posttoday
'สุชาติ'ค้าน พ.ร.ก.กู้เงินแจก ชี้ทำชาติจน-เสี่ยงหนี้พุ่งเกินเกณฑ์

'สุชาติ'ค้าน พ.ร.ก.กู้เงินแจก ชี้ทำชาติจน-เสี่ยงหนี้พุ่งเกินเกณฑ์

07 พฤษภาคม 2569

สุชาติ ธาดาธำรงเวช เตือนรัฐบาลกู้เงินแจกผิดหลักการคลัง ชี้หนี้สาธารณะจ่อทะลุ 71% ของ GDP หวั่นกระทบเชื่อมั่นสากล แนะลดงบประจำ-แก้กฎหมายพลังงานแทนการสร้างหนี้ใหม่

KEY

POINTS

  • ชี้ว่าการกู้เงินมาแจกเป็นกับดักหนี้เพื่อการบริโภคที่ไม่สร้างรายได้ และจะส่งผลกระทบต่อการลงทุนของภาคเอกชน
  • เตือนว่าการกู้เงินเพิ่มจะทำให้หนี้สาธารณะของประเทศพุ่งสูงเกินเกณฑ์ความยั่งยืนทางการคลัง ซึ่งทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุน
  • เสนอทางออกให้รัฐบาลปฏิรูปโครงสร้างงบประมาณและใช้มาตรการทางการเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจแทนการสร้างภาระหนี้สินให้ประเทศ

ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง วิเคราะห์เชิงลึกถึงนโยบายการกู้เงินครั้งมโหฬารนี้ว่า เป็นแนวทางที่ "ไม่เหมาะสมและผิดฝาผิดตัว" โดยแบ่งประเด็นวิพากษ์ออกเป็น 3 มิติหลัก ประกอบด้วย

1. กับดักหนี้บริโภคและปรากฏการณ์แย่งเงินทุน

การกู้เงิน 2 แสนล้านบาทแรก เพื่อนำมาแจกจ่ายพยุงค่าครองชีพ ถูกมองว่าเป็นการนำเงินในอนาคตมาใช้อย่างไม่คุ้มค่า เปรียบเสมือนครอบครัวที่กู้เงินมาเพื่อใช้กินอยู่โดยไม่สร้างรายได้เพิ่ม นอกจากนี้ยังเตือนถึง ปรากฏการณ์เบียดขับการลงทุนภาคเอกชน ที่รัฐบาลจะเข้าไปแย่งชิงทรัพยากรเงินทุนในตลาด ส่งผลให้ดอกเบี้ยเงินกู้สูงขึ้นและบั่นทอนขีดความสามารถในการลงทุนของภาคเอกชนโดยตรง

2.วิกฤตหนี้สาธารณะทะลุเพดานความมั่นคง

ปัจจุบันสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP ของไทยอยู่ในระดับที่น่ากังวล (ประมาณร้อยละ 67–68) หากมีการกู้เพิ่มอีก 4 แสนล้านบาท จะส่งผลให้ตัวเลขพุ่งสูงถึง ร้อยละ 71 ซึ่งเกินกว่าเกณฑ์มาตรฐานความยั่งยืนทางการคลังและข้อแนะนำของ IMF การขยายเพดานหนี้ในสภาวะที่รายได้ประเทศยังไม่เติบโต จะทำลายความเชื่อมั่นในสายตานักลงทุนต่างชาติและสถาบันจัดอันดับเครดิตสากล
 

3. ทางออกที่ยั่งยืน: ปฏิรูปโครงสร้างแทนการกู้

ศ. ดร.สุชาติ เสนอแนะว่ารัฐบาลควรหันมาบริหารจัดการงบประมาณที่มีอยู่เดิมให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดทนการสร้างภาระผูกพันใหม่ ผ่าน 3 แนวทางหลัก 

  • ลดรายจ่ายประจำ: ปฏิรูประบบราชการที่เทอะทะเพื่อลดงบประมาณที่ซ้ำซ้อน ซึ่งอาจประหยัดได้สูงถึง 3–4 แสนล้านบาท
  • แก้กฎหมายพลังงาน: การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดไม่จำเป็นต้องกู้เงิน แต่ควรแก้ไขระเบียบให้ภาคประชาชนและเอกชนลงทุนได้โดยสะดวกและมีราคารับซื้อคืนที่เป็นธรรม
  • กระตุ้นผ่านนโยบายการเงิน: ใช้กลไกของธนาคารแห่งประเทศไทยในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยและดูแลค่าเงินบาทให้เอื้อต่อการส่งออก

บทสรุปเชิงนโยบาย: การออก พ.ร.ก. กู้เงินในครั้งนี้ถูกตั้งคำถามอย่างหนักถึงความ "จำเป็นเร่งด่วน" ตามมาตรา 172 ของรัฐธรรมนูญ เนื่องจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานหรือพลังงานหมุนเวียนมิใช่เหตุฉุกเฉินที่ไม่สามารถรอการจัดสรรงบประมาณตามปกติได้ การดึงดันดำเนินนโยบายนี้อาจเป็นการสร้างมรดกหนี้ให้แก่คนรุ่นหลังมากกว่าการสร้างความมั่งคั่งอย่างที่รัฐบาลคาดหวัง.

แหล่งที่มา : รายการคมชัดลึก (คลิกชม)

 

ข่าวล่าสุด

รายงานชี้หนี้โลกพุ่ง 353 ล้านล้านดอลลาร์ กระแสลดพึ่งสหรัฐ

รายงานชี้หนี้โลกพุ่ง 353 ล้านล้านดอลลาร์ กระแสลดพึ่งสหรัฐ