
เกาะติดประชุม กนง. ลุ้นเซอร์ไพรส์ลดดอกเบี้ย SET ผันผวนกรอบ 1,200-1,230 จุด
บล.ลิเบอเรเตอร์คาดหุ้นไทยวันนี้ “ผันผวน” กรอบ 1,200-1,230 จุด แนะติดตามผลการประชุม กนง.ตลาดคาดคงดอกเบี้ยนโยบายตามเดิมที่ 2.25% หากเซอร์ไพรส์ปรับลดถือว่าดี กลยุทธ์รอย่อสะสมหุ้นแนวโน้มกำไรดี Valuationน่าสนใจ เชียร์ “CPALL” ให้ราคาเป้าหมาย 75 บาท
KEY
POINTS
- บล.ลิเบอเรเตอร์คาดหุ้นไทยวันนี้ “ผันผวน” กรอบ 1,200-1,230 จุด แนะติดตามผลการประชุม กนง.
- ตลาดคาด กนง.คงดอกเบี้ยนโยบายตามเดิมที่ 2.25% หากเซอร์ไพรส์ปรับลดถือว่าดี
- กลยุทธ์รอย่อสะสมหุ้นแนวโน้มกำไรดี Valuationน่าสนใจ เชียร์ “CPALL” ให้ราคาเป้าหมาย 75 บาท
นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ นักกลยุทธ์การลงทุนฝ่ายวิจัย บล.ลิเบอเรเตอร์ กล่าวว่า วานนี้กระทรวงพาณิชย์รายงานยอดส่งออกไทยเดือน ม.ค. ปรับขึ้นเด่น +13.6%y-y สูงกว่าคาดที่ +7.4% นำโดย ยางพารา, ไก่สดแช่แข็ง และอาหารทะเลกระป๋อง แต่ด้านการนำเข้าก็เร่งขึ้นเช่นกันสู่ระดับ +7.9% สูงกว่าคาดที่ +2.5% ส่งผลให้เดือน ม.ค. ไทยขาดดุลการค้ามากกว่าคาด กระตุ้นค่าเงินบาทอ่อนค่า เช้านี้อ่อนสู่ระดับ 33.7 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนตลาดหุ้นไทยยังอยู่ในช่วงการปรับฐาน ท่ามกลางความเชื่อมั่นต่อการลงทุนที่หดตัว โดย SET มีแนวรับสำคัญถัดไปที่ 1200 และ 1180 จุด
ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามวันนี้ คือ การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) นัดแรกของปีนี้ ท่ามกลางแรงกดดันจากภาครัฐฯที่อยากที่จะเห็น กนง. ปรับลดดอกเบี้ย แต่อย่างไรก็ดีมุมมองของเราและนักเศรษฐศาตร์ส่วนใหญ่กว่า 74% คาดวันนี้ กนง. จะมีมติคงดอกเบี้ยนโยบายของไทยที่ระดับ 2.25% ตามเดิม เนื่องจากการเติบโตของเศรษฐกิจไทยยังทำได้ตามที่ ธปท. คาดหวัง ผสานกับเงินเฟ้อเริ่มกลับเข้าสู่กรอบระยะกลาง ดังนั้น กนง. อาจยังไม่รีบปรับลดดอกเบี้ยในรอบนี้
แต่ในมุมมองกลับกัน หาก กนง. ตัดสินใจปรับลดดอกเบี้ยในรอบนี้ตามที่ภาครัฐฯเรียกร้อง ก็จะถือเป็น Positive Surprise ต่อตลาดหุ้น ซึ่งจะช่วยกระตุ้นหุ้นในกลุ่มไฟแนนซ์, ไฟฟ้า, ค้าปลีก และกลุ่มหุ้นที่มีอัตราปันผลสูง นำตลาดฟื้นตัวได้เช่นกัน
คาด SET วันนี้ “ผันผวน” ในกรอบ 1,200-1,230 จุด แนะติดตามผลการประชุม กนง. วันนี้ โดยตลาดคาดจะคงดอกเบี้ยนโยบายตามเดิมที่ 2.25% แต่อย่างไรก็ดีหาก กนง. ตัดสินใจปรับลดจะเป็น Positive Surprise ส่วนกลยุทธ์รอย่อสะสม หุ้นที่แนวโน้มกำไรดี และมี Valuation ที่น่าสนใจ
วันนี้แนะนำ “CPALL” ราคาเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 75 บาท รายงานกำไรสุทธิ ในไตรมาส 4/67 ที่ 7.18 พันล้านบาท (+28%q-q, +31%y-y) ดีกว่าตลาดคาด 8% เพิ่มขึ้นแข็งแกร่ง หนุนจากยอดขายร้านสะดวดซื้อ 7-Eleven ผสานธุรกิจขายส่งที่เติบโตดี
แนวโน้มไตรมาส 1/68 คาดได้แรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นการบริโภคของภาครัฐฯ ทั้ง Easy e-Receipt และ Digital wallet ขณะที่ปัจจุบันเทรดเพียง PE 16 เท่า เข้าสู่ระดับที่น่าสนใจ







