posttoday

ตั้งราคาสินค้าแฮนด์เมด

14 มิถุนายน 2559

โดย...DJ [email protected]

โดย...DJ [email protected]

ธุรกิจงานฝีมือหรือแฮนด์เมด เป็นกระแสที่กำลังมาแรงในตลาดทั้งในและต่างประเทศ เว็บไซต์ smallbiztrends ระบุแนวโน้มปัจจุบันมีหลายคนที่กำลังมีความคิดจะเปิดธุรกิจเกี่ยวกับงานฝีมือ (แฮนด์เมด) ขึ้นมาสักหนึ่งร้านในเวลานี้ ซึ่งอาจมีความยุ่งยากหลายอย่างให้คิดก่อนตัดสินใจ โดยหนึ่งในนั้น คือ การตั้งราคาให้เหมาะสมอย่างไรกับงานสินค้าแฮนด์เมดต่างๆ ที่เจ้าของธุรกิจจะต้องใช้ความระมัดระวังในการวางราคาขายสินค้าในตลาด เพื่อรักษากิจการให้ไปต่อได้อย่างยั่งยืน

โดยการตั้งราคาขายสินค้าแฮนด์เมดนั้น ก่อนอื่นเลยให้พิจารณาถึงต้นทุนของวัตถุดิบ วัสดุ (คอสต์ ออฟ ซัพพลายส์) ตามความต้องการวัตถุดิบที่นำมาใช้ในการผลิตสินค้าแฮนด์เมดต่างๆ เช่น หากเป็นกลุ่มสินค้างานถักผ้าพันคอ เจ้าของจะต้องคิดก่อนว่าจะใช้เส้นไหมพรมไปมากน้อยแค่ไหนในแต่ละผืน และนั่นคือจำนวนต้นทุนของเส้นไหมพรมในการใช้ของแต่ละชิ้นงาน หรือหากเป็นงานด้านเครื่องประดับ จะต้องมีการคำนวณการใช้งานของตัวลูกปัดแต่ละเม็ด เส้นลวด ไปจนถึงวัสดุอื่นๆ ที่นำมาใช้ในแต่ละชิ้นงาน ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่เจ้าของสินค้าหรือผู้ผลิตงานแฮนด์เมดจะต้องรู้ถึงต้นทุนรวมต่างๆ ของวัตถุดิบ ซึ่งจะนำไปสู่ต้นทุนสุดท้ายของชิ้นงานนั้นๆ พร้อมพิจารณาปัจจัยเสริมต่างๆ ดังนี้

ระยะเวลาทำงาน (Consider the Time You Put In) หากเราเป็นผู้ใช้เวลาผลิตสินค้าด้วยตัวเองแล้ว ดังนั้นอัตราชั่วโมงในการทำงานที่เราตั้งราคาไว้อาจมีความหลากหลาย โดยขึ้นอยู่กับประเภทของงานและประสบการณ์ที่มีอยู่

การแข่งขัน (Consider the Competition) เป็นประโยชน์อย่างยิ่งที่เราจะเข้าไปดูสินค้าแฮนด์เมดของผู้ขายคนอื่นๆ ในตลาดเดียวกันก่อนว่ามีการตั้งราคาขายสินค้านั้นๆ กันอย่างไร

ตลาด (Consider the Market) ผู้ผลิตเจ้าของธุรกิจควรมีการสังเกตในตลาดตลอดเวลา ทั้งในตัวสินค้า รวมถึงพิจารณาข้อมูลจากลูกค้าของเราเป็นอย่างดี โดยเฉพาะในตลาดสินค้าแบบเฉพาะเจาะจงที่เราทำ

ค่าธรรมเนียมพิเศษ (Consider Extra Fees) หากเรานำสินค้าไปวางขายใน Etsy ก็จะต้องมีค่าใช้จ่ายให้กับ Etsy หรือบริการรับชำระเงินของ PayPal หรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ กรณีเรามีเว็บไซต์ของตัวเองที่ต้องพิจารณาเป็นต้นทุนของสินค้าด้วย

เป้าหมายธุรกิจ (Cost Your Business Goals) หากต้องการทำธุรกิจก็ควรจะเปิดหน้าร้านอย่างเป็นทางการ หรือไม่ก็ลาออกจากงานประจำ แล้วหันมาสร้างกำไรต่อชิ้นงานอย่างจริงจัง ไม่ใช่ทำแค่ให้ถึงจุดคุ้มทุนค่าใช้จ่าย หรือค่าแรงงาน แต่ต้องวางเป้าหมายการเติบโตของธุรกิจตามกรอบระยะเวลาอันเหมาะสมด้วย

คิดให้ยาว (Don’t Short-change Yourself) เป็นสิ่งดึงดูดใจอย่างยิ่ง หากเจ้าของธุรกิจแฮนด์เมดมือใหม่ต้องการนำเสนอสินค้าในร้านให้โดดเด่นด้วยราคาที่ต่ำ แต่ถ้าเราขายในสินค้าในราคาที่ต่ำกว่าคนอื่นๆ อย่างมีนัยสำคัญแล้ว ก็อาจทำให้สินค้าของเราในสายตาของลูกค้ารู้สึกว่าเป็นของถูกได้

ด้วยเมื่อถึงเวลาที่ต้องการขยับราคาขึ้นตามความเหมาะสมจริงๆอาจต้องใช้ความพยายามอย่างสูงกับการขายสินค้าในราคาที่่ลูกค้าไม่คุ้นเคย

ข่าวล่าสุด

จากช่างแต่งหน้ากองถ่าย สู่เจ้าของอาณาจักร 10 ล้านบาทกลางทองหล่อ!