posttoday

เปิด 5 ประเทศแห่ลงทุนไทย ม.ค.69 มูลค่า 3.3 หมื่นล้าน ทำธุรกิจอะไรบ้าง?

17 กุมภาพันธ์ 2569

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเผยเดือน ม.ค.69 ต่างชาติลงทุนไทยภายใต้ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 จำนวน 113 ราย เพิ่ม 10% มูลค่าลงทุน 33,779 ล้านบาท

KEY

POINTS

  • กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเผยเดือน ม.ค.69 ต่างชาติลงทุนไทยภายใต้ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 จำนวน 113 ราย  
  • มูลค่าลงทุน 33,779 ล้านบาท เพิ่ม 46% จ้างงานคนไทย 262 คน เพิ่ม 15%
  • นักลงทุนจีนเข้ามามากสุด ตามด้วยญี่ปุ่น สหรัฐฯ สิงคโปร์ ฮ่องกง แต่มูลค่าลงทุน ญี่ปุ่นอันดับหนึ่ง ตามด้วยสิงคโปร์ จีน ฮ่องกง สหรัฐฯ

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เปิดเผยว่า เดือน ม.ค.2569 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย ภายใต้ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 จำนวน 113 ราย เพิ่มขึ้น 10%

 

เป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 24 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ผ่านช่องทางการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน หรือได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และการใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ) 89 ราย มูลค่าเงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 33,779 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46% และมีการจ้างงานคนไทยจากนักลงทุนที่ขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวรวม 262 คน เพิ่มขึ้น 15%

 

โดยจำนวนชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุน 5 อันดับแรก ได้แก่ 

 

1.จีน 26 ราย คิดเป็น 23% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 5,390 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ ธุรกิจแปรรูปไม้เพื่อทำผลิตภัณฑ์ไม้และชิ้นส่วนอุปกรณ์สำหรับงานเฟอร์นิเจอร์ ธุรกิจค้าส่งสินค้า เช่น เครื่องพิมพ์บาร์โค้ด และสายสวนบอลลูนขยายหลอดเลือดหัวใจ เป็นต้น

 

ธุรกิจบริการสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ชิ้นส่วนสำหรับผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักร และอุปกรณ์จับยึด และชิ้นส่วนโลหะสำหรับอุตสาหกรรม เป็นต้น

         

2.ญี่ปุ่น 25 ราย คิดเป็น 22% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 15,315 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ ธุรกิจจัดหาจัดซื้อวัตถุดิบ ชิ้นส่วน และส่วนประกอบ สำหรับอุตสาหกรรมการผลิตต่าง ๆ ธุรกิจบริการตรวจรับรองคุณภาพสินค้าที่ใช้แล้ว ธุรกิจบริการพัฒนาซอฟต์แวร์ ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น มอเตอร์ไฟฟ้า ชิ้นส่วนแม่พิมพ์ และชิ้นส่วนโลหะ เป็นต้น

 

3.สหรัฐอเมริกา 16 ราย คิดเป็น 14% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 420 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ ธุรกิจบริการทางวิศวกรรม ธุรกิจโฆษณา ธุรกิจขายอาหารหรือเครื่องดื่ม ธุรกิจบริการออกแบบ พัฒนา ติดตั้ง และบำรุงรักษาซอฟต์แวร์แพลตฟอร์ม

         

4.สิงคโปร์ 12 ราย คิดเป็น 11% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 5,513 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ ธุรกิจจัดหาจัดซื้อวัตถุดิบ ชิ้นส่วน และส่วนประกอบสำหรับอุตสาหกรรมการผลิตต่าง ๆ ธุรกิจบริการ Cloud Service ธุรกิจบริการศูนย์กระจายสินค้าด้วยระบบที่ทันสมัย ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์

         

5.ฮ่องกง 10 ราย คิดเป็น 9% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 587 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ ธุรกิจบริการทางวิศวกรรมและเทคนิค เช่น การตรวจสอบและทดสอบการทำงานของเครื่องจักร เป็นต้น ธุรกิจบริการติดตั้ง ซ่อมแซม และบำรุงรักษาสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ธุรกิจบริการปรับปรุงซอฟต์แวร์เพื่อจำหน่ายและ/หรือให้บริการ ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น  ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ให้แสงสว่าง เครื่องใช้ไฟฟ้า และชิ้นส่วนโลหะหล่อขึ้นรูป เป็นต้น

         

ทั้งนี้ การลงทุนของต่างชาติที่เข้ามาส่วนใหญ่มาจากการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สูงถึง 55 ราย คิดเป็น 49% ของจำนวนการอนุญาตทั้งหมด 113 ราย มูลค่าลงทุน 17,226 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาล ที่มุ่งเน้นอุตสาหกรรมอนาคต (Future Industries) เช่น เทคโนโลยีขั้นสูง ดิจิทัล AI ยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด และเกษตรอาหาร

 

โดยประเภทธุรกิจที่ได้รับอนุญาตผ่านช่องทาง BOI สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่

 

1.ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ผลิตภัณฑ์โลหะ พลาสติก ชิ้นส่วนยานยนต์ เป็นต้น ซึ่งสนับสนุนการพัฒนา การผลิตที่มีมูลค่าเพิ่มสูง

 

2.ธุรกิจบริการที่มีมูลค่าสูง อาทิ กิจการสนับสนุนการค้าและการลงทุน (Trade and Investment Support Office: TISO) กิจการศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ (International Business Center: IBC) และกิจการศูนย์จัดหาจัดซื้อวัตถุดิบ ชิ้นส่วนและส่วนประกอบระหว่างประเทศ (International Procurement Office: IPO) ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีส่วนสำคัญในการยกระดับประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนในระดับภูมิภาค

 

3.ธุรกิจบริการด้านคอมพิวเตอร์ เช่น พัฒนาซอฟต์แวร์/แพลตฟอร์ม เป็นต้น ซึ่งตรงกับเป้าหมายเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) และ AI Services

 

สำหรับการลงทุนในจังหวัดพื้นที่ EEC ของนักลงทุนต่างชาติ เดือน ม.ค.2569 มีจำนวน 38 ราย คิดเป็น 34% ของจำนวนนักลงทุนต่างชาติในไทย เพิ่มขึ้น 31% มีมูลค่าการลงทุน 14,637 ล้านบาท คิดเป็น 43% ของเงินลงทุนทั้งหมด

 

โดยเป็นนักลงทุนจากจีน 19 ราย ลงทุน 5,293 ล้านบาท สิงคโปร์ 5 ราย ลงทุน 4,310 ล้านบาท ญี่ปุ่น 5 ราย ลงทุน 1,306 ล้านบาท และประเทศอื่น ๆ 9 ราย ลงทุน 3,728 ล้านบาท

 

โดยธุรกิจที่ลงทุน อาทิ ธุรกิจบริการออกแบบ ติดตั้ง และทดสอบระบบอัตโนมัติที่ใช้ในการบริหารจัดการและควบคุมในกระบวนการผลิต ธุรกิจบริการสร้างแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ที่มีคุณภาพ โดยเป็นการให้บริการแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ด้านการแสดงแสงสีเสียงผ่านระบบมัลติมีเดีย ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น Compressor และ Motor สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์โลหะ ชิ้นส่วนโลหะขึ้นรูป และชิ้นส่วนยางสำหรับยานพาหนะ เป็นต้น   

 

 

ข่าวล่าสุด

เซ็นทาราโชว์วิสัยทัศน์ผู้นำ MICE ยั่งยืน ในงาน Partner Appreciation