โกลเบล็ก ให้เป้าหุ้นไทยครึ่งปีแรก 1,570-1,600 จุด
เจรจาการค้าจีน-สหรัฐเฟส 2 ยังไม่แน่นอน ข้อพิพาทสหรัฐ-อิหร่าน อาจมีปัญหาขึ้นมาอีกในอนาคต
เจรจาการค้าจีน-สหรัฐเฟส 2 ยังไม่แน่นอน ข้อพิพาทสหรัฐ-อิหร่าน อาจมีปัญหาขึ้นมาอีกในอนาคต
ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)โกลเบล็ก ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยช่วงต้นปีแกว่งตัวออกด้านข้าง (ไซด์เวย์) เนื่องจากยังไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามาสนับสนุน และยังมีความกังวลในประเด็นข้อพิพาทสหรัฐ-อิหร่านที่อาจจะมีปัญหาขึ้นมาอีกในอนาคต และสงครามการค้าสหรัฐและจีนอาจจะกลับมีความไม่แน่นอนอีกครั้งหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่าอาจรอให้ผ่านการเลือกตั้งประธานาธิบดีปลายปีนี้ก่อนบรรลุดีลเจรจาการค้าเฟสสองกับจีน
ประกอบกับ ธนาคารโลกเปิดเผยในรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (GEP) ว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดวิกฤตหนี้ทั่วโลกครั้งใหม่ โดยเห็นว่าอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำเป็นประวัติการณ์อาจไม่เพียงพอที่จะรับมือกับภาวะล่มสลายทางการเงินที่อาจจะเกิดขึ้นในวงกว้างอีกครั้ง รวมทั้งปัจจัยในประเทศเรื่องปัญหาภัยแล้งปีนี้คาดว่าจะเป็นความเสี่ยงกดดันการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในช่วงครึ่งแรกของปี 63 รวมทั้งค่าเงินบาทผันผวนและมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นกดดันการส่งออกและรายได้ของเกษตรกร จึงคาดการณ์การเคลื่อนไหวของกรอบดัชนีที่ระดับ 1,570-1,600 จุด
พร้อมทั้งยังคงต้องจับตาปัจจัยต่างๆ เช่น วันที่ 14 ม.ค. สหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนธ.ค.รวมทั้งการทยอยประกาศตัวเลขผลการดำเนินงานในงวดปี 62 ของกลุ่มธนาคารในวันที่ 14-21 ม.ค. และวันที่ 15 ม.ค. สหรัฐ-จีนมีกำหนดลงนามข้อตกลงการค้าสหรัฐและจีนเฟสแรก และทางอียูจะมีการเปิดเผยดุลการค้าและการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนพ.ย.
น.ส.วิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยบล.โกลเบล็ก กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นไทยในขณะนี้ คือ การลงนามข้อตกลงการค้าสหรัฐและจีนเฟสแรกในวันที่ 15 ม.ค.นี้มีเนื้อหาเป็นไปตามที่ได้พูดคุยกันไว้โดยสหรัฐยังคงต้องการให้จีนซื้อสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้นและนำเข้าสินค้าจากสหรัฐ ขณะที่สหรัฐจะระงับการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนและลดภาษีนำเข้าบางส่วน
รวมทั้งการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณประจำปีหลังผ่าน พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และรัฐบาลเดินหน้าออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นการลงทุนและการบริโภคภายในประเทศ ดังนั้น แนะนำกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นปัจจัยพื้นฐานดีจากผลสำรวจของนักวิเคราะห์ที่ยังน่าสนใจ ได้แก่ AOT, BBL และ CPF รวมถึงหุ้น Defensive ได้แก่ BEM, PLANB และหุ้น mai เด่นปี 63 เช่น JUBILE, PSTC, TACC และ SKY


