
ไมโครซอฟท์โชว์กำไรทะลุเป้า รายได้คลาวด์โตแรง 43% หุ้นเด้งรับ 8%
ไมโครซอฟท์โชว์ผลประกอบการไตรมาสล่าสุดแข็งแกร่งเกินคาด กวาดรายได้ทะลุเป้าหมายจากการเติบโตแบบก้าวกระโดดของธุรกิจคลาวด์และ AI ที่พุ่งขึ้นถึง 43%
ไมโครซอฟท์ แสดงความมั่นใจว่าบริษัทจะเดินหน้าสร้างกระแสเงินสดได้อย่างต่อเนื่องตลอดปีงบประมาณ 2027 พร้อมเปิดเผยตัวเลขคาดการณ์รายจ่ายฝ่ายทุน (Capex) ซึ่งออกมาต่ำกว่าที่วอลล์สตรีทประเมินไว้ โดยระบุว่าเป็นผลจากการปรับวิธีลงบัญชีสำหรับสัญญาเช่าศูนย์ข้อมูล (Data Center)
นอกจากนี้ บริษัทยังคาดการณ์ว่ารายได้รวมและการเติบโตของธุรกิจคลาวด์ในไตรมาสแรกของปีงบประมาณปัจจุบันจะสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้
ทิศทางทั้งหมดถือเป็นสัญญาณชัดเจนว่า เม็ดเงินมหาศาลที่ไมโครซอฟท์ทุ่มลงทุนด้าน AI เริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรมแล้ว ซึ่งช่วยคลายความกังวลของนักลงทุนที่เคยหวั่นใจว่ายักษ์ใหญ่ไอทีรายนี้กำลังเทเงินลงทุนเพื่อแลกกับผลกำไรที่ยังจับต้องไม่ได้
ขณะเดียวกันก็เป็นการตอกย้ำว่า ไมโครซอฟท์จะยังคงรักษาเก้าอี้ผู้ให้บริการคลาวด์อันดับ 2 รองจาก Amazon.com ไว้ได้อย่างเหนียวแน่น แม้ต้องรับมือกับการแข่งขันที่ดุเดือดจากกูเกิล (Google) ก็ตาม
จากสัญญาณเชิงบวกดังกล่าว ส่งผลให้ราคาหุ้นของไมโครซอฟท์พุ่งทะยานขึ้นกว่า 8% ทันทีในการซื้อขายนอกเวลาทำการ (Extended Trading)
รายได้คลาวด์ Azure โตทะลุเป้า พุ่ง 43% เหนือความคาดหมาย
ไมโครซอฟท์โชว์ผลงานกวาดรายได้จากธุรกิจคลาวด์คอมพิวติ้ง Azure โตถึง 43% ทะลุยอดประเมินเฉลี่ยของนักวิเคราะห์จาก Visible Alpha ที่คาดการณ์ไว้เพียง 39.98%
สัตยา นาเดลลา ซีอีโอของไมโครซอฟท์ เปิดเผยระหว่างการแถลงผลประกอบการว่า จากเดิมที่บริษัทเคยพึ่งพา OpenAI (ผู้สร้าง ChatGPT) เป็นหลักในการพัฒนาโมเดล AI สำหรับระบบผู้ช่วยอัจฉริยะอย่าง Copilot ตอนนี้ไมโครซอฟท์เดินหน้าออกแบบโมเดล AI ควบคู่ไปกับการใช้ชิปประมวลผลที่บริษัทพัฒนาขึ้นเองอย่างเต็มกำลังแล้ว ซึ่งแนวทางนี้ช่วยดันประสิทธิภาพการทำงานให้พุ่งสูงขึ้นได้ถึง 40%
นาเดลลายังเน้นย้ำถึงวิสัยทัศน์ขององค์กรว่า ทั้งตัวไมโครซอฟท์เองและลูกค้ากลุ่มองค์กรจะมีอิสระอย่างเต็มที่ในการเลือกใช้เทคโนโลยี AI ที่ตอบโจทย์ความต้องการทั้งด้านต้นทุนและประสิทธิภาพมากที่สุด
การประกาศผลประกอบการของไมโครซอฟท์ครั้งนี้ เกิดขึ้นเพียงสัปดาห์เดียวหลังจากที่กูเกิล (Alphabet Inc.) คู่แข่งรายสำคัญ เพิ่งโชว์ตัวเลขการเติบโตของธุรกิจ Google Cloud ที่ร้อนแรงถึง 82% ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้มากเช่นกัน
ไมโครซอฟท์โชว์แนวโน้มธุรกิจสดใส พร้อมปรับวิธีทำบัญชีช่วยลดตัวเลขงบลงทุน
ไมโครซอฟท์คาดการณ์รายได้เฉลี่ยในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2027 ไว้ที่ 90,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์จาก LSEG ประเมินไว้ที่ 89,660 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
นอกจากนี้ บริษัทยังคาดว่าบริการคลาวด์ Azure จะเติบโตถึง 45% (เมื่อคำนวณแบบอัตราแลกเปลี่ยนคงที่) ซึ่งทิ้งห่างตัวเลขคาดการณ์ของ Visible Alpha ที่ 40.92% อย่างชัดเจน
ในขณะเดียวกัน ไมโครซอฟท์ได้ปรับวิธีบันทึกบัญชีสำหรับสัญญาเช่าศูนย์ข้อมูลระยะยาวใหม่ โดยยืดระยะเวลาทยอยตัดจ่ายจาก 15 ปี เป็น 25 ปี ซึ่งการปรับเปลี่ยนนี้ทำให้ตัวเลขงบลงทุน (Capital Expenditures) ที่ต้องรายงานในแต่ละปีลดลง
อย่างไรก็ตาม บริษัทยืนยันว่าเม็ดเงินที่ใช้ลงทุนจริงยังคงเท่าเดิม โดยคาดว่าตัวเลขงบลงทุนในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2027 จะอยู่ที่ 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และยอดรวมตลอดปีปฏิทิน 2026 จะอยู่ที่ 175,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
นอกจากนี้ ในส่วนของธุรกิจคลาวด์ ไมโครซอฟท์รายงานยอดคำสั่งซื้อล่วงหน้า (Contracted Backlog) ณ สิ้นไตรมาสสูงถึง 678,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยับขึ้นจาก 627,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาสก่อนหน้า โดยบริษัทชี้แจงว่ายอดสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นมาราว 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐนั้น มาจากฐานลูกค้าองค์กรทั่วไปเป็นหลัก ไม่ได้มาจากกลุ่มบริษัทผู้พัฒนาโมเดล AI ระดับท็อปในสหรัฐฯ เพียงอย่างเดียว
เป็นที่น่าสังเกตว่า ก่อนหน้าจะมีการเปิดเผยงบการเงินรอบนี้ หุ้นของไมโครซอฟท์ปรับตัวร่วงลงไปแล้วถึง 18% นับตั้งแต่ต้นปี ถือเป็นหนึ่งในหุ้นที่ทำผลงานได้น่าผิดหวังที่สุดในกลุ่ม "7 นางฟ้า (Magnificent Seven)" และยังคงมีทิศทางตามหลังคู่แข่งสำคัญในสมรภูมิคลาวด์อย่าง Alphabet
ทว่าหากดูภาพรวมผลประกอบการ ไมโครซอฟท์กลับทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยกวาดรายได้รวมไปถึง 90,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตขึ้น 18% ทะลุเป้าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ขณะที่กำไรต่อหุ้น (หากไม่รวมผลกระทบจากการลงทุนใน OpenAI) ทำได้ 4.74 ดอลลาร์สหรัฐ เอาชนะตัวเลขคาดการณ์ที่ 4.24 ดอลลาร์สหรัฐไปได้อย่างสวยงาม







