พณ.ยืนกรานขอพันล้านตรึงปาล์ม

วันที่ 20 ก.พ. 2554 เวลา 21:01 น.
พาณิชย์ยืนยันเสนอครม.ขอตั้งกองทุน 1 พันล้านบาทดูแลปาล์มทั้งระบบเพื่อตรึงราคาไม่เกินขวดละ47บาท ย้ำไม่ได้นิ่งเฉยเรื่องนำเข้า 1.2แสนตัน แต่อยู่ระหว่างคำนวณต้นทุนที่เหมาะสม

นายฉัตรชัย ชูแก้ว ที่ปรึกษารมว.พาณิชย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงพาณิชย์ (ฝ่ายการเมือง) กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) ยังยืนยัน เสนอขอเงินตั้งกองทุน 1 พันล้านบาทดูแลปัญหาปาล์ม เพราะตามแผนงานจะเป็นการกำหนดแพคเกจเข้าไปดูแลปาล์มทั้งระบบ ตั้งแต่เกษตรกรที่จะต้องขายผลปาล์มดิบในราคาไม่ต่ำกว่า กก.ละ 6.5 บาท  ราคาปาล์มขวดต้องไม่เพิ่มขึ้นจากเพดานขวดละ 47 บาท และภาคพลังงานและภาคการบริโภคจะมีสัดส่วนการนำน้ำมันปาล์มไปใช้อย่างเหมาะสม

“ตามแผนงานกระทรวงพาณิชย์ที่จะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 22 ก.พ.เรื่องแก้ปัญหาปาล์ม เราก็กำหนดขอเงินกองทุน 1 พันล้านบาท เพื่ออุดหนุนไม่ให้ต้องขึ้นราคาปาล์ม แต่เมื่อ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เห็นว่าไม่จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมากขนาดนั้น ก็ไม่ได้แปลกใจอะไร เพราะโจทย์การทำงานของทุกฝ่ายตรงกันคือ ทำอย่างไรให้มีน้ำมันปาล์มเพียงพอในราคาไม่เกินลิตรละ 47 บาท ซึ่งที่ประชุมครม.น่าจะได้พิจารณาร่วมกันว่ารัฐบาลจะสนับสนุนอย่างไร” นายฉัตรชัย กล่าว

นายฉัตรชัยกล่าวว่า พณ. ไม่มีแผนให้ปรับขึ้นราคาสินค้าแต่อย่างใดแต่ยอมรับว่าขณะที่ต้นทุนการผลิตปรับตัวเพิ่มขึ้น เฉลี่ย ลิตรละ 42 บาท ทำให้ราคาปลายทางการจำหน่ายจะอยู่ที่ ลิตรละ 56 บาท หรือปรับเพิ่มขึ้นจากราคาเพดานปัจจุบันที่ลิตรละ 47 บาท เพิ่มอีกขวดละ9 บาท ซึ่งตามแผนงานที่จะเสนอให้ที่ประชุมครม. ในวันที่ 22 ก.พ.นี้ พณ.จะให้ที่ประชุมพิจารณา แนวทางแก้ปัญหาปาล์มที่ไม่ต้องปรับขึ้นราคาเพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน โดยแนวทางหนึ่งคือการเสนอขอเงินกองทุนอุดหนุน หรือแนวทางสนับสนุนอื่นที่เห็นว่าเหมาะสม

ทั้งนี้ พณ. ยอมรับว่า หนักใจกรณี กระแสข่าวการขึ้นราคาน้ำมันปาล์มอีกขวดละ 9 บาท เพราะจะยิ่งทำให้เกิดดีมานด์เทียมในตลาดจนทำให้สถานการณ์ความขาดแคลนยิ่งเลวร้ายหนักมากขึ้นดังนั้น ในส่วนของ พณ. ขอยืนยันกับประชาชนว่า หากยังได้ดูแลปํญหานี้อยู่ จะไม่ปล่อยให้ต้องเกิดการขึ้นราคาน้ำมันปาล์มอย่างแน่นอน

ยันไม่นิ่งเฉยนำเข้าเพิ่มแต่รอคำนวณต้นทุนที่เหมาะสม

ส่วนการนำเข้าน้ำมันปาล์มตามที่คณะกรรมการนโยบายน้ำมันปาล์มแห่งชาติที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯเป็นประธาน จำนวน 1.2 แสนตันนั้น กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) ไม่ได้นิ่งเฉยหรือดำเนินการนำเข้าล่าช้าตามที่ถูกกล่าวอ้าง เพราะการนำเข้าจะต้องคำนวณราคาให้ได้ต้นทุนที่เหมาะสม ไม่ทำให้ผู้ประกอบการผลิตน้ำมันปาล์มขาดทุน

ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นของประชาชนว่าจะมีน้ำมันปาล์มเพียงพอความต้องการ พณ.จะเสนอขอนำเข้าน้ำมันปาล์มภายใต้โควตา 1.2 แสนตันนี้ จากเดิมที่กำหนดให้นำเข้าแบบกึ่งบริสุทธิ์ ที่ต้องผ่านการกลั่นจากโรงงานในประเทศ ก่อนจะกระจายเข้าสู่ตลาด เป็นการนำเข้าน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ เพื่อบรรจุขวดวางขายหรือส่งต่อให้อุตสาหกรรมที่มีความต้องการใช้ได้ทันที