เกียมโบกมือลา! ส่งต่ออาหารส่วนเกิน สู่มื้อทรงคุณค่ากับ ‘Food For Good Deed’
ในปัจจุบันหลายองค์กรเริ่มมีความตระหนักในเรื่องของ Food Waste มากขึ้น และพยายามผลักดันเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหา ไม่ว่าจะเป็นการลดราคาอาหารที่ใกล้หมดอายุ รวมถึงการนำไปแจกจ่ายมอบให้ผู้ยากไร้ตามชุมชนต่างๆ เพื่อลดปริมาณขยะและทำให้ขยะเป็นศูนย์ (Zero waste)
เป็นที่น่าสังเกตว่าหลายพื้นที่บนโลกปริมาณอาหารมีมากล้นจนเหลือทิ้ง แต่บางพื้นที่กลับขาดแคลนอาหารในชนิดที่ไม่รู้ว่าวันพรุ่งนี้จะมาถึงจริงหรือไม่ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วทรัพยากรบนโลกของเรามีเพียงพอต่อการผลิตอาหารให้กับมนุษย์ทุกคน สถิติตัวเลขที่น่าสนใจจาก FAO เผยว่าในแต่ละปีทั่วโลกจะเกิดขยะจากอาหารที่ถูกทิ้งราวๆ 1.3 ล้านตัน หรือ 1 ใน 3 ของอาหารที่ผลิตขึ้นทั้งปี ในขณะเดียวกันกลุ่มคนที่ขาดแคลนอาหารก็กลับเพิ่มขึ้นทุกปีด้วยเช่นกัน โดยอาหารที่ถูกทิ้งให้สูญเปล่านี้สามารถนำไปเลี้ยงดูประชากรที่ขาดแคลนอาหารในประเทศต่างๆได้แบบอื้อซ่า
‘Food Waste’ ปัญหาใต้พรมของอุตสาหกรรมอาหาร
จากคำนิยามแล้ว Food Waste หรือ ขยะอาหาร เป็นคำที่เอาไว้อธิบายเศษอาหารที่เหลือจากมื้อต่างๆ รวมถึงอาหารที่หลุดออกจากห่วงโซ่การผลิต ไม่ว่าจะเป็นผลผลิตที่หลุดจากการเกษตรกรรมตั้งแต่ต้นทาง จากโรงงาน ระหว่างการขนส่ง ไปจนถึงตามร้านสะดวกซื้อและห้างสรรพสินค้าต่างๆ รวมไปถึงอาหารเน่าเสีย และหมดอายุจากการบริหารจัดการที่ไม่เหมาะสม
ธุรกิจร้านอาหารส่วนใหญ่ในปัจจุบันก็มักเผชิญกับปัญหา ‘อาหารเหลือทิ้ง’ ด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะมียอดขายทะลุเกินคาดมากแค่ไหนก็ตาม ทางด้านค่านิยมของไทยเองก็เน้นการซื้อแบบเผื่อเหลือเผื่อขาด การเกิดขยะอาหารจำนวนมากจึงดูไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจนัก มิหนำซ้ำระบบการจัดการขยะที่ยังไม่ตอบโจทย์100เปอร์เซ็นต์ ทำให้ความสามารถในการรีไซเคิลอาหารไปใช้ประโยชน์ต่อยิ่งเป็นไปได้ยาก ซึ่งจากข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษ ในประเทศไทยเองขยะอาหารมีสัดส่วนมากถึง 64% ของขยะทั้งหมด
ขยะอาหารนอกจากจะเป็นการทิ้งขว้างทรัพยากรมากมายแล้ว ยังเป็นการการปล่อยก๊าซมีเทนที่มีศักยภาพเป็นก๊าซเรือนกระจก ส่งผลให้โลกร้อนมากกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 25 เท่า ซึ่งปริมาณก๊าซเรือนกระจกจากอาหารขยะในปัจจุบันมีปริมาณสูงถึงร้อยละ 8 เทียบเท่ากับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการคมนาคม หรือ มากกว่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคการบินทั่วโลกถึง 4 เท่า
ขยะอาหาร สถานการณ์ที่ไม่สู้ดีจากรอบโลก
สถานการณ์ขยะอาหารในแต่ละภูมิภาคของโลกมีความแตกต่างกันออกไปตามปัจจัยการผลิต การจัดการภายในห่วงโซ่อาหาร และพฤติกรรมของผู้บริโภค เช่น ในประเทศสหรัฐอเมริกา ขยะอาหารที่ถูกทิ้งยังสามารถรับประทานได้เฉลี่ยที่ 0.4 กิโลกรัม/คน/วัน และมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณอาหารเหลือทิ้งล้วนมาจากการบริโภคภายในครัวเรือน ไม่ได้มาจากร้านอาหารตามคำกล่าวอ้าง โดยสาเหตุส่วนใหญ่มาจากการซื้ออาหารเกินความจำเป็น สับสนข้อมูลวันหมดอายุ หรือพื้นผิวและรูปร่างของอาหารขาดความสวยงาม
ในไทยเองดังที่เราได้กล่าวไว้ข้างต้นสัดส่วนของขยะอาหารมีมากถึง 64 เปอร์เซ็นต์จากปริมาณขยะทั้งหมด และประสิทธิภาพในการจัดการขยะที่ยังไม่ค่อยเหมาะสม ในปีหนึ่งประเทศเราจึงเกิดขยะอาหารเฉลี่ยที่ 20 ล้านตันต่อปี ซึ่งกลายเป็นขยะตกค้างและถูกนำไปฝังกลบด้วยความมักง่ายแบบไทยสไตล์
ในปัจจุบันหลายองค์กรเริ่มมีความตระหนักในเรื่องนี้มากขึ้น และพยายามผลักดันเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหา ไม่ว่าจะเป็นการลดราคาอาหารที่ใกล้หมดอายุ นำเศษอาหารเหลือไปเป็นวัตถุดิบในการทำปุ๋ยหรือวัสดุชีวภาพ รวมถึงการนำไปแจกจ่ายมอบให้ผู้ยากไร้ตามชุมชนต่างๆ เพื่อลดปริมาณขยะและทำให้ขยะเป็นศูนย์ (Zero waste)
‘Food For Good Deed อาหารปันสุข’
ด้วยความตระหนักในผลกระทบที่เกิดขึ้น ทางท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าภารกิจส่งต่ออาหารส่วนเกินผ่านโครงการ “Food For Good Deed อาหารปันสุข” เพื่อส่งมอบอาหารส่วนเกินที่มีคุณภาพจากท็อปส์ มาร์เก็ต, เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์, แฟมิลี่มาร์ท 129 สาขาทั่วประเทศ และ ศูนย์กระจายสินค้าอาหารสด ให้กับ 700 ชุมชนที่ขาดแคลน ผ่านความร่วมมือกับ มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ (SOS Thailand) ที่มีความเชี่ยวชาญเป็นตัวกลางในการร่วมจัดการอาหารส่วนเกิน ช่วยโลกลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากกระบวนการจัดการขยะอาหารได้มากถึง 1.5 ล้านกิโลกรัม พร้อมตั้งเป้าลดการเพิ่มปริมาณขยะอาหาร หรือ อาหารส่วนเกินจากการดำเนินธุรกิจให้เป็นศูนย์
ซึ่งก่อนการนำอาหารไปแบ่งปัน พนักงานของ ท็อปส์ และ เจ้าหน้าที่ของมูลนิธิ SOS Thailand จะร่วมกันตรวจสอบคุณภาพอาหารอย่างละเอียดตามมาตรฐานที่กำหนด พร้อมขนส่งโดยรถที่ควบคุมอุณหภูมิ นำส่งถึงชุมชนเป้าหมาย เพื่อให้มั่นใจว่าผู้รับมอบอาหารส่วนเกินจะได้รับอาหารที่มีคุณภาพดีที่สุด
นับตั้งแต่เริ่มโครงการเมื่อปี 2562 จนถึงปัจจุบัน ท็อปส์ได้นำส่งอาหารส่วนเกินไปยังครัวเรือนที่มีรายได้น้อย ผู้ด้อยโอกาส ตลอดจนผู้สูงอายุ ในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศกว่า 700 ชุมชน รวมทั้งสิ้น 2.5 ล้านมื้อ ช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากขยะอาหารได้มากถึง 1.5 ล้านกิโลกรัม (ข้อมูล ณ เดือนกรกฎาคม 2565)
โครงการ ‘Food For Good Deed อาหารปันสุข’ ได้สร้างผลประโยชน์ในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านสิ่งแวดล้อมที่ช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากขึ้น การขยายพื้นที่ช่วยเหลือให้ชุมชนที่กว้างขึ้น ตลอดจนการสร้างความร่วมมือที่ดีระหว่างพันธมิตรเพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกัน และสอดคล้องกับกรอบเป้าหมายขององค์การพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ได้กำหนดให้ขยะอาหารเป็นหนึ่งในเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน ในปี ค.ศ. 2030 อีกด้วย


