posttoday
45 ปี 6 ตุลาฯ (ตอนที่สี่: ว่าด้วยสถานการณ์ประเทศเพื่อนบ้าน): ลาว

45 ปี 6 ตุลาฯ (ตอนที่สี่: ว่าด้วยสถานการณ์ประเทศเพื่อนบ้าน): ลาว

01 พฤศจิกายน 2564

โดย...ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร                       

*******************

จากข้อตกลงฝรั่งเศส-ลาว ได้มีการสถาปนาราชอาณาจักรลาวในฐานะที่เป็นรัฐสมัยใหม่ขึ้นในปี พ.ศ. 2489 แต่ยังไม่มีเอกราชอันสมบูรณ์ อยู่ในสภาวะที่เรียกว่า “semi-independent” นั่นคือ ยังอยู่ภายใต้ฝรั่งเศสอยู่ด้วย และภายใต้การอำนวยการของฝรั่งเศส และได้มีการวางกระบวนการที่จะนำไปสู่การรวมแขวงต่างๆของลาวเข้าด้วยกันเป็นประเทศ (unification) และการประกาศเอกราชอย่างสมบูรณ์ โดยการจัดตั้งรัฐบาลรักษาการขึ้นเพื่อกำหนดกระบวนการและเงื่อนไขต่างๆในการเลือกตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญขึ้น ในการตั้งนายกรัฐมนตรีรัฐบาลชั่วคราว  กษัตริย์แขวงหลวงพระบางขณะนั้นคือ เจ้าศรีสว่างวงศ์ได้แต่งตั้งเจ้าสุวรรณราช พระอนุชาต่างมารดาให้เป็นนายกรัฐมนตรีรัฐบาลรักษาการ และแต่งตั้งบรรดาพระบรมวงศานุวงศ์ในสายของพระองค์เป็นคณะรัฐมนตรี                                                                 

เจ้าศรีสว่างวงศ์ได้ไปทรงศึกษาที่ประเทศฝรั่งเศสติ้งแต่พระชนมายุได้เพียง 10 พรรษา และได้ทรงศึกษาเรียนต่อ ณ มหาวิทยาลัยในเมืองมงเปอลีเย และทรงจบการศึกษาจากสถาบันการศึกษาทางการเมืองปารีส หลังจากจบการศึกษาแล้ว พระองค์ยังทรงได้พำนักอยู่ที่ฝรั่งเศสต่อไป หลังจากนั้น พระองค์ได้ตัดสินใจกลับมายังประเทศลาว  เสด็จขึ้นครองราชสมบัติเป็นกษัตริย์แห่งหลวงพระบางเมื่อวันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2447 และจากการที่พระองค์เสด็จไปศึกษาที่ฝรั่งเศสตั้งแต่ 10 พรรษาและทรงพำนักอยู่ที่ฝรั่งเศสเป็นเวลานาน ทำให้พระองค์ตรัสภาษาลาวไม่ได้และต้องได้รับการถวายคำแนะนำจากข้าราชบริพารเป็นเวลาหลายปี

การแต่งตั้งรัฐบาลรักษาการที่มีแต่เฉพาะเจ้าทางเหนือและในสายหลวงพระบางได้สร้างความไม่พอใจให้กับอภิชนในตระกูลทางตอนใต้ของลาว และมีการโจมตีว่า การแต่งตั้งดังกล่าวไม่ได้อยู่หลักการความเสมอภาคและคุณสมบัติความสามารถ แต่เป็นการตั้งโดยยึดเกณฑ์ชาติกำเนิดและถิ่นฐาน ที่สำคัญคือ ฝ่ายผู้ปกครองฝรั่งเศสเองก็ไม่สนใจต่อปัญหาความไม่สมดุลที่เกิดขึ้นในการตั้งรัฐบาลครั้งนั้นด้วย

หลังจากมีรัฐบาลรักษาการแล้ว ได้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญจำนวนทั้งสิ้น 44 คนขึ้นในวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ.2489 โดยเกณฑ์ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญคือ เฉพาะพลเมืองชาย ไม่รวมพระภิกษุ สมาชิกในพระบรมวงศานุวงศ์และทหาร  และเกณฑ์คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญคือ จะต้องมีคุณวุฒิการศึกษา ซึ่งคุณวุฒิที่กำหนดไว้ขณะนั้น ส่งผลให้ผู้ที่เข้าเกณฑ์จะมีแต่สมาชิกของตระกูลชนชั้นนำและข้าราชการอาวุโสเท่านั้น  ขณะเดียวกัน ได้กำหนดเงื่อนไขพิเศษสำหรับผู้สมัครจากทางตอนใต้ของลาวไว้ด้วยว่า ผู้สมัครเหล่านั้นจะต้องประกาศเจตจำนงชัดเจนว่า ต้องการให้เกิดการรวมอาณาจักรต่างๆในลาวเข้าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันภายใต้หลวงพระบาง ซึ่งเป็นสิ่งที่เจ้าลาวหลวงพระบางและผู้ปกครองฝรั่งเศสได้ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้แล้ว

สภาร่างรัฐธรรมนูญได้เริ่มประชุมขึ้นครั้งแรกในวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2490  โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ การรับรองการรวมประเทศและการร่างรัฐธรรมนูญ และแน่นอนว่าที่ประชุมสภาร่างฯที่มีสมาชิกตระกูลชนชั้นนำและข้าราชการอาวุโสได้ลงมติเป็นเอกฉันท์ให้เจ้าศรีสว่างวงศ์เป็นสมเด็จพระเจ้าศรีสว่างวงศ์พระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรลาวที่กำลังจะเกิดขึ้น และแต่งตั้งคณะกรรมาธิการในสภาร่างรัฐธรรมนูญขึ้นเพื่อทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญสำหรับราชอาณาจักรที่จะเกิดขึ้นใหม่ สภาร่างรัฐธรรมนูญใช้เวลาร่างประมาณเกือบสองเดือน โดยฝรั่งเศสได้คอยกำกับชี้นำคณะกรรมาธิการยกร่างอยู่ตลอดเวลาเกือบสองเดือนของการยกร่าง  โดยจริงๆแล้ว เริ่มร่างเป็นภาษาฝรั่งเศสก่อนแล้วค่อยแปลเป็นภาษาลาว ด้วยเหตุนี้ จึงไม่น่าแปลกใจที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวดังกล่าวมีลักษณะที่คล้ายกับรัฐธรรมนูญของสาธารณรัฐที่สี่ของฝรั่งเศส

หลังจากการประกาศใช้ในวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2490 โดยรัฐธรรมนูญชั่วคราวฉบับแรกของราชอาณาจักรลาวได้กำหนดให้มีสมาชิกสภานิติบัญญัติจำนวน 35 คน และให้จัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปในเดือนสิงหาคมปีเดียวกันนั้น  บรรดาสมาชิกสภานิติบัญญัติที่ได้รับเลือกตั้งมานี้ สมัครในนามอิสระ ไม่มีสังกัดกลุ่มหรือพรรคการเมือง และเริ่มประชุมครั้งแรกในวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ.2491  เพื่อลงมติรับรองเจ้าสุวรรณราชให้เป็นนายกรัฐมนตรีรวมทั้งคณะรัฐมนตรีตามที่สมเด็จพระเจ้าศรีสว่างวงศ์ พระมหากษัตริย์เป็นผู้เสนอชื่อ

เจ้าสุวรรณราชมีศักดิ์เป็นพระญาติของสมเด็จพระเจ้าศรีสว่างวงศ์ และรัฐบาลเจ้าสุวรรณราชถือเป็นรัฐบาลชุดแรกภายใต้พระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรลาว

ต่อมา ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2490 สภานิติบัญญัติแห่งชาติได้เสนอชื่อบุคคลสามคนให้เป็นองคมนตรี ส่วนอีกหกคนให้พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง คณะบุคคลดังกล่าวนี้มีสถานะเป็นอีกสภาหนึ่งที่ทำหน้าที่ทบทวนตรวจสอบร่างกฎหมายที่ผ่านการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ รวมทั้งทำหน้าที่ถวายคำแนะนำต่อองค์พระมหากษัตริย์ด้วย ภารกิจแรกของคณะองมนตรีคือร่วมประชุมกับสภานิติบัญญัติแห่งชาติเป็นสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มีการประชุมในช่วงระหว่างวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2491 ถึง 30 เมษายน พ.ศ. 2492 เพื่อพิจารณาและแปรญัตติเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 2490  จนที่สุดได้มีการลงพระปรมาภิไธยประกาศใช้ในวันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2492

เจ้าสุวรรณราช ผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นเป็นพระราชโอรสของเจ้าชายบุนโขง และเป็นน้องชายของเจ้าเพชรราช และเจ้าสุวรรณภูมา และเจ้าสุภานุวงศ์

ในบรรดาพี่น้องทั้งสี่นี้ ต่างมีจุดยืนทางการเมืองที่แตกต่างกัน อย่างที่ได้กล่าวไปในตอนที่แล้วว่าเจ้าเพชราชและเจ้าสุวรรณภูมาได้เข้าร่วมกับแนวร่วมลาวอิสระต่อสู้ฝรั่งเศสเพื่อเอกราชของลาว แต่ไม่เห็นด้วยกับการที่แนวร่วมลาวอิสระไปอยู่ภายใต้เวียดมินห์ภายใต้พรรคอมมิวนิสต์อินโดจีนที่เวียดนามเป็นผู้นำ ส่วนเจ้าสุภานุวงศ์ พี่ชายต่างมารดาของเจ้าสุวรรณภูมาได้เข้าร่วมกับกลุ่มคอมมิวนิสต์ของนายไกรสรในการคุมกองกำลังประชาชนลาวปลดแอกในเดือนมกราคม พ.ศ. 2492  และนำกลุ่ม “ประเทศลาว”  เข้าร่วมกับกลุ่มเวียดมินห์ของเวียตนามในการต่อต้านฝรั่งเศส และการเข้าร่วมกับฝ่ายคอมมิวนิสต์อย่างชัดเจนของเจ้าสุภานุวงศ์ทำให้กลุ่มลาวอิสระเกิดการแบ่งแยกออกเป็นฝักฝ่ายขี้นทันที     แม้ว่าทั้งสามจะมีจุดยืนทางการเมืองที่แตกต่างกันในแง่ของอุดมการณ์และระบอบการปกครองที่คาดหวังจะให้เกิดขึ้นในลาวหลังได้รับเอกราช แต่แน่นอนว่าเห็นตรงกันในการต้องการต่อสู้ให้ลาวเป็นเอกราช

ภายใต้เจ้าสุวรรณราช นายกรัฐมนตรี รัฐบาลฝรั่งเศสและตัวแทนแห่งชาติของลาวได้ลงนามข้อตกลงที่ปารีสในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2492 เพื่อให้มีการยอมรับลาวในฐานะที่เป็นรัฐเอกราชภายใต้สหภาพฝรั่งเศส และต่อมาในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2492 ได้มีการยุบกลุ่มแนวร่วมลาวอิสระ โดยผู้นำกลุ่มลาวอิสระที่ไม่ได้ฝักใฝ่คอมมิวนิสต์ได้ประกาศยุบการเป็นรัฐบาลพลัดถิ่น และสมาชิกส่วนใหญ่ของลาวอิสระที่นำโดยเจ้าสุวรรณภูมาได้กลับเข้าประเทศลาวและได้รับการนิรโทษกรรม เหลือแต่เจ้าเพชราชที่ยังคงลี้ภัยอยู่ และก็ไม่มีอิทธิพลอะไรอีกต่อไป                                                                                                    

                                    

                                              

45 ปี 6 ตุลาฯ (ตอนที่สี่: ว่าด้วยสถานการณ์ประเทศเพื่อนบ้าน): ลาว

45 ปี 6 ตุลาฯ (ตอนที่สี่: ว่าด้วยสถานการณ์ประเทศเพื่อนบ้าน): ลาว

ต่อมาในเดือนมกราคม พ.ศ. 2493 ฝ่ายคอมมิวนิสต์ลาวที่นำโดยนายไกรสร พรหมวิหารได้ตั้งกองกำลังทหารลาวที่ควบคุมโดยคอมมิวนิสต์ขึ้นในเวียดนาม โดยฉากหน้ายอมอยู่ภายใต้รัฐบาลลาวอิสระผลัดถิ่น แต่จริงๆแล้วอยู่ภายใต้พรรคคอมมิวนิสต์อินโดจีน และเจ้าสุภานุวงศ์ พี่ชายต่างมารดาของเจ้าสุวรรณภูมาได้เข้าร่วมกับฝ่ายคอมมิวนิสต์ นั่นคือ เข้าร่วมกับนายไกรสรในการคุมกองกำลังทหารคอมมิวนิสต์ลาว  ต่อมาได้กลุ่มลาวอิสระได้เปลี่ยนชื่อเป็นกลุ่ม “ประเทศลาว” ในปี พ.ศ. 2493  และต่อมากองกำลังทหารลาวภายใต้เจ้าสุภาณุวงศ์ได้เข้าร่วม และกลุ่มได้เข้าร่วมกับกลุ่มเวียดมินฮ์ในการต่อต้านฝรั่งเศส การเข้าร่วมกับฝ่ายคอมมิวนิสต์อย่างชัดเจนของเจ้าสุภานุวงศ์ทำให้กลุ่มลาวอิสระเกิดการแตกแยกขี้นทันที

ดังที่ได้กล่าวไปในตอนที่แล้วว่า การที่เจ้าสุภานุวงศ์เข้าร่วมกับฝ่ายคอมมิวนิสต์ลาวที่อยู่ใต้พรรรคอมมิวนิสต์อินโดจีนที่นำโดยเวียตมินฮ์หรือคอมมิวนิสต์เวียตนาม มีสาเหตุมาจากการที่เจ้าสุภาณุวงศ์ใช้เวลาอยู่ในเวียตนามนานถึงสิบหกปี เขามีโอกาสได้พบโฮจิมิน และได้แต่งงานกับสตรีชาวเวียตนาม ทำให้เขาได้รับอิทธิพลและมีสายสัมพันธ์กับเวียตนามอย่างแนบแน่น และได้รับการสนับสนุนจากเวียตมินในการก่อตั้งกองกำลังกองโจรลาวขึ้น ต่อมาเขาได้เป็นหัวหน้ากลุ่มประเทศลาว และจัดตั้งรัฐบาลขึ้น โดยอ้างว่าเป็นความพยายามรวมตัวกันขึ้นของกลุ่มต่างๆที่ไม่ฝักใฝ่แนวทางใดเป็นพิเศษ แต่จริงๆแล้วเป็นกลุ่มคอมมิวนิสต์ และสองในสมาชิกก่อตั้งกลุ่มประเทศลาวนี้เป็นสมาชิกของพรรคคอมมิวนิสต์อินโดจีน ซึ่งสนับสนุนการโค่นล้มสถาบันกษัตริย์ไปพร้อมกับการขับไล่ฝรั่งเศสออกไปจากอินโดจีน

เจ้าสุวรรณราชได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกตั้งแต่ พ.ศ. 2492  และดำรงตำแหน่งจนครอบวาระ 4 ปี  และหลังจากการเลือกตั้งทั่วไปในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2494 เจ้าสุวรรณภูมาและพรรคชาติก้าวหน้าชนะได้เสียงข้างมาก ได้ 22 ที่นั่งจาก 39 ที่นั่ง และจัดตั้งรัฐบาลโดยมีเจ้าสุวรรณภูมาเป็นนายกรัฐมนตรี และยืนยันจุดยืนทางการเมืองของรัฐบาลที่เป็นกลาง นั่นคือ ไม่ซ้ายไม่ขวา

-พรรคชาติก้าวหน้า (National Progressive Party) 22

-พรรคอิสระ (Independent Party) 7

-ผู้สมัครอิสระไม่สังกัดพรรค 5

-พรรคประชาธิปัตย์ (Democratic Party) 3

-เอกภาพชาติลาว (Lao National Union Party) 2

จำนวนสมาชิกสภาฯทั้งสิ้น 39

เจ้าสุวรรณภูมาเป็นนายกรัฐมนตรีจนถึง พ.ศ. 2498 จึงมีการยุบสภาและจัดการเลือกตั้งทั่วไปขึ้นในวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2498 พระองค์และพรรคชาตก้าวหน้าได้ชัยชนะอีกครั้งหนึ่ง  หลังจากนั้นสองเดือน เจ้าสุภานุวงศ์ได้ตั้งพรรค “พรรคประเทศลาว”  หรือ “พรรคประชาชนปฏิวัติลาว” (Lao People's Revolutionary Party) ขึ้นในวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ.2498 ทำให้เจ้าสุวรรณภูมาได้เสนอนโยบายปรองดองแห่งชาติ  และในเดือนสิงหาคม พ.ศ.2499 เจ้าสุวรรณภูมาได้ทำข้อตกลงคร่าวๆกับเจ้าสุภานุวงศ์หัวหน้าพรรคประเทศลาวซึ่งเป็นพรรคคอมมิวนิสต์ว่าจะให้มีการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติขึ้น ส่งผลให้ให้พรรคประเทศลาวได้เริ่มส่งพรรคลาวฮักซาดเข้าต่อสู้ในเวทีการเมืองระบบรัฐสภาในปี พ.ศ.2499 และได้ตกลงกันที่จะให้มีเขตเลือกตั้งและจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มขึ้นอีก 21 ที่นั่งในปี พ.ศ. 2501 และหลังจากการเลือกตั้งเพิ่มในวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ.2501 พรรคลาวรักชาติที่เป็นแนวร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์ประเทศลาวได้รับเลือกตั้งเข้าสภาเป็นจำนวน 13 คน ส่งผลให้เจ้าสุภานุวงศ์ได้เข้าร่วมรัฐบาลกับเจ้าสุวรรณภูมา โดยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีเศรษฐกิจ รวมทั้งนายภูมี วงศ์วิจิตร ผู้นำพรรคประเทศลาวก็ได้เป็นรัฐมนตรีด้วย                                                                                

45 ปี 6 ตุลาฯ (ตอนที่สี่: ว่าด้วยสถานการณ์ประเทศเพื่อนบ้าน): ลาว

45 ปี 6 ตุลาฯ (ตอนที่สี่: ว่าด้วยสถานการณ์ประเทศเพื่อนบ้าน): ลาว

45 ปี 6 ตุลาฯ (ตอนที่สี่: ว่าด้วยสถานการณ์ประเทศเพื่อนบ้าน): ลาว

                                           

                                 

การเลือกตั้งวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2501 ที่พรรคแนวลาวรักชาติได้ที่นั่งสูงสุด ถือเป็นจุดเริ่มต้นของอิทธิพลทางการเมืองในระบบรัฐสภาของพรรคแนวร่วมคอมมิวนิสต์  และทำให้สหรัฐอเมริกาต้องทำการแทรกแซงโดยการสนับสนุนพรรคการเมืองฝ่ายขวาขึ้นเพื่อทัดทานพรรคแนวร่วมคอมมิวนิสต์ที่กำลังเติบโตทางการเมืองภายใต้นโยบายปรองดองและเป็นกลางของเจ้าสุวรรณภูมาและพรรคชาติก้าวหน้า

และอย่างที่ได้กล่าวไปในตอนก่อนๆแล้วว่า หลังจากการเลือกตั้งครั้งนั้นอีกประมาณปีกว่า ได้เกิดรัฐประหารในวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ.2502 ถือเป็นรัฐประหารครั้งแรกหลังจากลาวได้เอกราชและมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญในระบอบปกครองระบอบพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญมาตั้งแต่ พ.ศ. 2492

น่าคิดว่า รัฐประหารที่เกิดขึ้นในประเทศไทยในช่วงสงครามเย็น จะมีครั้งไหนบ้างที่มีสหรัฐอเมริกาอยู่เบื้องหลัง ?

ข่าวล่าสุด

โลกเดือดแต่เศรษฐกิจไม่พัง! KTAM อัปเกรด GDP ไทยแตะ 2.3% ชี้หุ้นไทยผ่านจุดต่ำสุด ลุ้นทะยาน 1,600 จุด

โลกเดือดแต่เศรษฐกิจไม่พัง! KTAM อัปเกรด GDP ไทยแตะ 2.3% ชี้หุ้นไทยผ่านจุดต่ำสุด ลุ้นทะยาน 1,600 จุด