posttoday

เปิดประวัติ จอห์น เทอร์นัส จากวิศวกรฮาร์ดแวร์สู่ CEO Apple คนใหม่

21 เมษายน 2569

เจาะลึกประวัติ "จอห์น เทอร์นัส" (John Ternus) จากรองประธานอาวุโสฝ่ายวิศวกรรมฮาร์ดแวร์ สู่ ซีอีโอคนใหม่ของ Apple

KEY

POINTS

  • ทิม คุก เตรียมก้าวลงจากตำแหน่ง และส่งไม้ต่อให้ จอห์น เทอร์นัส ดำรงตำแหน่งซีอีโอคนใหม่ของ Apple มีผลวันที่ 1 กันยายนนี้
  • เทอร์นัสทำงานกับ Apple มายาวนานถึง 25 ปี เป็นหัวหอกในการพัฒนาฮาร์ดแวร์ระดับโลก ทั้ง AirPods, Vision Pro และการเปลี่ยนผ่านสู่ Apple Silicon รวมถึง MacBook Neo
  • วิสัยทัศน์ความเป็นผู้นำ เป็นผู้บริหารที่มีแนวคิดถ่อมตัว ใส่ใจในรายละเอียดแบบ สตีฟ จอบส์ และพร้อมนำทัพบริษัทเข้าสู่สมรภูมิเทคโนโลยี AI

 

หลังจากกุมบังเหียนพาบริษัทฝ่าฟันอุปสรรคมานานกว่า 15 ปี ล่าสุด ทิม คุก (Tim Cook) เตรียมก้าวลงจากตำแหน่ง พร้อมส่งไม้ต่อให้กับ จอห์น เทอร์นัส (John Ternus) รองประธานอาวุโสฝ่ายวิศวกรรมฮาร์ดแวร์ ให้ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็น Apple CEO คนใหม่ อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กันยายนนี้

 

แม้ว่าเทอร์นัสจะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของผลิตภัณฑ์ระดับโลกมากมาย แต่สำหรับสาธารณชนทั่วไป ชื่อของเขากลับยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก 

 

โพสต์ทูเดย์จะพาไปทำความรู้จักกับแม่ทัพคนใหม่ของแบรนด์เทคโนโลยีที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก

 

จอห์น เทอร์นัส จากวิศวกรฮาร์ดแวร์สู่ CEO Apple คนใหม่

 

ใครคือ 'จอห์น เทอร์นัส'  Apple CEO คนใหม่

 

จอห์น เทอร์นัส วัย 51 ปี ร่วมงานกับ Apple มายาวนานถึง 25 ปี ซึ่งนับเป็นเวลาเกือบครึ่งหนึ่งของชีวิต เขาเริ่มต้นเส้นทางอาชีพกับทีมออกแบบผลิตภัณฑ์ในปี 2001 (โดยก่อนหน้านั้น งานแรกของเขาหลังเรียนจบคือการทำงานในบริษัทอุปกรณ์ VR ขนาดเล็กชื่อ Virtual Research Systems) 

 

ด้วยความสามารถที่โดดเด่น เขาไต่เต้าขึ้นเป็นรองประธานฝ่ายวิศวกรรมฮาร์ดแวร์ในปี 2013 และก้าวขึ้นเป็นรองประธานอาวุโสในปี 2021

 

เทอร์นัสอายุน้อยกว่า ทิม คุก 15 ปี และเป็นหนึ่งในผู้บริหารระดับสูงอายุน้อยที่ถูกจับตามองมาตลอดว่าจะเป็นผู้สืบทอดตำแหน่ง การเลือกผู้บริหารวัยนี้สะท้อนให้เห็นว่า Apple ต้องการผู้นำที่สามารถบริหารงานในระยะยาวได้ สอดคล้องกับแนวทางของบริษัทที่เปลี่ยนซีอีโอเพียงสองคนเท่านั้นในศตวรรษนี้

 

ปัจจุบัน เทอร์นัสดูแลงานวิศวกรรมฮาร์ดแวร์ทั้งหมด ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักของบริษัทที่เติบโตมากับ iPhone และ MacBook โดยทำงานขึ้นตรงต่อ ทิม คุก บุคคลที่เขายกย่องให้เป็นที่ปรึกษาคนสำคัญ 

 

ปรัชญาผู้นำ ความมั่นใจที่มาพร้อมความถ่อมตัว

 

ในสุนทรพจน์งานรับปริญญาปี 2024 ที่มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย (University of Pennsylvania) เทอร์นัสได้ถ่ายทอดบทเรียนสำคัญจากการทำงานที่ Apple ที่สะท้อนวิธีคิดของเขาได้อย่างชัดเจน โดยระบุว่า

 

"จงเชื่อมั่นว่าคุณฉลาดไม่แพ้ใครในห้อง แต่อย่าคิดไปเองว่าคุณรู้ทุกเรื่องเท่าพวกเขา" เทอร์นัสกล่าว "ทัศนคตินี้จะช่วยสร้างความมั่นใจให้คุณกล้าลงมือทำ และที่สำคัญกว่านั้นคือ ทำให้คุณรู้จักถ่อมตัวพอที่จะกล้าตั้งคำถาม"

 

ในวงการเทคโนโลยีที่ผู้บริหารมักขับเคลื่อนด้วยภาพลักษณ์ที่เปี่ยมล้นไปด้วยความมั่นใจ การให้คุณค่ากับ "ความถ่อมตัว" จึงเป็นมุมมองที่หาได้ยาก 

 

นอกจากนี้ การที่เขาเลือกหลีกเลี่ยงการใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่าง X ยังตอกย้ำภาพลักษณ์ของการเป็นคนทำงานที่มุ่งเน้นการสร้างสรรค์อยู่เบื้องหลังอย่างเงียบเชียบ มากกว่าการออกสื่อ

จอห์น เทอร์นัส จากวิศวกรฮาร์ดแวร์สู่ CEO Apple คนใหม่

ใส่ใจทุกรายละเอียด สู่สถาปัตยกรรมชิปแห่งอนาคต

 

ประวัติ John Ternus ในยุคแรกเริ่มของการทำงาน เขาได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบชิ้นส่วนสำหรับหน้าจอเดสก์ท็อปรุ่นบุกเบิกอย่าง Apple Cinema Display

 

"ช่วงปีแรก มีอยู่ครั้งหนึ่งตอนดึกมากแล้ว ผมต้องไปนั่งใช้แว่นขยายส่องดูร่องบนหัวน็อตทีละตัวที่โรงงานของซัพพลายเออร์ และต้องถกเถียงกับพวกเขาเพราะน็อตพวกนั้นมี 35 ร่อง ทั้งที่สเปกกำหนดไว้ 25 ร่อง" เทอร์นัสย้อนความหลัง

 

"ผมจำได้ว่าตอนนั้นหยุดคิดเลยว่า ตัวเองกำลังทำบ้าอะไรอยู่ เรื่องแบบนี้มันปกติหรือเปล่า"

 

แม้ปัจจุบันเทอร์นัสจะไม่ได้ลงไปตรวจสอบรายละเอียดปลีกย่อยอย่างหัวน็อตด้วยตัวเองแล้ว แต่เขายังคงให้ความสำคัญกับทุกรายละเอียดเสมอ ล่าสุดเขาได้ให้สัมภาษณ์ย้อนรำลึกถึง สตีฟ จอบส์ อดีตซีอีโอผู้ล่วงลับ โดยระบุว่ายังคงประทับใจในความมุ่งมั่นสร้างความสมบูรณ์แบบของจอบส์เสมอมา 

 

"จ็อบส์เคยดึงลิ้นชักออกมาดูด้านหลัง และชื่นชมช่างไม้ที่เก็บรายละเอียดงานอย่างประณีต ทั้งที่รู้ว่าจุดนั้นจะไม่มีใครมองเห็น ผมนึกถึงเรื่องนี้เสมอ เพราะมันสะท้อนปรัชญาการทำงานของเราในตอนนี้ได้อย่างชัดเจน" เทอร์นัสกล่าว

 

เปิดประวัติ จอห์น เทอร์นัส จากวิศวกรฮาร์ดแวร์สู่ CEO Apple คนใหม่

 

ผลงานระดับมาสเตอร์พีซ และความท้าทายในยุค AI


ภายใต้การนำของเทอร์นัส ทีมวิศวกรรมฮาร์ดแวร์ได้สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนโลกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น AirPods, Apple Watch และอุปกรณ์โลกเสมือนอย่าง Vision Pro ยิ่งไปกว่านั้น เขายังเป็นแม่ทัพคนสำคัญในการนำพาบริษัทผ่านจุดเปลี่ยนทางเทคโนโลยีครั้งประวัติศาสตร์ ด้วยการยุติการพึ่งพาชิป Intel และหันมาพัฒนา Apple Silicon สถาปัตยกรรมชิปของตนเอง

 

ผลงานล่าสุดที่สะท้อนฝีมือของเขาคือ MacBook Neo แล็ปท็อปรุ่นใหม่ที่เข้าถึงง่ายขึ้นผ่านการออกแบบฮาร์ดแวร์อย่างชาญฉลาด เช่น การนำเทคโนโลยีชิปของ iPhone มาประยุกต์ใช้เพื่อบริหารต้นทุนการผลิต

 

เทอร์นัสอธิบายถึงกลยุทธ์นี้ว่า "เราไม่มีนโยบายลดทอนคุณภาพสินค้า แต่มุ่งมั่นส่งมอบผลิตภัณฑ์ชั้นยอดที่ยังคงเอกลักษณ์ของ Apple ไว้เต็มเปี่ยม การจะพัฒนาตระกูล Neo ให้ได้ตามมาตรฐาน เราต้องเริ่มต้นออกแบบใหม่ทั้งหมด โดยผสาน Apple Silicon เข้ากับองค์ความรู้ที่เราสั่งสมมาทั้งจาก Mac, iPhone และ iPad"

 

อย่างไรก็ตาม โจทย์ใหญ่ที่สุดหลัง ทิม คุก ลาออก และการก้าวขึ้นเป็นซีอีโอคนใหม่ คือการนำพา Apple เข้าสู่สมรภูมิเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือด รวมถึงการชี้ชะตาทิศทางในอนาคตของแพลตฟอร์ม Vision Pro

 

เกร็ดประวัติส่วนตัวที่น่าสนใจ

 

นอกเหนือจากบทบาทผู้บริหารระดับสูง ชีวิตส่วนตัวของซีอีโอคนใหม่ Apple ค่อนข้างเรียบง่ายและเก็บตัว สมัยเป็นนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย เขาเคยเป็นนักกีฬาว่ายน้ำของสถาบัน และมีความโดดเด่นด้านวิศวกรรมตั้งแต่ก่อนเริ่มทำงาน โดยโปรเจกต์จบการศึกษาของเขาคือ การประดิษฐ์แขนกลป้อนอาหารสำหรับผู้ป่วยอัมพาต ซึ่งสามารถสั่งการได้ผ่านการขยับศีรษะ

 

ส่วนความเคลื่อนไหวทางสังคมและการเมือง มีข้อมูลเพียงเล็กน้อยว่าในปี 2021 เขาเคยบริจาคเงินจำนวน 2,900 ดอลลาร์สหรัฐ ให้กับ ชัค ชูเมอร์ (Chuck Schumer) วุฒิสมาชิกจากพรรคเดโมแครต นอกเหนือจากนั้น เทอร์นัสแทบไม่เคยปรากฏตัวหรือเปิดเผยเรื่องราวส่วนตัวผ่านสื่อสาธารณะเลย

 

อนาคตของ Apple ในมือของผู้นำคนใหม่

 

การก้าวขึ้นเป็น Apple CEO คนใหม่ ของ จอห์น เทอร์นัส ในวันที่ 1 กันยายนนี้ ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนผ่านผู้บริหารระดับสูง แต่นับเป็นการเริ่มต้นหน้าประวัติศาสตร์บทใหม่ของบริษัท

 

ชายผู้พิสูจน์ตัวเองด้วยผลงานฮาร์ดแวร์ชั้นเลิศ ความใส่ใจในทุกรายละเอียด และความพร้อมที่จะเรียนรู้อย่างถ่อมตัว จะเป็นกุญแจสำคัญที่ชี้วัดว่า Apple จะสามารถรักษาสถานะผู้นำในโลกเทคโนโลยีแห่งอนาคตได้ต่อไปหรือไม่ เป็นสิ่งที่ทั่วโลกต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด

ข่าวล่าสุด

บสย. ไตรมาส1 ยอดค้ำพุ่ง 2.87 เท่า ดัน SMEs 2.7 หมื่นรายเข้าถึงทุน