อาเจปั้น‘บิ๊กโวลต์’รุกชูกำลัง
ชูจุดเด่นเครื่องดื่มให้กำลังผสมสปาร์คกลิ้งหวังแชร์ประเดิมปีแรก2%
ชูจุดเด่นเครื่องดื่มให้กำลังผสมสปาร์คกลิ้งหวังแชร์ประเดิมปีแรก2%
โพสต์ทูเดย์ - อาเจ เปิดตัวบิ๊กโวลต์ ชูกำลังผสมสปาร์คกลิ้ง เปิดเซ็กเมนต์ใหม่เครื่องดื่มให้พลังงาน หวังกินตลาดชูกำลัง-น้ำอัดลม ปีแรกแชร์ 2%
นายโซเรน เลาริดเซ่น ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเอเชีย บริษัท อาเจกรุ๊ป และกรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท อาเจไทย ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มน้ำอัดลมบิ๊ก โคล่า เปิดเผยว่า บริษัทวางแผนแตกไลน์เครื่องดื่มให้ครบพอร์ตโฟลิโอ จึงเปิดตัวเครื่องดื่มชูกำลังผสมสปาร์คกลิ้งภายใต้แบรนด์บิ๊กโวลต์ ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี จากปัจจุบันบริษัทมีเครื่องดื่มน้ำอัดลม น้ำดื่มบรรจุขวด และเครื่องดื่มเกลือแร่
ทั้งนี้ เครื่องดื่มชูกำลังสปาร์คกลิ้งถือเป็นเซ็กเมนต์ใหม่วางตำแหน่งเป็นเครื่องดื่มให้พลังงานและมอบความสดชื่น หรือการเข้าไปกินตลาดระหว่างตลาดเครื่องดื่มชูกำลังมูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านบาท และเครื่องดื่มน้ำอัดลมมูลค่า 4.2 หมื่นล้านบาท เจาะกลุ่มวัยทำงานและผู้ใช้แรงงาน โดยการทำตลาดบริษัทใช้กลยุทธ์ราคา จำหน่าย 10 บาท ขนาด 300 มล. เมื่อเทียบกับชูกำลังคู่แข่ง M-150 คาราบาว ขนาด 150 มล. ราคา 10 บาท
“บริษัทเล็งเห็นช่องว่างในการทำตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศไทย เพราะจากการสำรวจตลาดเครื่องดื่มชูกำลังและพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวไทยพบว่า ภาพลักษณ์ของชูกำลังจะเป็นเหมือนยามากกว่าเป็นเครื่องดื่ม จึงทำให้ผู้ดื่มมีวงจำกัดเฉพาะแค่กลุ่มผู้ใช้แรงงานเป็นหลัก ซึ่งการเปิดตัวบิ๊กโวลต์เข้ามาทำตลาดในครั้งนี้บริษัทมั่นใจว่าจะเติมเต็มช่องว่างระหว่างผู้ที่ต้องการเครื่องดื่มให้พลังงานเบาๆ และไม่ต้องการดื่มชูกำลัง เพราะมองว่าเหมาะกับผู้ใช้แรงงานหนัก จึงมั่นใจว่าช่วยขยายฐานลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่เพิ่มขึ้น” นายเลาริดเซ่น กล่าว
ขณะที่ช่องทางจัดจำหน่ายมุ่งเน้นร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิมในสัดส่วน 75% และโมเดิร์นเทรด ร้านสะดวกซื้อ 25% มีด้วยกัน 2 รสชาติ ได้แก่ รสออริจินัลมีรสชาติเหมือนชูกำลังทั่วไปแต่อัดก๊าซ เจาะกลุ่มผู้ใช้แรงงาน รสผลไม้สตรอเบอร์รี่ เชอร์รี่ ราสพ์เบอร์รี่ เน้นกลุ่มลูกค้าวัยทำงานรุ่นใหม่ การสร้างแบรนด์ผ่านช่องทาง ณ จุดขาย พร้อมกับแจกสินค้าต้วอย่างเพื่อกระตุ้นให้เกิดการทดลองดื่ม
ปัจจุบันภาพรวมเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศไทยมีมูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านบาท ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา ติดลบ 1% แต่จากการเข้ามาเปิดตลาดของบิ๊กโวลต์เป็นส่วนหนึ่งที่ผลักดันให้ตลาดกลับมาคึกคักและเติบโตมากขึ้น โดยเป้าหมายในปีแรกของบิ๊กโวลต์ต้องการมีส่วนแบ่งตลาด 2% จากปัจจุบัน M-150 เป็นผู้นำตลาดครองส่วนแบ่งกว่า 44-45% ตามด้วยคาราบาว 24-25% กระทิงแดงกว่า 20%


