posttoday
"หงสา"ต้นแบบโรงไฟฟ้าถ่านหิน

"หงสา"ต้นแบบโรงไฟฟ้าถ่านหิน

14 พฤษภาคม 2556

โรงไฟฟ้าหงสา นับเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนแห่งแรกและแห่งเดียวที่ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงใน สปป.ลาว ซึ่งการก่อสร้างดำเนินไปด้วยดี และมีความคืบหน้าแล้วประมาณ 50% คาดว่าจะแล้วเสร็จตามกำหนดในปี 2558

โรงไฟฟ้าหงสา นับเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนแห่งแรกและแห่งเดียวที่ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงใน สปป.ลาว ซึ่งการก่อสร้างดำเนินไปด้วยดี และมีความคืบหน้าแล้วประมาณ 50% คาดว่าจะแล้วเสร็จตามกำหนดในปี 2558

บริษัท ไฟฟ้าหงสา ถือหุ้นโดยบริษัท บ้านปู เพาเวอร์ และบริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง แห่งละ 40% รัฐวิสาหกิจถือหุ้นลาวถือ 20% โครงการมีมูลค่าการลงทุนประมาณ 3,710 ล้านเหรียญสหรัฐ มีอายุสัมปทาน 25 ปี ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากธนาคารพาณิชย์ไทย นำโดยธนาคารกรุงเทพ จำนวน 2,800 ล้านเหรียญสหรัฐ ระยะเวลายาว 1415 ปี

“ชนินท์ ว่องกุศลกิจ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เล่าให้ฟังว่า โครงการนี้มีประโยชน์มากต่อประเทศไทยและ สปป.ลาว เพราะนอกจากก่อสร้างโรงไฟฟ้า ขนาด 626 เมกะวัตต์ จำนวน 3 หน่วย กำลังการผลิตรวม 1,878 เมกะวัตต์แล้ว ยังมีการทำเหมืองถ่านหินลิกไนต์เอง เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง ทำเหมืองหินปูนเอาไว้ดักจับกำมะถัน และสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำอีก 2 เขื่อน ทำให้ต้นทุนการผลิตกระแสไฟฟ้าของหงสาต่ำประมาณ 2 บาทเศษ และการใช้ลิกไนต์ที่ขุดขึ้นมาเอง ก็ทำให้ราคาขายไฟไม่ลอยตัวตามราคาพลังงานในตลาดโลก เพราะใช้น้ำมันน้อยมาก จึงไม่มีความเสี่ยงด้านราคาปริมาณด้านพลังงาน และมีส่วนช่วยให้ค่าไฟของไทยไม่ผันแปรมากนัก

นอกจากนี้ ยังมีส่วนช่วยเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานของไทย ไฟฟ้าที่ผลิตได้จะขายให้กับรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว 100 เมกะวัตต์ และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จำนวน 1,473 เมกะวัตต์ซึ่งโรงไฟฟ้าหงสาคิดเป็นประมาณ 57% ของกำลังการผลิตของประเทศไทย เมื่อรวมกับไฟฟ้าที่ผลิตได้ที่แม่เมาะอีก 7% พบว่าไฟฟ้าของไทยใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงไม่ถึง 20% นับว่าน้อยมาก

สำหรับบ้านปูที่มีประสบการณ์ในการทำเหมืองและสร้างโรงไฟฟ้าบีแอลซีพีที่ จ.ระยองแล้ว ชนินท์ บอกว่า โครงการนี้ใหญ่และยากกว่า เรื่องทำเลที่ตั้งในเมืองหงสา แขวงไซยะบุรี อยู่ห่างไกล ยากต่อการขนส่งเครื่องจักรและอุปกรณ์ จึงมีความเสี่ยงตลอดเวลา และต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ เช่น เมื่อ 4 ปีก่อนทำสมมติฐาน โดยไม่คิดเผื่อเรื่องค่าแรงงานเมื่อปรับขึ้นจากวันละ 175 บาท เป็น 300 บาท ทำให้ต้องรื้อผังองค์กรใหม่ ใช้คนน้อยลง

“โครงการหงสาให้ความสำคัญกับทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นประชาชน เอ็นจีโอ และสิ่งแวดล้อม ที่ผ่านมาได้รับการยอมรับของคนในพื้นที่ค่อนข้างดี แต่ก็มีอยู่บ้าง คนที่โยกย้ายบ้านและที่ทำกินไม่มีความสุข แต่เรามีความจริงใจ พูดจริง ทำจริง ดังนั้นเรื่องการสื่อสารจึงเป็นสิ่งสำคัญ เขาต้องรับรู้ทุกเรื่อง” ชนินท์ กล่าว

“วรวุฒิ ลีนานนท์” ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท บ้านปู กล่าวว่า โครงการนี้น่าจะใช้งบจำนวน 62 ล้านเหรียญสหรัฐ ในการดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อมและเรื่องสังคม ซึ่งมากกว่าที่คาดไว้เดิมที่ 52 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อต้องการให้โครงการหงสาเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ที่ผ่านมาบริษัทมีการติดตั้งเครื่องจับฝุ่นระบบไฟฟ้าสถิติ (ESP) ที่มีประสิทธิภาพถึง 99.86% และกำมะถัน 92% ซึ่งลิกไนต์ที่นี่แม้จะมีคุณภาพต่ำให้ความร้อนน้อย แต่มีข้อดีที่กำมะถันต่ำแค่ 0.7%เทียบกับถ่านหินที่แม่เมาะมีกำมะถันถึง 2.8% ซึ่งตามสัญญาสัมปทานมีข้อกำหนดด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมให้เป็นไปตามมาตรฐานของธนาคารโลก

นอกจากนั้น บริษัทได้โยกย้ายชาวบ้าน 5 หมู่บ้านที่อยู่รอบๆ เสร็จแล้วในเดือน ก.ค. 2555 จำนวน 450 ครอบครัว หรือราว 2,100 คน นอกจากให้เงินชดเชยแล้วยังมีการจัดหาอาหารให้ทุกครอบครัวนาน 3 ปี สร้างบ้านและสร้างชุมชนใหม่ จัดสรรที่ดินทำกิน ให้ครอบครัวละ 12 ไร่ และยังมีสัญญาการจ้างงานอย่างน้อย 1 คนต่อครอบครัว ตลอดสัมปทานแล้ว

บริษัทยังมีพันธสัญญาให้ครอบครัวเหล่านี้พ้นขีดความยากจนภายใน 3 ปี และต้องมีรายได้ต่อครอบครัวเพิ่มขึ้น จากเดิม 15% ภายใน 10 ปี จึงแนะนำให้ปลูกยางสักครึ่งหนึ่ง ส่วนที่เหลือส่งเสริมให้ปลูกพืชทางเลือก ทำให้รายได้ต่อครัวเรือนดีขึ้น ก่อนการโยกย้ายอยู่ระหว่าง 3531,082 เหรียญสหรัฐ และไตรมาสแรกปีนี้เพิ่มขึ้นมาอยู่ระหว่าง 9681,645 เหรียญสหรัฐ แต่ที่ดินทำกินใหม่ ห้ามนำไปซื้อขาย และหากไม่ใช้ประโยชน์ภายใน 2 ปี จะถูกริบคืน”

บริษัทยังมีการซ่อมแซมและปรับถนนในเขต จ.น่าน ใน 3 อำเภอ คือ อ.เมืองน่าน อ.ทุ่งช้าง และ อ.เฉลิมพระเกียรติ และสร้างถนนในฝั่งลาวด้วยเพื่อให้การขนส่งระหว่างสองประเทศดีขึ้น

โรงไฟฟ้าหงสาที่รัฐบาล สปป.ลาว รอมานาน 20 ปี ใกล้จะเป็นความจริง ความสำเร็จส่วนหนึ่งต้องยกให้ความขยันขันแข็งของเจ้าหน้าที่ที่ช่วยไกล่เกลี่ย ใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อม และตีกรอบความรับผิดชอบชัดเจน อาทิ หากผลิตไฟครบ 1 ปีแล้วสร้างผลกระทบต่อชาวบ้านที่ยังไม่ได้อพยพในขณะนี้ บริษัทต้องรับผิดชอบเรื่องการโยกย้าย ซึ่งประเทศไทยควรจะอาศัยบทเรียนจากโครงการนี้มาปลุกปั่นให้โรงไฟฟ้าถ่านหินเกิดขึ้นบ้างมิใช่ปิดกั้นจนเกิดผลต่อความมั่นคงด้านพลังงาน!!! n

บริษัท บ้านปู (BANPU) จะมีกำไรจากธุรกิจไฟฟ้าเพิ่มขึ้นประมาณ 30% หลังจากโรงไฟฟ้าหงสาเสร็จในปี 2558 โดยคาดว่ามีอัตราผลตอบแทนจากส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) 10% ซึ่งจะช่วยให้บริษัทได้รับผลกระทบไม่มากนักหากภาวะอุตสาหกรรมถ่านหินเปลี่ยนแปลงไป

อย่างไรก็ตาม กำไรสัดส่วนนี้อาจจะเปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากบริษัทมองหาโอกาสในการซื้อเหมืองและโรงไฟฟ้าอยู่ตลอดเวลา แต่กิจการที่จะซื้อนั้นต้องสร้างรายได้เข้าบริษัท บ้านปู ทันที

ปัจจุบันบริษัทมีกำไรจากธุรกิจไฟฟ้าไม่ถึง 20% หลังจากเมื่อ 3 ปีก่อนเน้นถ่านหินมากขึ้น โดยไม่มีการลงทุนเรื่องโรงไฟฟ้าใหม่และมีการขายหุ้นส่วนน้อยในบริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้งออกไป เมื่อสถานการณ์ราคาถ่านหินเปลี่ยนแปลงไป จึงส่งผลกระทบต่อกำไรและรายได้มาก แต่แนวโน้มการเติบโตของถ่านหินในตลาดยังดีอยู่อีก 57 ปี ดังนั้นบริษัทจะไม่ออกจากธุรกิจถ่านหิน

บริษัทยังสามารถลงทุนได้อีกมาก บริษัทมีสัดส่วนหนี้สินต่อทุน (ดี/อี) เพียง 0.83 เท่า แต่ภายในบริษัทให้สัดส่วน 1.1 เท่า หรือบางช่วงอาจจะถึง 1.3 เท่า ส่วนต่างจำนวน 0.5 เท่า คิดเป็นเงินประมาณ 45 หมื่นล้านบาท

ด้านคดีฟ้องร้องกับกลุ่มงามทวีเรื่องโรงไฟฟ้าหงสานั้น บริษัทยื่นอุทธรณ์เสร็จแล้ว คาดว่าจะต้องใช้เวลาต่อสู้ในชั้นศาลอีก 35 ปี และบ้านปูดูแลเรื่องนี้เต็มที่

นายชนินท์ กล่าวทิ้งท้ายว่า การทำธุรกิจมีการทบทวนอดีตบ้าง แต่เวลาส่วนใหญ่ต้องอยู่กับปัจจุบัน และจะต้องไม่ลืมมองอนาคตด้วย

ข่าวล่าสุด

ศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ ไฟเขียวรัฐโอไฮโอ คุมเด็กเล่นโซเชียลมีเดีย

ศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ ไฟเขียวรัฐโอไฮโอ คุมเด็กเล่นโซเชียลมีเดีย