
บีโอไอปักหมุดไทยฐานโฟโตนิกส์โลก ดันลงทุน 8.27 หมื่นล้าน รับ AI
บีโอไอดันไทยขึ้นแท่นฐานผลิตโฟโตนิกส์โลก รับกระแส AI และสื่อสารความเร็วสูง หลัง 5 ปีมีโครงการลงทุนกว่า 82,700 ล้านบาท ขณะที่ครึ่งแรกปี 2569 เงินลงทุนต่างชาติทะลุ 1.368 ล้านล้านบาท
ประเทศไทยกำลังขยับบทบาทจากฐานการผลิตอิเล็กทรอนิกส์สู่การเป็นศูนย์กลางการผลิต โฟโตนิกส์ (Photonics) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI)
หลังสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เปิดเผยว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีโครงการลงทุนในอุตสาหกรรมโฟโตนิกส์ยื่นขอรับการส่งเสริมแล้ว 79 โครงการ
คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 82,700 ล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ผลิตเทคโนโลยีชั้นนำที่เลือกไทยเป็นฐานการผลิตรองรับความต้องการของตลาดโลก
กระแสการเติบโตของ AI, Cloud Computing, High Performance Computing และระบบสื่อสารความเร็วสูง ทำให้ความต้องการอุปกรณ์โฟโตนิกส์เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด
เนื่องจากเทคโนโลยีดังกล่าวสามารถส่งผ่านข้อมูลด้วยแสงผ่านสายใยแก้วนำแสงได้ด้วยความเร็วสูง ใช้พลังงานต่ำ และรองรับการรับส่งข้อมูลมหาศาลของศูนย์ข้อมูล (Data Center) และเครือข่ายสื่อสารยุคใหม่
โฟโตนิกส์จึงกลายเป็นเทคโนโลยีหัวใจสำคัญ ตั้งแต่การผลิตสายใยแก้วนำแสง ชิ้นส่วน Optical เลเซอร์ โมดูลแปลงสัญญาณ ไปจนถึง Optical Transceiver อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์และสวิตช์ภายใน AI Data Center ซึ่งปัจจุบันรองรับการส่งข้อมูลได้สูงถึง 1.6 เทราบิตต่อวินาที
ไทยมีห่วงโซ่การผลิตครบวงจร
ข้อมูลของบีโอไอระบุว่า การลงทุนกว่า 82,700 ล้านบาท ครอบคลุมห่วงโซ่อุตสาหกรรมทั้งหมด ตั้งแต่
- ผลิตสายใยแก้วนำแสง 12 โครงการ มูลค่า 13,700 ล้านบาท
- ผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์ Optical 47 โครงการ มูลค่า 19,500 ล้านบาท
- ผลิตอุปกรณ์สื่อสารด้วยแสงครบชุด 20 โครงการ มูลค่า 49,400 ล้านบาท
การมีห่วงโซ่อุตสาหกรรมครบวงจร ทำให้ไทยสามารถรองรับการขยายตัวของ AI Data Center อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ และระบบคลาวด์ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก
ปัจจุบัน บริษัทผู้ผลิตระดับโลกหลายแห่งเลือกประเทศไทยเป็นฐานการผลิต ไม่ว่าจะเป็น Lumentum Holdings
ซึ่งเป็นพันธมิตรของ Nvidia รวมถึง Fabrinet, Celestica, TeraHop และ Eoptolink ผู้ผลิตอุปกรณ์ Optical รายใหญ่ของโลกที่เป็นซัพพลายเออร์ให้ Nvidia, Cisco และ Amazon Web Services
ผู้ประกอบการเหล่านี้มีการจ้างงานบุคลากรไทยรวมกันมากกว่า 20,000 คน พร้อมร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในการพัฒนางานวิจัยและบุคลากรด้านวิศวกรรมขั้นสูง สะท้อนการยกระดับประเทศไทยสู่ฐานการผลิตเทคโนโลยีมูลค่าสูง
การลงทุนกระจายสู่ภูมิภาค
แม้เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จะยังเป็นฐานการลงทุนสำคัญ แต่โครงการโฟโตนิกส์กว่า 60% ตั้งอยู่นอกพื้นที่ EEC โดยเฉพาะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี สระบุรี และสมุทรปราการ
ช่วยกระจายการจ้างงานและยกระดับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศ
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการบีโอไอ กล่าวว่า การเติบโตของ AI Data Center, Cloud Computing
และอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ทำให้อุตสาหกรรมโฟโตนิกส์มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง บีโอไอจึงมุ่งสร้างระบบนิเวศการลงทุนตั้งแต่วัสดุ ชิ้นส่วน ไปจนถึงผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มสูง ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรทักษะสูง เพื่อรองรับความต้องการของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
FDI ทะลุ 1.368 ล้านล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นนักลงทุนโลก
ความสำเร็จของอุตสาหกรรมโฟโตนิกส์เป็นส่วนหนึ่งของภาพรวมการลงทุนจากต่างประเทศที่ขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง
โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ประเทศไทยมี มูลค่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) สูงถึง 1.368 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 80% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ขณะที่มูลค่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนรวมอยู่ที่ 1.473 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 37%
เม็ดเงินลงทุนส่วนใหญ่หลั่งไหลเข้าสู่อุตสาหกรรม ดิจิทัล ดาต้าเซ็นเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า
รวมถึงอุตสาหกรรมเกษตรและแปรรูปอาหาร โดยมีนักลงทุนหลักจากสิงคโปร์ สหราชอาณาจักร จีน ไต้หวัน และญี่ปุ่น
ทั้งนี้ บีโอไอไม่ได้ให้เงินอุดหนุนแก่นักลงทุนโดยตรง แต่ใช้มาตรการส่งเสริมผ่าน สิทธิประโยชน์ทางภาษี
เช่น การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด 13 ปี ตามประเภทกิจการ และการยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรและวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตเพื่อส่งออก ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย
นอกจากนี้ บีโอไอยังเดินหน้าร่วมมือกับ ธนาคารซิตี้แบงก์ ใช้เครือข่ายในกว่า 180 ประเทศและเขตเศรษฐกิจ เพื่อดึงดูดนักลงทุนคุณภาพเข้าสู่ประเทศไทย
พร้อมผลักดันกลไก Thailand FastPass ร่วมกับ 8 หน่วยงานภาครัฐ ลดระยะเวลาการอนุมัติและอนุญาตด้านการลงทุนลง 20-50% ส่งผลให้สามารถปลดล็อกเม็ดเงินลงทุนจริงเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทยแล้วกว่า 700,000 ล้านบาท
ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนว่า ประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงฐานการผลิตของอุตสาหกรรมดั้งเดิมอีกต่อไป
แต่กำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการลงทุนด้านเทคโนโลยีขั้นสูงของภูมิภาค โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ AI ดาต้าเซ็นเตอร์ เซมิคอนดักเตอร์ และโฟโตนิกส์ ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในระยะยาว







