BLC รุกความงามเต็มตัว ดัน ‘Clena’ ชิงตลาดกันแดด 6.3 พันล้าน
BLC ขยายจากธุรกิจยา หันมารุกตลาดความงามเต็มตัว ปั้นแบรนด์เครื่องสำอาง กลุ่ม ‘Clena’ เป็น New Growth Engine เต็มสูบ ชิงตลาดกันแดด 6.3 พันล้าน ขยายฐานลูกค้าผ่านร้านขายยา
อุตสาหกรรมเครื่องสำอางไทยกำลังเร่งเครื่องสู่ช่วงขาขึ้นอย่างชัดเจน ข้อมูลจาก COSMEX 2025 ระบุว่าในปี 2568 มูลค่าตลาดแนวโน้มแตะระดับ 4 แสนล้านบาท เติบโตเฉลี่ยปีละ 6–7% ทำให้ไทยยังครองตำแหน่งตลาดความงามที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ทั้งในมิติผู้บริโภคและฐานการผลิต พร้อมต่อยอดสู่การเป็นฮับธุรกิจความงามระดับโลก กระแสการเติบโตนี้ดึงดูดผู้เล่นหน้าใหม่และรายเดิมให้ขยายพอร์ตเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด บริษัท บางกอกแล็ป แอนด์ คอสเมติค จำกัด (มหาชน) หรือ BLC ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายยา ผลิตภัณฑ์สมุนไพร เวชภัณฑ์สัตว์ และสินค้าเพื่อสุขภาพครบวงจร เป็นอีกหนึ่งในผู้เล่นรายใหญ่ที่เดินเกมรุกตลาดนี้อย่างเต็มตัว พร้อมเปิดตัว “Clena Sun Cream” กันแดดนวัตกรรม Hybrid Sunscreen ที่เน้นเนื้อสัมผัสบางเบา ควบคู่กับ “Clena Ex Ultra Anti Melasma” สูตรอัปเกรดที่มีงานวิจัยรองรับ เพื่อยกระดับแบรนด์สู่กลุ่ม Masstige ซึ่งผสานคุณภาพระดับพรีเมียมกับราคาที่เข้าถึงได้ รับเทรนด์กลุ่ม Sun Care มูลค่ากว่า 6.3 พันล้านบาท
กลยุทธ์สำคัญคือการเจาะช่องทางร้านขายยาทั่วประเทศ โดยอาศัยความเชื่อมั่นจากคำแนะนำของเภสัชกร เพื่อสร้างฐานลูกค้าในกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพและความปลอดภัย
ภก.สุวิทย์ งามภูพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยว่า จากความสำเร็จของ Clena Ex ผลิตภัณฑ์ดูแลปัญหาผิวหน้า ที่สร้างปรากฏการณ์ยอดขายเติบโตอย่างก้าวกระโดดในปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงความไว้วางใจของผู้บริโภคต่อผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานการผลิตระดับมาตรฐานของ BLC
บริษัทฯ จึงพร้อมเดินหน้าขยายพอร์ตโฟลิโอแบรนด์ Clena อย่างต่อเนื่อง เพื่อต่อยอดความสำเร็จ และตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพผิวที่เน้นการป้องกัน (Prevention) มากกว่าการรักษาเพียงอย่างเดียว ซึ่งกำลังเติบโตอย่างมากในปัจจุบัน
ทั้งนี้ BLC ได้วางกลยุทธ์สร้างการเติบโตให้แบรนด์ในกลุ่ม Clena ผ่านการขยายสู่ตลาดใหม่ด้วย Clena Sun Cream ซึ่งถือเป็นการเข้าสู่ตลาดผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด (Sun Care) เป็นครั้งแรกของบริษัทฯ นับเป็น New Market Segment ที่ BLC เล็งเห็นโอกาสจากการขยายตัวของพฤติกรรมผู้บริโภคที่เริ่มใช้ครีมกันแดดตั้งแต่อายุยังน้อยและใช้เป็นประจำทุกวัน
รวมทั้ง การเพิ่มประสิทธิภาพในตลาดเดิมที่บริษัทฯ ประสบความสำเร็จ ด้วยการเปิดตัว Clena Ex Ultra Anti Melasma ผลิตภัณฑ์ดูแลปัญหาผิวหมองคล้ำ ที่ต่อยอดความสำเร็จจากสูตรเดิม
โดยเพิ่มประสิทธิภาพด้วยงานวิจัยรองรับ เพื่อสร้างความมั่นใจในผลลัพธ์ด้านการช่วยให้ผิวแลดูกระจ่างใสที่ชัดเจนยิ่งขึ้น และเป็นการขยายฐานลูกค้าผ่านกลยุทธ์ Cross-selling จากฐานผู้ใช้เดิมที่เหนียวแน่น
ภก.สุวิทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากภาพรวมตลาดเครื่องสำอางระบุว่า มูลค่าตลาดรวมของ Sun Care ในปี 2568 คาดว่าจะเพิ่มสูงถึง 6.3 พันล้านบาท โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) อยู่ที่ 4.9% โดยเฉพาะกลุ่ม Premium และ Masstige ที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากผู้บริโภคปัจจุบันมองหาผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อสัมผัสบางเบา เช่น เจล หรือ เซรั่ม และต้องมีความน่าเชื่อถือในเชิงคุณประโยชน์ (Functional Benefit)
โดย BLC วางตำแหน่ง Clena ในระดับ Masstige เนื่องจากช่องทางขายหลักคือร้านขายยาชั้นนำทั่วประเทศ ซึ่งต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญหรือเภสัชกรในการให้คำแนะนำ ดังนั้น สินค้าของ BLC จึงต้องมีงานวิจัยยืนยันคุณภาพที่เหนือกว่าสินค้าทั่วไปในตลาด Mass เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ฉลาดเลือกในปัจจุบัน
ทั้งนี้ เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น BLC ได้ขยายกำลังการผลิตในกลุ่ม Clena จากเดิม 100,000 หลอด เพิ่มเป็น 200,000 หลอดต่อเดือน ซึ่งจะช่วยสร้างการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) และส่งผลดีต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GP) ของกลุ่มเครื่องสำอางให้แข็งแกร่งขึ้น
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเตรียมติดตั้ง “เครื่องสกัดขิง” เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เพื่อดึงศักยภาพของวัตถุดิบสมุนไพรมาใช้ในผลิตภัณฑ์กลุ่ม Clena ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยควบคุมคุณภาพตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และสร้างความแตกต่างที่คู่แข่งเลียนแบบได้ยาก
“เชื่อมั่นว่าการรวมพลังระหว่างงานวิจัยที่เป็นหัวใจของ BLC และความเข้าใจในพฤติกรรมผู้บริโภค จะทำให้ Clena Sun Cream และ Clena Ex Ultra Anti Melasma กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ครองใจผู้ใช้ และเป็นกลไกสำคัญที่จะผลักดันให้รายได้กลุ่มคอสเมติกของ BLC เติบโตอย่างก้าวกระโดดตามเป้าหมายที่วางไว้”


