posttoday

รางรถไฟระอุ ลุ้นรัฐเลือกขนาดยั่งยืน ไร้วาระแฝง

13 กันยายน 2555

ปัญหาขนาดรางรถไฟของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กลายเป็นประเด็นขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากที่ พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รมช.คมนาคม

โดย...ทีมข่าวคมนาคม

ปัญหาขนาดรางรถไฟของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กลายเป็นประเด็นขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากที่ พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รมช.คมนาคม เสนอให้มีการยกเลิกโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต เพราะเห็นว่าซ้ำซ้อนกับแผนการก่อสร้างโครงการส่วนต่อขยายแอร์พอร์ตลิงค์ ช่วงพญาไท-ดอนเมือง ซึ่งไม่คุ้มค่ากับการลงทุน และคิดว่าคงไม่มีผู้โดยสารมากมายขนาดต้องสร้างระบบขนส่งมวลชนหลายระบบเพื่อรองรับในส่วนนี้

จึงเป็นที่มาของการจัดเวิร์กช็อป โดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ร่วมกับ ร.ฟ.ท. ทำขึ้นเพื่อกำหนดทิศทางการลงทุนระบบรางของภาครัฐในอนาคต

ขณะเดียวกันมีนักวิชาการหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้รวบรวมข้อมูลที่มาที่ไปของขนาดราง พร้อมทั้งให้เหตุผลด้วยว่า ทิศทางที่แท้จริง รัฐควรเลือกใช้ Metre Gauge (ขนาดราง 1 เมตร) หรือ Standard Gauge (ขนาดราง 1.435 เมตร) เพื่อความยั่งยืนของ ร.ฟ.ท. และระบบขนส่งของประเทศในอนาคต เพราะไม่ต้องการให้รัฐหลงทางกับเรื่องดังกล่าวอีก

ย้อนไปถึงทางรถไฟสายแรกในประเทศไทย เป็น Standard Gauge เนื่+องจากเป็นยุคสมัยการล่าอาณานิคม ซึ่งประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นเมืองขึ้นฝรั่งเศสและอังกฤษล้วนใช้ทางรถไฟ Metre Gauge พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำริที่จะทรงสร้างทางรถไฟที่แตกต่างจากประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้ฝรั่งต่อทางรถไฟเข้ามาแล้วยึดประเทศไทย จึงโปรดฯ ให้สร้างทางรถไฟเป็น Standard Gauge แต่เมื่อรัฐบาลจะก่อสร้างทางรถไฟสายใต้ จึงไปกู้ยืมเงินจากรัฐบาลอังกฤษ ภายใต้เงื่อนไขให้ไทยสร้างทางรถไฟเป็นแบบ Metre Gauge โดยมีสถานีต้นทางอยู่ที่สถานีธนบุรี

รางรถไฟระอุ ลุ้นรัฐเลือกขนาดยั่งยืน ไร้วาระแฝง

 

ดังนั้น ประเทศไทยในอดีตจึงมีทางรถไฟสองแบบอยู่ในประเทศ คือทางรถไฟที่อยู่ทางฝั่งทิศตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา ที่สร้างเพิ่มขึ้นในภายหลังเป็นทางรถไฟ Standard Gauge ส่วนทางรถไฟด้านทิศตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นทางรถไฟ Metre Gauge ต่อมาปลายสมัยรัชกาลที่ 6 มีพระราชดำริให้สร้างสะพานรถไฟข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อเชื่อมทางรถไฟสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าด้วยกัน รัฐบาลสมัยนั้นจึงตัดสินใจยุบความกว้างทางรถไฟด้านตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาลงเหลือ 1 เมตร เท่ากันทั้งประเทศ โดยพิจารณาทั้งเหตุผลด้านเศรษฐกิจและการเมือง

ผู้เชี่ยวชาญด้านกิจการรถไฟ ยังเห็นว่าทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนรัฐบาล มักมีการหยิบยกเรื่องการเปลี่ยนแปลงขนาดรางมาเป็นประเด็น โดยเห็นว่ารถไฟวิ่งช้าเพราะรางไม่ได้มาตรฐาน ถ้าใช้ราง Standard Gauge แล้วจะซื้อของได้ถูกลง เป็นต้น แต่แท้จริงแล้วนั่นไม่ใช่ประเด็นหลัก เพราะสิ่งที่เป็นเรื่องสำคัญก็คือ รถไฟปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นรางเดี่ยว ระบบอาณัติสัญญาณล้าหลัง มีถนนตัดผ่านทางรถไฟ เป็นต้น ซึ่งข้อเท็จจริงก็คือ รถไฟฯ ไม่ได้รับงบประมาณที่เพียงพอ เพื่อมาพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพมาเป็นเวลานาน

อีกทั้งการเปลี่ยนขนาดรางต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก ใช้เวลาก่อสร้างนาน การเดินรถเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านที่ใช้ Metre Gauge ก็ยังทำไม่ได้ ระบบการเดินรถในระหว่างเปลี่ยนผ่านถูกแบ่งแยกไม่สอดคล้องกับแผนการจัดการโลจิสติกส์ ดังนั้นจึงต้องการให้รัฐนำงบประมาณมาปรับปรุงระบบ Metre Gauge ให้รถไฟได้ทำหน้าที่ขนส่ง อย่างที่ควรจะเป็นจะดีกว่า

“ถ้าไทยไม่มีรถไฟอยู่เลย การเลือก Standard Gauge ย่อมต้องดีกว่า Metre Gauge ซึ่งไม่ใช่เรื่องของวันนี้ ดังนั้นจึงเป็นเหตุให้เราต้องบำรุงรักษาสิ่งที่มีให้ใช้งานได้” ผู้เชี่ยวชาญด้านกิจการรถไฟ กล่าว

นอกจากนี้ ในอนาคตหากต้องการทำให้รถไฟวิ่งเร็วเกินกว่า 160-170 กม/ชม. ก็สามารถพัฒนาทางรถไฟ Metre Gauge ให้วิ่งได้เร็วได้ อีกทั้งยังใช้เงินน้อยกว่า แต่หากรัฐบาลตัดสินใจจะสร้างรถไฟความเร็วสูงที่วิ่งเร็วกว่า 200 กม/ชม. คงต้องเปลี่ยนแนวคิดใหม่ทั้งหมดโดยปรับเปลี่ยนขนาดรางเป็น Standard Gauge อย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม จากแนวคิดของนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านกิจการรถไฟฯ สอดคล้องกับรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม ที่ระบุว่า หากต้องการสร้างทางรถไฟใหม่ คงต้องใช้ Standard Gauge เพื่อรองรับการเชื่อมโยงโครงข่ายระหว่างประเทศเพื่อนบ้านที่ใช้รางขนาด 1.435 เมตร หรือจีนซึ่งมุ่งมั่นจะสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อมไทย ขณะเดียวกันยังต้องใช้รางขนาด 1 เมตร เพื่อเชื่อมกับเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งมาเลเซีย พม่า คาดว่าการจัดเวิร์กช็อปของ สนข.และ ร.ฟ.ท. คงจะตอบโจทย์ครั้งนี้ได้ว่า ต่อไปไทยควรใช้รางขนาดใดจึงเหมาะสมและยั่งยืน

ทั้งนี้ พล.ต.ท.ชัจจ์ รมช.คมนาคม กล่าวว่า ได้เสนอในที่ประชุมคณะกรรมการกำกับนโยบายด้านรัฐวิสาหกิจ (กนร.) ที่มี กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว.คลัง เป็นประธาน เมื่อวันที่ 12 ก.ย. ว่า การสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดงบางซื่อ-รังสิต ที่มีแผนก่อสร้างเป็นรางขนาด 1 เมตรนั้นไม่เหมาะสม แต่ควรเปลี่ยนเป็นรางมาตรฐาน 1.435 เมตร

“ผมโยนคำถามให้ผู้เกี่ยวข้องไปวิจารณ์ว่าเราจะไปทางไหน เพราะถ้ารถไฟฟ้าสายสีแดง รถไฟรางคู่ เรายังใช้รางขาด 1 เมตร เราเสียเงินเปล่าเป็นแสนล้านบาท ในขณะที่อนาคตเราจะสร้างเส้นทางรถไฟเชื่อมอาเซียน จีน ยุโรป ที่ใช้รางมาตรฐานทั้งนั้น ส่วนราง 1 เมตร ที่เรามี 4,000 กิโลเมตรก็ใช้อยู่ ซ่อมบำรุงตามปกติ แต่ไม่ต้องลงทุนเพิ่ม” พล.ต.ท.ชัจจ์ กล่าว


 

 

ข่าวล่าสุด

จากช่างแต่งหน้ากองถ่าย สู่เจ้าของอาณาจักร 10 ล้านบาทกลางทองหล่อ!