
สองพรรคสหรัฐฯ ร่วมจี้ทรัมป์คุม AI หลัง Agent ก่อเหตุแฮกหลายครั้ง
ทั้งเดโมแครตและฝ่ายอนุรักษนิยมออกมาร่วมวิจารณ์ทรัมป์ ปมสัมพันธ์ใกล้ชิดบิ๊กเทค ทำรัฐตอบสนองภัย AI แฮกระบบล่าช้า หวั่นกระทบความมั่นคง
กระแสวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อการกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์ (AI) รุนแรงขึ้น เมื่อทั้งพรรคเดโมแครตและกลุ่มอนุรักษนิยม ซึ่งปกติอยู่คนละขั้วทางการเมือง ต่างแสดงความกังวลตรงกันว่าความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างทำเนียบขาวกับบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ อาจเป็นสาเหตุที่รัฐบาลตอบสนองต่อเหตุการณ์ AI ก่อการแฮกระบบได้อย่างจำกัด
ประเด็นดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจาก OpenAI เปิดเผยเมื่อสองสัปดาห์ก่อนว่า AI Agent ของบริษัทตัวหนึ่งได้เจาะระบบของ Hugging Face โดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะที่ Anthropic ยืนยันว่าพบ AI ของบริษัทบางรุ่นสามารถแฮกระบบขององค์กร 3 แห่งระหว่างการทดสอบด้านความปลอดภัย
แม้ทำเนียบขาวระบุว่ากำลังติดตามสถานการณ์ และทรัมป์กล่าวว่ากำลังพิจารณามาตรการควบคุม AI แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีแนวทางกำกับดูแลที่ชัดเจนออกมา
สตีฟ แบนนอน อดีตที่ปรึกษาและพันธมิตรคนสำคัญของทรัมป์ ระบุว่ารัฐบาลยังดำเนินการไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับความเสี่ยงด้านความมั่นคง พร้อมวิจารณ์ว่าบริษัทเทคโนโลยีมีอิทธิพลต่อทำเนียบขาวและหน่วยงานด้านความมั่นคงมากเกินไป จึงควรมีกรอบกำกับดูแล AI ขั้นพื้นฐานเพื่อป้องกันความเสี่ยง
ด้านวุฒิสมาชิก รอน ไวเดน จากพรรคเดโมแครต กล่าวว่า ทรัมป์ให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของมหาเศรษฐีวงการ AI มากกว่าการแก้ไขปัญหาความปลอดภัย พร้อมกล่าวหารัฐบาลและพันธมิตรในพรรครีพับลิกันว่าพยายามขัดขวางกฎหมายควบคุม AI ในระดับรัฐ
ก่อนหน้านี้ Anthropic มีความเห็นไม่ตรงกับรัฐบาลสหรัฐฯ หลังปฏิเสธไม่ให้กองทัพนำโมเดล AI ไปใช้ในโครงการเฝ้าระวังประชาชนจำนวนมากและระบบอาวุธอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทกับรัฐบาลตึงเครียดมากขึ้น
รัฐบาลทรัมป์ประกาศเมื่อเดือนมิถุนายนว่าจะเชิญผู้พัฒนา AI เช่น OpenAI และ Anthropic ส่งโมเดลที่มีศักยภาพด้านการโจมตีไซเบอร์เข้ารับการทดสอบโดยภาครัฐก่อนเปิดตัวสู่สาธารณะในรูปแบบ "สมัครใจ"
อย่างไรก็ตาม รายละเอียดของโครงการยังไม่ถูกเปิดเผย และมีรายงานว่าจะมีเพียงโมเดลบางส่วนเท่านั้นที่เข้าร่วมการทดสอบ
เกรกอริโอ คาซาร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเดโมแครต ระบุว่ารัฐบาลทรัมป์ล้มเหลวในการปกป้องประชาชนจากความเสี่ยงของ AI พร้อมตั้งข้อสังเกตว่ามาตรการตรวจสอบแบบสมัครใจยังไม่มีความชัดเจน แม้จะเกิดเหตุด้านความปลอดภัยที่สร้างความกังวลแล้ว
รายงานยังระบุว่า บริษัทเทคโนโลยีและผู้บริหารในอุตสาหกรรม AI เป็นผู้บริจาครายใหญ่ให้กับคณะกรรมการการเมือง MAGA Inc. ที่สนับสนุนทรัมป์ โดยในปี 2568 เกร็ก บร็อกแมน ประธาน OpenAI และภรรยา บริจาครวม 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 875 ล้านบาท)
ขณะที่บริษัทลงทุน Andreessen Horowitz และผู้ร่วมก่อตั้งร่วมบริจาครวม 12 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 420 ล้านบาท)
นอกจากนี้ นักลงทุนและผู้บริหารรายใหญ่อย่าง อีลอน มัสก์, สตีเฟน ชวาร์ซแมน และอาชา จาเดจา ต่างบริจาคอย่างน้อยคนละ 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 175 ล้านบาท) ให้กับคณะกรรมการดังกล่าว
ขณะเดียวกัน ทรัมป์ยังแต่งตั้งบุคคลจากแวดวงเทคโนโลยีหลายรายเข้าดำรงตำแหน่งสำคัญในรัฐบาล รวมถึงเดวิด แซกส์ อดีตที่ปรึกษาด้าน AI ของทำเนียบขาว ซึ่งสนับสนุนแนวทางผ่อนคลายการกำกับดูแล AI เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันกับจีน
นักวิจารณ์มองว่า ความเชื่อมโยงระหว่างรัฐบาลกับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีอาจทำให้การกำหนดนโยบายด้าน AI ขาดความเข้มงวด ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความปลอดภัยไซเบอร์และผลกระทบต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ







