สหรัฐฯ ประเดิมขายน้ำมันเวเนซุเอลาล็อตแรก ปัดล็อกสเปกเทรดเดอร์
รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดฉากการขายน้ำมันดิบเวเนซุเอลาล็อตแรกอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์หนาหูเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน
KEY
POINTS
- บริษัท Vitol คว้าสัญญาซื้อขายน้ำมันดิบเวเนซุเอลามูลค่า 250 ล้านดอลลาร์ เพียงไม่นานหลังจาก จอห์น แอดดิสัน ผู้บริหารระดับสูงบริจาคเงินช่วยทรัมป์ 6 ล้านดอลลาร์และเข้าพบส่วนตัวที่ทำเนียบขาว
- โฆษกทำเนียบขาวปฏิเสธข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ยืนยันการเลือก Vitol และ Trafigura เป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของชาติ
- สหรัฐฯ ประกาศคุมอุตสาหกรรมน้ำมันเวเนซุเอลา "อย่างไม่มีกำหนด" พร้อมแผนดึงเม็ดเงินลงทุน 1 แสนล้านดอลลาร์ฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน โดยใช้น่านน้ำคูราเซาเป็นศูนย์กลางขนถ่ายน้ำมัน
การขายน้ำมันดิบเวเนซุเอลาครั้งแรกของสหรัฐฯ ภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กลายเป็นประเด็นร้อนเมื่อบริษัทที่ได้รับสิทธิ์คือองค์กรที่มีผู้บริหารระดับสูงเป็นผู้บริจาคเงินรายใหญ่ให้กับแคมเปญเลือกตั้งของทรัมป์ และเพิ่งมีภาพปรากฏตัวในการประชุมร่วมกับประธานาธิบดีที่ทำเนียบขาวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
ตามรายงานจาก Financial Times จอห์น แอดดิสัน (John Addison) ผู้บริหารฝ่ายการค้าอาวุโสของ Vitol พ่อค้าคนกลางด้านพลังงานยักษ์ใหญ่ระดับโลก คือบุคคลที่ถูกจับตามอง หลังมีรายงานว่า
เขาบริจาคเงินกว่า 6 ล้านดอลลาร์ (ราว 200 ล้านบาท) ให้กับคณะกรรมการรณรงค์หาเสียง (PACs) ที่สนับสนุนทรัมป์ และมีส่วนสำคัญในการผลักดันให้บริษัทของเขาคว้าดีลน้ำมันดิบเวเนซุเอลามูลค่า 250 ล้านดอลลาร์
ข้อตกลงดังกล่าวถือเป็นการเริ่มเดินเครื่องแผนงานอันเป็นที่ถกเถียงของทรัมป์ ในการนำน้ำมันดิบเวเนซุเอลาออกมาขายทอดตลาดในปริมาณสูงสุดถึง 50 ล้านบาร์เรล
ข้อมูลจาก OpenSecrets ระบุว่า เงินบริจาคของแอดดิสันประกอบด้วยเงิน 5 ล้านดอลลาร์ที่มอบให้กับกลุ่ม Maga Inc ในเดือนตุลาคม 2024 และอีกกว่า 1 ล้านดอลลาร์ให้กับกลุ่ม PACs อื่นๆ ที่สนับสนุนทรัมป์
ความสัมพันธ์ที่แนบแน่นยิ่งชัดเจนขึ้น เมื่อแอดดิสัน พร้อมด้วย เบน มาร์แชล หัวหน้าฝ่ายธุรกิจสหรัฐฯ ของ Vitol ได้เข้าร่วมประชุมระดับสูงกับผู้นำอุตสาหกรรมที่ทำเนียบขาวเมื่อวันศุกร์
โดย Vitol เป็นเพียงบริษัทเดียวที่มีผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมถึงสองคน ในระหว่างการหารือ แอดดิสันได้กล่าวกับทรัมป์ว่า Vitol จะทำราคาขายน้ำมันเวเนซุเอลาให้ดีที่สุดสำหรับสหรัฐฯ "เพื่อให้อิทธิพลที่คุณมีเหนือชาวเวเนซุเอลา เป็นหลักประกันว่าคุณจะได้ในสิ่งที่คุณต้องการ"
อย่างไรก็ตาม Vitol ได้ออกมาชี้แจงว่า การบริจาคเงินของแอดดิสัน ซึ่งทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนทรัมป์ที่ใจป้ำที่สุดในฮูสตันนั้น เป็นการกระทำในนามส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องกับบริษัท
"ประธานาธิบดีทรัมป์ทำเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของชาวอเมริกันเสมอ เช่นการเจรจาดีลพลังงานประวัติศาสตร์นี้ทันทีหลังการจับกุมนิโคลัส มาดูโร ผู้ก่อการร้ายค้ายาเสพติด ความพยายามของสื่อที่จะสร้างเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนเป็นเพียงมุกเดิมๆ ที่หวังเบี่ยงเบนความสนใจจากผลงานอันยอดเยี่ยมที่มีเพียงประธานาธิบดีท่านนี้เท่านั้นที่ทำได้" - เทย์เลอร์ โรเจอร์ส โฆษกทำเนียบขาว ได้ออกมาตอบโต้กระแสวิจารณ์
นอกจาก Vitol แล้ว Trafigura บริษัทการค้าระดับโลกอีกราย ก็ได้รับสิทธิ์ซื้อน้ำมันเวเนซุเอลามูลค่า 250 ล้านดอลลาร์เช่นกัน โดยแหล่งข่าวระบุว่า Trafigura เองก็ได้ใช้เงินล็อบบี้ในสหรัฐฯ ไปถึง 525,000 ดอลลาร์ในช่วงปี 2024-2025
เจ้าหน้าที่กระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ชี้แจงถึงเหตุผลในการเลือกสองบริษัทนี้ว่า ทั้ง Vitol และ Trafigura เป็นผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก และได้รับคัดเลือกเพราะ "มีความเต็มใจและศักยภาพที่จะขับเคลื่อนธุรกรรมเริ่มต้นนี้ได้อย่างรวดเร็ว"
พร้อมย้ำว่ากระทรวงพลังงานจะพิจารณาทางเลือกอื่นๆ ต่อไปสำหรับการขายในล็อตถัดๆ ไป โดยทั้งสองบริษัทจะนำน้ำมันที่ซื้อจากสหรัฐฯ ไปขายต่อให้กับลูกค้าของตน
ยุทธศาสตร์คุมเบ็ดเสร็จและทิศทางราคาน้ำมัน
ทำเนียบขาวประกาศชัดเจนว่า สหรัฐฯ มีแผนจะควบคุมอุตสาหกรรมน้ำมันของเวเนซุเอลา "อย่างไม่มีกำหนด" ภายหลังการจับกุมตัวนิโคลัส มาดูโร ผู้นำประเทศเมื่อวันที่ 3 มกราคม ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ยังได้ตั้งกำแพงปิดล้อมทางทะเลในแถบแคริบเบียน และกำลังเชิญชวนบริษัทน้ำมันตะวันตกให้เข้ามาลงทุนกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์ เพื่อฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานและเพิ่มกำลังการผลิต
แม้เจ้าหน้าที่รัฐบาลรายหนึ่งจะระบุว่า วอชิงตันต้องการให้น้ำมัน "ส่วนใหญ่" ถูกขายให้กับผู้ซื้อในสหรัฐฯ แต่ทาง Vitol และ Trafigura ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นว่ามีข้อจำกัดในการนำน้ำมันไปขายต่อ (Re-sell) หรือไม่
ในแง่ของราคา คริส ไรต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดีว่า สหรัฐฯ สามารถขายน้ำมันเวเนซุเอลาได้ในราคาที่สูงกว่าสมัยรัฐบาลมาดูโรถึง 30% ซึ่งในอดีตมาตการคว่ำบาตรทำให้การากัสต้องจำใจขายน้ำมันแบบลดกระหน่ำ ซึ่งส่วนใหญ่มักขายให้กับโรงกลั่นเอกชนขนาดเล็ก (Teapot refineries) ในจีน
ความเคลื่อนไหวทางโลจิสติกส์
ล่าสุด กิลมาร์ พิซาส นายกรัฐมนตรีแห่งคูราเซา (Curaçao) เปิดเผยว่า น้ำมันดิบล็อตแรกจากเวเนซุเอลาที่ซื้อโดย Vitol และ Trafigura ได้เดินทางมาถึงคลังเก็บน้ำมันที่ Bullen Bay บนเกาะแคริบเบียนแล้ว
คลังน้ำมันแห่งนี้ ซึ่งเดิมสร้างโดย Shell มีศักยภาพรองรับเรือซูเปอร์แทงค์เกอร์ที่บรรทุกน้ำมันได้มากกว่า 1 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นสิ่งที่ท่าเรือส่วนใหญ่ในสหรัฐฯ ไม่สามารถรองรับได้เมื่อบรรทุกเต็มลำเนื่องจากร่องน้ำตื้นและแคบ โดย Bullen Bay ได้ถูกกำหนดให้เป็นหนึ่งในศูนย์กลางการจัดเก็บและกระจายสินค้าสำหรับน้ำมันดิบเวเนซุเอลา
ขณะเดียวกัน Chevron ยักษ์ใหญ่พลังงานสัญชาติอเมริกันที่มีฐานการผลิตเดิมในเวเนซุเอลา ก็กำลังเจรจากับทางการสหรัฐฯ เพื่อขอแก้ใบอนุญาตให้สามารถผลิตและส่งออกน้ำมันเวเนซุเอลาได้มากขึ้น
โดย Chevron เองก็เป็นอีกหนึ่งผู้เล่นที่ทุ่มเงินล็อบบี้กว่า 9.2 ล้านดอลลาร์ และบริจาคเงินสนับสนุนแคมเปญทางการเมืองไปถึง 10 ล้านดอลลาร์ในปี 2024 ซึ่งส่วนใหญ่ไหลไปสู่พรรครีพับลิกัน


