posttoday
ไม่จบแค่ตู้แช่ เมื่ออุปกรณ์อัจฉริยะรอบตัวถูกแฮกได้ทุกเมื่อ

ไม่จบแค่ตู้แช่ เมื่ออุปกรณ์อัจฉริยะรอบตัวถูกแฮกได้ทุกเมื่อ

05 พฤศจิกายน 2569

จากตู้แช่แข็งสู่เครื่องมือแพทย์และระบบอาคาร ช่องโหว่ IoT เปิดทางแฮกเกอร์โจมตีอุปกรณ์ใกล้ตัว เสี่ยงกระทบทั้งทรัพย์สินและชีวิต

นับเป็นอีกหนึ่งการโจมตีทางไซเบอร์ครั้งใหญ่เมื่อตู้แช่แข็งในซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วยุโรปถูกโจมตี ส่งผลให้สินค้าภายในทั้งหมดเสียหาย จากช่องโหว่ความปลอดภัยจากระบบของตู้แช่แข็งเอง ที่ปล่อยให้เกิดการแทรกแซงจากภายนอก จนนำไปสู่การโจมตีขนาดใหญ่ที่สร้างความเสียหายมูลค่าหลายล้านยูโร

 

แต่อันที่จริงช่องโหว่เหล่านั้นไม่ได้จำกัดแค่ตู้แช่แข็ง แต่อาจเกิดขึ้นได้กับอุปกรณ์ทั่วไปที่อยู่รอบตัว

 

ไม่จบแค่ตู้แช่ เมื่ออุปกรณ์อัจฉริยะรอบตัวถูกแฮกได้ทุกเมื่อ

 

ช่องโหว่ที่เรียบง่ายแต่ไม่ได้รับการดูแลจนปัจจุบัน

 

ต้นตอของการโจมตีตู้แช่แข็งในซูเปอร์ฯทั่วยุโรปมาจากช่องโหว่ในฐานะ IOT เดิมเป็นระบบที่เปิดให้สั่งการ ควบคุม และซ่อมแซมจากระยะไกล แต่ด้วยความหละหลวมทั้งในซอฟต์แวร์ เราท์เตอร์ที่เชื่อมอินเทอร์เน็ต ตลอดจนรหัสผ่าน ทำให้ถูกเจาะและเข้าถึงจากภายนอกได้ง่าย กลายเป็นต้นตอความเสียหายครั้งใหญ่

 

จริงอยู่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกกับการพุ่งเป้าโจมตีไซเบอร์ไปยังร้านค้าปลีก ในเดือนพฤษภาคม 2025 เครือซูเปอร์ฯ Marks & Spencer (M&S) และ Co-op ตกเป็นเป้าโจมตีของ Ransomware ส่งผลกระทบต่อคลังสินค้าจนไม่สามารถกระจายสินค้าไปสู่ผู้บริโภคทั่วประเทศได้ เช่นเดียวกับอิสราเอลในปีที่ผ่านมาก็เคยถูกโจมตีไซเบอร์จากกองทัพอิหร่านเช่นกัน

 

แน่นอนเมื่อนำมาเปรียบเทียบกันแล้วสเกลการโจมตีและระดับความเสียหายจากการแฮกตู้แช่แข็ง เทียบไม่ได้กับการโจมตีระดับเฉพาะเจาะจงที่กล่าวถึง นับเป็นมูลค่าสำหรับธุรกิจใหญ่อาจเป็นจำนวนไม่มาก โดยเฉพาะในระลอกสองที่เกิดความเสียหายเพียงหลักสิบสาขา แทบไม่ได้กระทบต่อความมั่นคงอาหารโดยรวม

 

อย่างไรก็ตามช่องโหว่นี้จะมีบริษัทความปลอดภัยไซเบอร์ออกมาแจ้งเตือนตั้งแต่เดือนสิงหาคม และมีเหตุโจมตีครั้งใหญ่ในฝรั่งเศสมาครั้งหนึ่ง แต่ล่าสุดอินเทอร์เฟสควบคุมระยะไกลดังกล่าวในสหราชอาณาจักรเพียงแห่งเดียวก็ยังถูกใช้ในร้านค้าปลีกกว่า 800 แห่ง ทั้งยังเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตสาธารณะไว้เช่นเดิม

 

ล่าสุดการแฮกตู้แช่แข็งไม่ได้จบแค่เพียงทำให้ของเสียในร้านค้าปลีกอีกต่อไปมีรายงานว่า มีความพยายามโจมตีตู้แช่แข็งที่ใช้เก็บตัวอย่างเลือดและพลาสมาของสถาบันเลือดแห่งชาติฝรั่งเศส ด้วยการเพิ่มอุณหภูมิเพื่อทำให้ของด้านในเสียหายเหมือนกัน โชคดีที่เจ้าหน้าที่รับมือได้ทันท่วงทีจึงไม่มีความเสียหาย

 

สาเหตุที่เป็นแบบนี้มาจากหลายประเด็น ตั้งแต่การไม่อัปเดตข่าวสารหรือขาดความรู้ความชำนาญ แต่สาเหตุสำคัญคือการอัปเดตซอฟต์แวร์เหล่านี้ เมื่อติดตั้งและเปิดใช้จะต้องทำการรีสตาร์ทระบบทำความเย็นทั้งระบบ ซึ่งร้านค้าและองค์กรจำนวนมากไม่ยินดีทำ จนเป็นสาเหตุในการปล่อยปละละเลยมาจนปัจจุบัน

 

และอันที่จริงเคสนี้ก็ไม่ได้เกิดขึ้นได้แค่กับตู้แช่แข็ง แต่เป็นอุปกรณ์อัจฉริยะทุกรูปแบบ

 

 

อันตรายที่อาจจะเกิดจากการแฮก IOT

 

ตู้แช่แข็งไม่ได้เป็นอุปกรณ์ชนิดเดียวที่ใช้ระบบ IOT อุปกรณ์อัจฉริยะหลายชนิดล้วนมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและใช้งานกันทั่วไป หลายชิ้นเราอาจไม่เคยสังเกตหรือรับรู้ว่ามันเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตด้วยซ้ำ นี่จึงกลายเป็นช่องโหว่อย่างดีของแฮกเกอร์ในการเจาะเข้ามา

 

ไม่จบแค่ตู้แช่ เมื่ออุปกรณ์อัจฉริยะรอบตัวถูกแฮกได้ทุกเมื่อ

 

1.อุปกรณ์บ้านอัจฉริยะ

 

เมื่อพูดถึงการถูกแฮกหลายท่านอาจนึกถึงกล้องเป็นอันดับแรกๆ จากการเห็นชัดว่าเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตตลอดเวลาและการเข้าถึงข้อมูลภาพจำนวนมาก แต่อันที่จริงอุปกรณ์ใน บ้านอัจฉริยะ หรือ Smart House ล้วนเกิดช่องโหว่ให้แทรกแซงได้ทั้งสิ้น

 

ตั้งแต่กริ่งประตูวีดีโอ สมาร์ทล็อก ตัววัดและควบคุณอุณหภูมิ ระบบเตือนภัย ไปจนอุปกรณ์หลายชิ้นตั้งแต่ตู้เย็น เตาอบ เครื่องซักผ้า ไปจนแปรงสีฟันอัจฉริยะบางรุ่น หลายชิ้นสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต รวบรวมข้อมูล และสั่งการจากระยะไกลได้ ซึ่งหลายครั้งเป็นช่องโหว่ให้โจมตีได้ทั้งสิ้น

 

ไม่จบแค่ตู้แช่ เมื่ออุปกรณ์อัจฉริยะรอบตัวถูกแฮกได้ทุกเมื่อ

 

2.สมาร์ททีวีและเราท์เตอร์

 

เมื่อพูดถึงอุปกรณ์อัจฉริยะจะขาดอีกสองอุปกรณ์สำคัญไปไม่ได้ อย่างสมาร์ททีวีที่มีการโหลดแอปพลิเคชัน หรือติดตั้งแพ็คเกจจากภายนอก เพื่อรองรับแอปสตรีมมิ่งหรือเว็บไซต์ต่างๆ จึงเป็นช่องให้มีการแทรกแซงจากภายนอกเข้าถึงได้

 

เราท์เตอร์ยิ่งซับซ้อนไปกว่านั้น เนื่องจากเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อและกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตแก่ทั้งบ้าน แต่กลับไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่หรืออัปเกรดซอฟต์แวร์เท่าที่ควร นอกจากจะเป็นจุดที่ถูกเจาะระบบเข้าถึงง่าย ยังอาจทำให้แฮกเกอร์เข้าถึงอุปกรณ์ทุกชิ้นที่เชื่อมต่อเราท์เตอร์นี้ได้อย่างง่ายดายอีกด้วย

 

ไม่จบแค่ตู้แช่ เมื่ออุปกรณ์อัจฉริยะรอบตัวถูกแฮกได้ทุกเมื่อ

 

3.ระบบควบคุมอาคารอัจฉริยะ

 

ทั้งในส่วนแสงสว่าง ระบบจัดการลิฟต์ หรือระบบปรับอากาศส่วนกลาง ทั้งหมดมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อให้ช่างดูแลซ่อมบำรุงได้จากระยะไกล ในกรณีที่เกิดการหละหลวมจนถูกเจาะระบบเข้ามาได้ แฮกเกอร์ก็อาจทำให้ผู้ใช้งานอาคารปั่นป่วนหรือเป็นอันตรายได้เช่นกัน

 

ไม่จบแค่ตู้แช่ เมื่ออุปกรณ์อัจฉริยะรอบตัวถูกแฮกได้ทุกเมื่อ

 

4.อุปกรณ์ทางการแพทย์

 

ตามที่กล่าวไปข้างต้นว่า เพิ่งมีเหตุโจมตีไซเบอร์ใส่ตู้แช่แข็งที่เก็บเลือดและพลาสมาของธนาคาเลือดในฝรั่งเศส แต่นั่นไม่ใช่อุปกรณ์ชนิดเดียวที่มีระบบ IOT ยังมีอีกหลายชิ้นที่ถูกใช้งาน และอาจเกี่ยวพันกับความเป็นความตาย

 

ตั้งแต่เครื่องให้สารละลายทางหลอดเลือด เครื่องอัลตร้าซาวน์ ตู้จ่ายยาอัตโนมัติ หรือเครื่องวัดสัญญาณชีพ อุปกรณ์เหล่านี้หลายชิ้นทำงานด้วยระบบปฏิบัติการรุ่นเก่าที่ยุติการสนับสนุนไปแล้ว เช่น Windows 7 หรือ XP จึงอัปเดตซอฟต์แวร์ได้ยาก และอาจกลายเป็นช่องโหว่ที่ใช้ขโมยข้อมูลสุขภาพหรือสร้างอันตรายต่อผู้ป่วยได้

 

ไม่จบแค่ตู้แช่ เมื่ออุปกรณ์อัจฉริยะรอบตัวถูกแฮกได้ทุกเมื่อ

 

5.โครงสร้างพื้นฐาน

 

อีกหนึ่งส่วนที่อาจกลายเป็นช่องโหว่จากระบบ IOT เช่นกันคือ โครงสร้างพื้นฐาน ทั้งสายพานการผลิต ระบบบำบัดน้ำเสีย เครือข่ายไฟฟ้า หรือแม้แต่เครือข่ายคมนาคม หลายส่วนเป็นระบบที่มีอายุการใช้งานยาวนานหลายสิบปี หากเป็นเป้าโจมตีก็อาจก่อความเสียหายครั้งมโหฬาร

 

จะเห็นได้ว่าถ้าพูดถึงช่องโหว่ที่แฮกเกอร์สามารถตกเป็นเป้าโจมตีทางไซเบอร์และเข้าถึงได้ เป็นอุปกรณ์เกือบทุกชนิดที่อยู่รอบตัวเราเลยทีเดียว

 

ไม่จบแค่ตู้แช่ เมื่ออุปกรณ์อัจฉริยะรอบตัวถูกแฮกได้ทุกเมื่อ

 

แนวทางรับมือป้องกันเบื้องต้น

 

แรกสุดคือจัดการอัปเดตแพชท์ความปลอดภัยซอฟต์แวร์อุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันช่องโหว่ที่มีการแจ้งเตือน กรณีเป็นอุปกรณ์รุ่นเก่าที่ไม่มีอัปเดตแล้ว อาจแก้ด้วยการตัดการเชื่อมต่อหรือใช้งานในเครือข่ายปิด เพื่อป้องกันการถูกเข้าถึงจากภายนอก หรือตัดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตกับอุปกรณ์ก็เป็นตัวเลือกที่ดี

 

อันดับถัดมาคือผู้ใช้งาน ต้องเปลี่ยนพาสเวิร์ดของอุปกรณ์จากที่ตั้งค่าในโรงงานให้มีความปลอดภัยรัดกุมคาดเดาได้ยาก และถ้าทำได้ก็เปิดระบบการยืนยันตัวตน 2 ขั้นตอนเพื่อให้โอกาสที่สิทธิการเข้าถึงจะหลุดรอดสู่ภายนอกทำได้ยากขึ้น ก็จะช่วยลดความเสียหายลงไปมาก

 

ขณะเดียวกันทางด้านหน่วยงานภาครัฐเองก็ต้องไม่ละเลย จำเป็นต้องมีการกำหนดค่าความปลอดภัยของอุปกรณ์อัจฉริยะที่วางจำหน่ายภายในประเทศ พร้อมกำหนดระยะเวลาการสนับสนุนขั้นต่ำ เพื่อให้ประชาชนแน่ใจในความปลอดภัยของอุปกรณ์ที่ใช้งานในบ้าน อาคารสำนักงาน หรือโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ

 

 

 

 

ปัจจุบันปัญหาที่เกิดจากการโจมตีทางไซเบอร์ไม่มีทีท่าจะลดลง กลับมีแนวโน้มมากขึ้นจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยี AI ทำให้เราจำเป็นต้องตื่นตัวและเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แน่ใจว่าอุปกรณ์ภายในบ้านจะยังทำงานได้ตามปกติและปลอดภัยต่อการใช้งาน

 

และคาดวาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าปัญหานี้จะทวีความรุนแรงขึ้นไปอีก

 

 

 

ที่มา

 

https://www.aa.com.tr/en/science-technology/french-blood-storage-facilities-targeted-in-cyberattack-report/4110658

 

https://www.posttoday.com/ai-today/750509

 

https://www.posttoday.com/ai-today/751417

 

https://www.npr.org/2026/11/02/nx-s1-6026463/why-the-freezer-section-is-the-new-battleground-in-cyber-security

 

https://www.france24.com/en/europe/20261102-caught-cold-fridge-cyberattack-highlights-internet-gadget-weaknesses

 

https://www.rte.ie/news/world/2026/1102/1597622-cyber-attacks-appliances/

 

ข่าวล่าสุด

พชรเตือนเลือกตั้งสหรัฐกระทบหนี้ไทย แนะรัฐวางแผนลดขาดดุล   

พชรเตือนเลือกตั้งสหรัฐกระทบหนี้ไทย แนะรัฐวางแผนลดขาดดุล