระบุว่า รายได้โฆษณาไตรมาส 3 ของ Amazon เติบโต 11% จากปีก่อน ซึ่งเป็นอัตราเติบโตต่ำที่สุดในรอบเกือบ 4 ปี และธุรกิจนี้สร้างรายได้ประมาณ 10% ของยอดขายสุทธิทั้งหมด
ด้านจอห์น เดวิด เรนนีย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน Walmart ระบุว่า ธุรกิจโฆษณา Walmart Connect รวมถึงธุรกิจสมาชิกและมาร์เก็ตเพลส มีส่วนสร้างการเติบโตของกำไรจากการดำเนินงานในไตรมาสล่าสุดถึง 45%
แบรนด์เร่งปรับตัวรับยุค AI เลือกสินค้า
ผู้เชี่ยวชาญมองว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจทำให้รูปแบบการโฆษณาค้าปลีกต้องปรับตัว โดยแบรนด์จะให้ความสำคัญกับข้อมูลสินค้า ราคา และคุณสมบัติที่ AI สามารถนำไปประมวลผลและจับคู่กับความต้องการของลูกค้า มากกว่าการโฆษณาที่เน้นภาพลักษณ์หรืออารมณ์ความรู้สึกเพียงอย่างเดียว
บริษัทสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ เช่น Procter & Gamble, Nestle และ L'Oreal กำลังปรับข้อมูลผลิตภัณฑ์ให้อยู่ในรูปแบบที่ AI Agents สามารถเข้าใจและนำไปใช้แนะนำสินค้าได้ง่ายขึ้น
แดน มาร์ก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Footprints AI แพลตฟอร์มด้านโฆษณาค้าปลีก คาดว่าบริษัทอย่าง Amazon และ Walmart จะเร่งทำสัญญาโฆษณาระยะยาวหลายปีกับแบรนด์รายใหญ่ เพื่อรักษารายได้ พร้อมมองว่าการแข่งขันอาจทำให้ราคาค่าโฆษณาดิจิทัลลดลง เมื่อผู้บริโภคหันไปค้นหาสินค้าผ่าน AI มากขึ้น
ด้านนักวิเคราะห์จาก Morningstar มองว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นวิวัฒนาการของธุรกิจโฆษณาค้าปลีก มากกว่าจะเป็นภัยคุกคามที่ทำให้ธุรกิจสูญสิ้น โดย Emarketer คาดการณ์ว่าเม็ดเงินโฆษณาค้าปลีกในปี 2569 จะเพิ่มขึ้น 22.6% จากปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ 6.07 หมื่นล้านดอลลาร์
ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้แบรนด์เริ่มเตรียมความพร้อม แต่ยังไม่จำเป็นต้องโยกงบโฆษณาออกจากแพลตฟอร์มค้าปลีกทันที เพราะพฤติกรรมการค้นหาและตัดสินใจซื้อกำลังเปลี่ยนผ่าน และในอนาคตธุรกิจโฆษณาอาจพัฒนาไปสู่ระบบประมูลราคา โดย AI จะค้นหาสินค้าที่ตรงกับงบประมาณของผู้บริโภค ขณะที่ผู้ค้าปลีกกำหนดกรอบราคาสำหรับการแข่งขัน
การเปลี่ยนแปลงนี้จึงไม่ใช่เพียงการแข่งขันพัฒนาเทคโนโลยี AI แต่ยังเป็นการช่วงชิงอำนาจควบคุมช่องทางเข้าถึงลูกค้าและข้อมูลการซื้อขาย ซึ่งเป็นแหล่งรายได้สำคัญของธุรกิจค้าปลีกทั่วโลก







