'ส้มโชกุน ไร่วังน้ำค้าง' รับประกันไร้สารพิษ 100%
ไร่วังน้ำค้าง อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ถือเป็นสวน “ส้มโชกุน” ที่เหลือเพียงไม่กี่แห่งแล้วในภาคใต้
โดย...เมธี เมืองแก้ว
ไร่วังน้ำค้าง อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ถือเป็นสวน “ส้มโชกุน” ที่เหลือเพียงไม่กี่แห่งแล้วในภาคใต้ ท่ามกลางวิกฤตที่รุมล้อมโหมกระหน่ำในหลายๆ ด้าน ทั้งโรคระบาด คนงานขาดแคลน ต้นทุนสูง ดินฟ้าอากาศแปรผัน แต่ด้วย 3 แรงแข็งขันของพี่น้องตระกูล “คงวิทยา” จึงยังคงสร้าง “ไร่วังน้ำค้าง” ให้มีคุณภาพและมาตรฐานมาจนถึงปัจจุบัน
อดิเรก คงวิทยา วัย 48 ปี เป็นผู้เริ่มต้นบุกเบิกไร่แห่งนี้ ตั้งแต่เมื่อปี 2530 ด้วยการทำเป็นสวนผสม และปลูกผลไม้นานาชนิดลงไป เช่น ทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง ซึ่งแรกๆ ก็ดูเหมือนว่าจะได้ผลดียิ่ง และเป็นที่รู้จักของตลาดโดยทั่ว แต่ก็ใช่ว่าผลผลิตจากผลไม้เหล่านี้จะดีต่อเนื่องในทุกปี ดังนั้นเมื่อปี 2542 เขาเลยแบ่งพื้นที่ที่มีอยู่ทั้งหมด 150 ไร่ มาปรับเปลี่ยนเพื่อปลูก “ส้มโชกุน” ลงไปจำนวน 15 ไร่
ครั้งนี้ได้จับมือร่วมกับพี่ชาย-พี่สาวอีก 2 คน คือ อุดม คงวิทยา และ สุกันยา ญัติมิ ทดลองซื้อพันธุ์ “ส้มโชกุน” จากแหล่งขึ้นชื่อ อ.เบตง จ.ยะลา มาปลูกลงไปไร่ละ 60 ต้น ซึ่งหลังจากนั้นประมาณ 3 ปี ก็เริ่มให้ผลผลิต และให้ผลเต็มที่ในปีที่ 5 ปรากฏว่ารสชาติของส้มที่ออกมาเป็นที่พออกพอใจของลูกค้า พวกเขาจึงตัดสินใจไปซื้อพันธุ์จากศูนย์วิจัยพืชสวนตรังมาปลูกเพิ่มลงไปจนเป็นจำนวน 35 ไร่
แต่กว่าที่สวนส้มจะเติบโตมาได้จนถึงวันนี้ ต้องต่อสู้กับปัญหาและอุปสรรคมากมาย โดยเฉพาะแนวคิดที่ต้องการให้ “ปลอดสารพิษ 100%” จริงๆ เพราะกว่าที่ดอกจะเติบใหญ่เป็นผลส่งไปขายได้นั้น ต้องใช้เวลานานถึง 8 เดือน และต้องดูแลประคบประหงมอย่างดี อีกทั้งก่อนหน้านี้ส้มยังเคยได้ชื่อว่า “ผลไม้แห่งความตาย” เนื่องจากมีการใช้สารเคมีทุกชนิดอย่างหนัก เพื่อให้ส้มที่ออกมามีลูกโต สีสวยสด ผิวแวววาว
ตลาดหลักๆ ในวันนี้ของ “ส้มโชกุน” ไร่วังน้ำค้าง มีแค่ 2 จุด ก็คือ วางขายหน้า เขตเทศบาลนครตรัง และส่งไปยังห้างท็อปส์ฯ ที่กรุงเทพฯ เพื่อกระจายไปยังซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วประเทศเท่านั้น เนื่องจากพวกเขาหวั่นเกรงว่า หากเปิดตลาดไปมากกว่านี้จะส่งผลในเรื่องของคุณภาพและมาตรฐาน เพราะส้มทุกผลที่นำไปวางขายนั้น จะต้อง “ผ่านมือ-ผ่านตา-ผ่านหู” ของทั้ง 3 พี่น้องเสียก่อน
นั่นจึงทำให้ไร่แห่งนี้ได้รับเครื่องหมายรับรองตัว Q จากสำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง นับตั้งแต่เมื่อปี 2547 เนื่องเป็นผลผลิตทางการเกษตรที่ได้มาตรฐานเข้าสู่ตลาดส่งออก รวมทั้งปราศจากสารพิษ
อดิเรก บอกว่า พวกเขาโชคดีที่ได้พื้นที่เพาะปลูกดี เพราะอยู่ติดกับเทือกเขาบรรทัด อากาศที่เย็นสบาย และมีฝนตกชุก จึงมีส้มออกตลอดปีละถึง 7 รุ่น ถึงแม้จากผลผลิตที่ได้ปีละ 8 หมื่นกิโลกรัม จะต้องเน่าเสียไปถึงปีละ 2 หมื่นกิโลกรัม เพราะโรคและศัตรูพืช แต่พวกเขาก็พอใจกับการปลูกผลไม้แบบวิธีธรรมชาติเช่นนี้ เพราะนั่นได้ทำให้ “ไร่วังน้ำค้าง” มีชื่อเสียงมายาวนานถึง 15 ปีแล้ว


