posttoday
เอกชน เห็นด้วย “ศุภจี” เร่งสรุป ART ดันสินค้าไทยเข้าลิสต์ยกเว้นภาษีสหรัฐฯ เพิ่ม

เอกชน เห็นด้วย “ศุภจี” เร่งสรุป ART ดันสินค้าไทยเข้าลิสต์ยกเว้นภาษีสหรัฐฯ เพิ่ม

30 กรกฎาคม 2569

หอการค้าไทยหนุน “ศุภจี” เร่งสรุป ART ผลักดันสินค้าที่มี Local Content สูง เข้าสู่ Exemption List เสริมขีดความสามารถการแข่งขันประเทศ

หลังจากที่กระทรวงพาณิชย์ ได้ออกมาเปิดเผยถึงแผนรับมือภาษีสหรัฐ หลังไทยถูกกำหนดอัตราภาษีที่ 12.5% ว่าด้วยมาตรา 301 และไทยกำลังเตรียมเจรจาอีกรอบ โดยจะเร่งสรุป ART (Agreements on Reciprocal Trade) ซึ่งเป็นข้อตกลงที่สหรัฐฯ ต้องการให้ประเทศคู่ค้าลดอุปสรรคทางการค้า ทั้งมาตรการภาษีและที่ไม่ใช่ภาษี

 

และเตรียมยื่นเสนอสินค้าอีกหลายรายการเพื่อให้ไทยได้รับการยกเว้นมาตรการภาษีเพิ่ม  หลังการเจรจาที่ผ่านมาไทยสามารถผลักดันให้สหรัฐฯ ขยายรายการสินค้าที่ได้รับการยกเว้นจาก 471 รายการ เป็น 2,120 รายการ ตามที่โพสต์ทูเดย์ได้เสนอไปก่อนหน้า

 

https://www.posttoday.com/business/746105

https://www.posttoday.com/business/746156

 

หอการค้าไทยหนุนแนวทางของ "ศุภจี" 

 

ล่าสุด ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หอการค้าไทยสนับสนุนแนวทางการดำเนินงานของ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และทีมไทยแลนด์ ในการเร่งสรุปความตกลง Agreements on Reciprocal Tariff (ART) ระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกาโดยเร็ว

 

เพราะการมีกรอบการค้าที่ชัดเจนจะช่วยลดความไม่แน่นอน (Uncertainty) ของภาคธุรกิจ ทำให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนการผลิต การลงทุน และการส่งออกได้อย่างมั่นใจมากขึ้น 

 

รวมทั้งช่วยให้ภาพรวมอัตราภาษีสินค้าของไทยในตลาดสหรัฐฯ อยู่ในระดับที่สามารถแข่งขันกับประเทศคู่แข่งได้

 

ดร.พจน์ กล่าวตอว่า ภาคเอกชนเห็นด้วยกับแนวทางของ นางศุภจี ที่ให้ความสำคัญกับการผลักดันสินค้าไทย ให้ได้รับการยกเว้นภาษี (Exemption List) เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสินค้าที่มี Local Content สูง ใช้วัตถุดิบภายในประเทศ และสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านกระบวนการผลิตของไทย เนื่องจากจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทยในวงกว้าง

 

ในส่วนของสินค้าเกษตร อาหาร และอุตสาหกรรมเกษตร รวมถึงสินค้าประมงและอาหารสัตว์เลี้ยงซึ่งเป็นจุดแข็งของประเทศไทยและมีความเชื่อมโยงกับเกษตรกร ผู้ประกอบการ SMEs และอุตสาหกรรมแปรรูปจำนวนมากนั้น 

 

หอการค้าไทยเห็นด้วยอย่างยิ่งกับการผลักดันให้สินค้าในกลุ่มดังกล่าวได้รับการบรรจุอยู่ใน Exemption List ให้ได้มากที่สุด เพราะจะช่วยรักษาความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทย พร้อมทั้งสร้างประโยชน์โดยตรงต่อเกษตรกร ผู้ประกอบการ และประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ

 

นอกจากนี้ การให้ความสำคัญกับสินค้าไทยที่มี Local Content สูง ยังเป็นการรักษามูลค่าเพิ่มไว้ในประเทศ สนับสนุนการจ้างงาน และเสริมความแข็งแกร่งให้ห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการปรับตัวของเศรษฐกิจโลกสู่ Regional Value Chain

 

“การเจรจาครั้งนี้ควรมุ่งสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับประเทศไทย โดยให้ความสำคัญกับสินค้าไทยที่สร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศ และมีผลต่อเศรษฐกิจฐานรากในวงกว้าง

 

การเร่งสรุป ART ควบคู่กับการผลักดันสินค้าส่งออกรายการสำคัญของไทยที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูงและยังเป็นรายการที่สหรัฐผลิตได้ไม่เพียงพอ เข้าสู่ Exemption List จะช่วยทั้งลดความไม่แน่นอน รักษาความสามารถในการแข่งขัน และทำให้ผลประโยชน์จากการเจรจากระจายไปสู่ประชาชนไทยอย่างเป็นรูปธรรม

 

ในขณะเดียวกัน ยังจะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคสหรัฐในการลดความเสี่ยงค่าครองชีพ“ ดร.พจน์ กล่าว

 

ข่าวล่าสุด

เจาะมาตรการจีนสกัดทองกระดาษ YLG ชี้กระทบสั้น เหตุรายย่อยเทรดไม่ถึง 4.88%

เจาะมาตรการจีนสกัดทองกระดาษ YLG ชี้กระทบสั้น เหตุรายย่อยเทรดไม่ถึง 4.88%