
พาณิชย์เตรียมยื่น 13 สินค้า ขอยกเว้นภาษีสหรัฐฯ หลังได้สิทธิแล้ว 2,120 รายการ
“ศุภจี” พร้อมปิดดีลสหรัฐ ลุยยื่นขอเพิ่มสินค้าไทยเข้าบัญชียกเว้นภาษี หลังปลดล็อกแล้วกว่า 2,120 รายการ ครอบคลุมสินค้าเกษตร-อาหารทะเลแปรรูป
หลังสหรัฐอเมริกาเดินหน้าใช้นโยบายภาษีเป็นเครื่องมือกดดันทางการค้าและมาตรฐานแรงงานกับประเทศคู่ค้าทั่วโลก ล่าสุดเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ได้ประกาศจัดเก็บภาษีตามมาตรา 301
กรณีประเทศคู่ค้าไม่กำหนดและบังคับใช้มาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตจากแรงงานภาคบังคับ ครอบคลุม 60 ประเทศ โดยไทยถูกจัดเก็บภาษีในอัตรา 12.5%
ซึ่งหากนับตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นมา "ทีมไทยแลนด์" ได้เดินหน้าเจรจากับสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้สินค้าไทยได้รับการยกเว้นภาษีเพิ่มเติม พร้อมอยู่ระหว่างการหารือในกรอบ Agreements on Reciprocal Tariff (ART) ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการเจรจาระดับเทคนิค
ล่าสุด กระทรวงพาณิชย์เตรียมเดินหน้าเจรจากับสหรัฐอีกระลอก โดยเตรียมเสนอให้ 13 กลุ่มสินค้าส่งออกสำคัญของไทยได้รับการยกเว้นมาตรการภาษีเพิ่มเติม หลังการเจรจาที่ผ่านมาไทยสามารถผลักดันให้สหรัฐฯ ขยายรายการสินค้าที่ได้รับการยกเว้นจาก 471 รายการ เป็น 2,120 รายการ
นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยกับสื่อในเครือเนชั่นว่า การยกเว้นภาษีที่ได้รับครอบคลุมสินค้าหลากหลายประเภท ทั้งสินค้าเกษตร อาหาร อิเล็กทรอนิกส์ สินค้าอุตสาหกรรม วัตถุดิบ อากาศยาน อุปกรณ์การแพทย์ และสินค้าอื่น ๆ ถือเป็นผลสำเร็จสำคัญของการเจรจา ที่ช่วยลดผลกระทบต่อภาคการส่งออกของไทยได้อย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม ยังมีสินค้าของไทยอีกประมาณ 38% ที่ยังไม่ได้รับการยกเว้นภาษี โดยส่วนใหญ่เป็นสินค้าอุตสาหกรรมและสินค้าเกษตร แต่หากนับรวมข้อยกเว้นภายใต้มาตรา 232 ของสหรัฐฯ จะทำให้สัดส่วนสินค้าที่ไม่ได้รับการยกเว้นลดลงเหลือเพียง 28% ของสินค้าส่งออกทั้งหมด
"หากดูเฉพาะมาตรา 301 สินค้าไทยได้รับการยกเว้นแล้ว 62% แต่เมื่อรวมมาตรา 232 จะเหลือสินค้าที่ไม่ได้รับการยกเว้นเพียง 28% จึงมองว่าผลกระทบต่อการส่งออกไทยยังอยู่ในวงจำกัด" นางศุภจี กล่าว
เดิมสหรัฐฯ กำหนดรายการสินค้ายกเว้นไว้ 1,655 รายการ ก่อนจะขยายเป็น 2,120 รายการตามผลการหารือที่ผ่านมา ขณะที่ไทยเตรียมเสนอ รายการสินค้าเพิ่มเติมอีก 78 พิกัด เพื่อผลักดันให้สินค้าที่มีศักยภาพของไทยได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้น
นางศุภจีย้ำว่า แม้การเจรจาการค้าในปัจจุบันจะมีความซับซ้อนมากขึ้น แต่กระทรวงจะเดินหน้าผลักดันให้สินค้าไทยเข้าสู่บัญชียกเว้นภาษีเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกไทย
เตรียมเพิ่ม 13 สินค้าศักยภาพเข้าบัญชียกเว้น
สำหรับสินค้าส่งออกสำคัญที่ไทยเตรียมยื่นขอรับการยกเว้นภาษีเพิ่มเติม มีมูลค่ารวมกว่า 4,953.41 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 8.81% ของการส่งออกไทยไปสหรัฐฯ โดยสินค้าหลักประกอบด้วย
- สินค้าหัตถกรรม (เครื่องประดับเงินและทอง) มูลค่าส่งออก 1,338.81 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- อาหารสุนัขและแมวบรรจุขายปลีก มีมูลค่าส่งออก 973.60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- ข้าวสารสีแล้วบางส่วนหรือทั้งหมด มีมูลค่าส่งออก 850.20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- ถุงมือยางทางการแพทย์ มีมูลค่าส่งออก 622.03 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- ปลาทูน่าและปลาโอแปรรูป มีมูลค่าส่งออก 545.50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- กุ้งที่ไม่บรรจุสุญญากาศ มีมูลค่าส่งออก 174.30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- กุ้งปรุงสุกหรือแช่แข็งอื่น ๆ มีมูลค่าส่งออก 100.40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- ซอสและเครื่องปรุงรสอื่น ๆ มีมูลค่าส่งออก 74.30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์อื่น ๆ มีมูลค่าส่งออก 72.40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- แป้งมันสำปะหลังแปรรูป มีมูลค่าส่งออก 62.27 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- ขนมหวานและลูกอมที่ไม่มีโกโก้ มีมูลค่าส่งออก 51.80 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- ปลาแซลมอนปรุงสำเร็จกรือบรรจุกระป๋อง 47.90 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- พลาสต้าดิบที่ไม่มีไข่ เป็นต้น 39.90 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
การเสนอรายการเพิ่มเติมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อขยายขอบเขตสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษี ลดผลกระทบต่อผู้ส่งออกไทย และรักษาความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดสหรัฐฯ
ขณะเดียวกัน ทีมไทยแลนด์ อยู่ระหว่างรอสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) กำหนดวันเจรจาความตกลง Agreements on Reciprocal Tariff (ART) ในระดับเทคนิค โดยฝ่ายไทยระบุว่าได้เตรียมข้อมูลและจุดยืนไว้ครบถ้วนแล้ว และหากการเจรจาเริ่มต้นได้ คาดว่าจะสามารถสรุปผลได้ภายใน 1 สัปดาห์







