posttoday

บอร์ดต่างด้าวเคาะลงทุนไทยเดือนก.พ. อีก 20 ราย ขนเงินลงทุน 718 ล้าน พ่วงไอเดียรีไซเคิล -ทีวีในเน็ต

08 มีนาคม 2563

ภาพรวม 2 เดือนแรกของปี’63 คนต่างด้าวได้รับใบอนุญาตลงทุนในไทย 45 ราย ใช้เงิน 1,630 ล้านบาท พุ่งพรวด 313 % หลังมีธุรกิจใช้เงินสูง ทั้งระบบโทรทัศน์ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ขุดลอกบำรุงรักษาร่องน้ำและแอ่งจอดเรือที่บริเวณท่าเทียบเรือ

นายวุฒิไกร   ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เปิดเผยว่า ที่ประชุมของคณะกรรมการฯ ได้อนุญาตให้คนต่างชาติ 20 ราย ประกอบธุรกิจในประเทศไทยภายใต้ พ.ร.บ.ต่างด้าวฯ โดยส่วนใหญ่เป็นคนต่างชาติจากประเทศญี่ปุ่น สิงคโปร์ และอินเดีย ซึ่งมีการนำเงินเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจกว่า 718 ล้านบาท และส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานคนไทย 314 คน รวมถึง มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีอันเป็นองค์ความรู้เฉพาะด้านโดยตรงจากประเทศผู้เข้ามาลงทุน

การอนุญาตให้ประกอบธุรกิจในครั้งนี้ จะส่งผลให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีอันเป็นวิทยาการซึ่งเป็นองค์ความรู้ในแขนงที่คนไทยยังไม่มีความชำนาญหรือมีความเชี่ยวชาญในระดับที่ไม่สูงมากนัก เช่น องค์ความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์โลหะและเทคโนโลยีการรีไซเคิล องค์ความรู้เกี่ยวกับการให้บริการรายการโทรทัศน์ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต  องค์ความรู้เกี่ยวกับเทคนิคขั้นสูงสำหรับการอบชุบโลหะด้วยความร้อนและเทคนิคการเลือกใช้สารชุบ ให้เหมาะกับชนิดของโลหะ องค์ความรู้เกี่ยวกับการตรวจสอบแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าและอุปกรณ์จัดเก็บพลังงานไฟฟ้า องค์ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีและกระบวนการผลิตเม็ดพลาสติกไบโอคอมพาวด์ เป็นต้น 

สำหรับธุรกิจที่คนต่างด้าวได้รับอนุญาต ได้แก่ 1. ธุรกิจบริการให้แก่บริษัทในเครือ/ในกลุ่ม จำนวน 7 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนจากประเทศญี่ปุ่น สิงคโปร์ และสหรัฐอเมริกา เงินลงทุนจำนวน 536 ล้านบาท  ได้แก่ กิจการนายหน้าหรือตัวแทนเพื่อจัดหาตลาดสำหรับการจำหน่ายสินค้า ผลิตภัณฑ์โลหะที่ใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมต่างๆ  บริการให้ใช้ระบบการจ่ายไฟฟ้า และระบบจ่ายไอน้ำ  บริการพิมพ์แบบรถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์

2. ธุรกิจตัวแทน/ค้าส่ง จำนวน 3 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนจากประเทศสิงคโปร์ และอินเดีย เงินลงทุนจำนวน 65 ล้านบาท ได้แก่  ตัวแทนบริการทั่วไปของสายการบินในการบริหารจัดการพื้นที่ว่างบนอากาศยานเพื่อการรับขนส่งสินค้าทางอากาศระหว่างประเทศ การแก้ไขปัญหาหรือข้อขัดข้องต่างๆ   การค้าส่งสินค้าประเภทเพชรเจียระไน  การค้าส่งแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle Battery : EV Battery)

3. คู่สัญญากับเอกชน จำนวน 2 ราย โดยเป็นนักลงทุนจากประเทศเกาหลีใต้ และจีน เงินลงทุนจำนวน 27 ล้านบาท ได้แก่ บริการให้คำปรึกษาแนะนำและตรวจสอบการทำงานของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และระบบรักษาความปลอดภัยของอาคารเทียบเครื่องบิน   บริการออกแบบ ติดตั้ง วางระบบ ทดสอบ ให้คำแนะนำทางเทคนิค ฝึกอบรม และบำรุงรักษาระบบโทรทัศน์ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (Internet ProtocolTelevision (IPTV))

4. ธุรกิจบริการให้แก่ลูกค้า จำนวน 8 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนจากประเทศญี่ปุ่น สิงคโปร์ และเบอร์มิวดา เงินลงทุนจำนวน 90 ล้านบาท  ได้แก่  บริการรับจ้างอบชุบชิ้นส่วนแม่พิมพ์โลหะด้วยความร้อน   บริการบำรุงรักษา ซ่อมแซม และเสริมคุณสมบัติสำหรับส่วนต่างๆ ของอาคาร ทุกประเภท ด้วยวิธีโสะเซ (SOSEI)    บริการจัดการด้านการผลิตสินค้าประเภทเม็ดพลาสติกไบโอคอมพาวด์

ทั้งนี้ในเดือนก.พ. 2563 ธุรกิจที่ได้รับอนุญาตเป็นธุรกิจที่สนับสนุนการทำงานของบริษัทในเครือในกลุ่มให้มีประสิทธิภาพและเป็นมาตรฐานเดียวกัน ธุรกิจที่ส่งเสริมตลาดทุน รวมถึงประกอบธุรกิจซึ่งสอดคล้องกับนโยบายส่งเสริมการลงทุนของภาครัฐ ดังตัวอย่างที่กล่าวมาข้างต้น

อย่างไรก็ตามภาพรวม 2 เดือนแรกของปี (ม.ค.-ก.พ.)คนต่างด้าวได้รับใบอนุญาต จำนวน 45 ราย มีเงินลงทุนทั้งสิ้น 1,630 ล้านบาท และเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนพบว่า จำนวนธุรกิจที่ได้รับอนุญาตเพิ่มขึ้น 11 ราย คิดเป็น 32%  ขณะที่เงินลงทุนเพิ่มขึ้น 1,235 ล้านบาท คิดเป็น 313%   เนื่องจากในปี 2563 มีต่างชาติลงทุนประกอบธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง อาทิ บริการออกแบบ ติดตั้ง วางระบบ ทดสอบ ให้คำแนะนำทางเทคนิค ฝึกอบรม และบำรุงรักษาระบบโทรทัศน์ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต (Internet Protocol Television (IPTV)  บริการขุดลอกบำรุงรักษาร่องน้ำและแอ่งจอดเรือที่บริเวณท่าเทียบเรือ เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

เชียงใหม่ Night Market ยกระดับถนนคนเดินสู่ Creative Walking Street