วิกฤตชิปแพงพ่นพิษ! Apple - บิ๊กเทคฯ อ่วม ต้นทุนพุ่ง จ่อกระทบกำไร
วิกฤตชิปแพงพ่นพิษ! Apple - บิ๊กเทคฯ อ่วม ต้นทุนพุ่ง จ่อกระทบกำไร นักลงทุนต้องเร่งประเมินความเสี่ยงของ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ใหม่อีกครั้ง
KEY
POINTS
- ความต้องการใช้งาน AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ส่งผลให้ราคาชิปหน่วยความจำ (Memory) และชิปเก็บข้อมูล (Storage) ปรับตัวสูงขึ้น จนกลายเป็นแรงกดดันต่อต้นทุนของผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
- ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์อย่าง Apple หรือ HP ต้องเลือกระหว่างการแบกรับต้นทุนส่วนเกินซึ่งจะทำให้กำไรลดลง หรือการผลักภาระด้วยการขึ้นราคาสินค้าซึ่งเสี่ยงต่อการที่ยอดขายจะชะลอตัว
สถานการณ์ในตลาดเทคโนโลยีโลกกำลังเข้าสู่ภาวะตึงเครียด เมื่อ Apple และบริษัทผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ชั้นนำต่างต้องเผชิญกับคลื่นลูกใหญ่จากปัญหาต้นทุนการผลิต สาเหตุหลักมาจาก ราคาชิปหน่วยความจำ (Memory Chip Price) ที่ถีบตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ซึ่งเป็นผลพวงโดยตรงจากการเติบโตแบบก้าวกระโดดของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่กระตุ้นให้มีความต้องการชิปประมวลผลและหน่วยความจำมหาศาล ส่งผลให้ส่วนต่างกำไร (Profit Margins) ของผู้ผลิตอุปกรณ์ถูกบีบอัด จนนักลงทุนในตลาดหุ้นเริ่มกลับมาประเมินความเสี่ยงกันอีกครั้ง
ข้อมูลจาก IDC (International Data Corporation) ระบุว่า ความไม่สมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทานของชิปหน่วยความจำในปัจจุบัน ถือเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนและกำลังยกระดับเป็นวิกฤตการณ์สำหรับผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
โดยอุตสาหกรรมกำลังยืนอยู่บนจุดเปลี่ยนสำคัญที่ราคายังคงมีแนวโน้มไต่ระดับสูงขึ้น โดยไม่มีสัญญาณว่าจะคลี่คลายในระยะใกล้นี้
Rob Thummel ผู้เชี่ยวชาญจาก Tortoise Capital วิเคราะห์ถึงสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกนี้ว่า ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์กำลังถูกบีบให้เหลือทางเลือกเพียงสองทาง ซึ่งส่งผลลบต่อธุรกิจไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
- การแบกรับต้นทุน (Absorb Costs): ยอมให้กำไรลดลงเพื่อรักษาราคาขายเดิมไว้
- การปรับขึ้นราคา (Raise Prices): ผลักภาระให้ผู้บริโภค ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้ความต้องการซื้อชะลอตัวลง
ส่องตลาดหุ้น ใครรุ่ง ใครร่วง ในสมรภูมิชิป AI?
ผลกระทบจาก ราคาชิปหน่วยความจำ ที่พุ่งสูงขึ้น ทำให้เกิดภาพที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในตลาดทุน ระหว่างกลุ่มผู้ผลิตชิป (Suppliers) และกลุ่มผู้ผลิตอุปกรณ์ (Device Manufacturers)
กลุ่มผู้ผลิตชิป รับอานิสงส์หุ้นพุ่ง
ในขณะที่ผู้ผลิตอุปกรณ์ต้องกุมขมับ สถานการณ์กลับเป็นใจให้กับฝั่งซัพพลายเออร์ ไม่ว่าจะเป็น SanDisk (SNDK), Western Digital (WDC), Micron (MU) และ Seagate (STX) ที่กำลังเติบโตอย่างแข็งแกร่งจากราคาขายที่เพิ่มขึ้น
สะท้อนผ่านราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง โดยเฉพาะ SanDisk ที่ทำผลงานโดดเด่น ราคาหุ้นพุ่งขึ้นกว่า 60% นับตั้งแต่ต้นปี (Year-to-date)
Apple และ HP เผชิญมรสุมกดดัน
ตัดภาพกลับมาที่ฝั่งผู้ผลิตอุปกรณ์ สถานการณ์ดูจะไม่สดใสนัก หุ้นของ Apple และ HP (HPQ) ต่างได้รับแรงกดดันจากความกังวลเรื่อง ต้นทุนฮาร์ดแวร์ โดยหุ้นของ HP ร่วงลงเกือบ 30% ในปี 2025
ในขณะที่ ราคาหุ้น Apple เองก็เผชิญกับการปรับลดคำแนะนำการลงทุน (Downgrade) จากนักวิเคราะห์ เนื่องจากความกังวลต่อความท้าทายด้านราคาชิปหน่วยความจำที่อาจฉุดรั้งผลประกอบการในระยะยาว
สถานการณ์ราคาชิปหน่วยความที่ผันผวนนี้ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะหาก แนวโน้มเศรษฐกิจโลก และความต้องการ ชิป AI ยังคงร้อนแรงต่อเนื่อง ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์อาจต้องปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่เพื่อประคองผลกำไรให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤตต้นทุนนี้ไปให้ได้
อ้างอิง: Bloomberg


