
ทรัมป์เผชิญทางตันสงครามอิหร่าน ยังคงไร้ทางออกชัดเจน
สงครามสหรัฐฯ-อิหร่านยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 6 ทรัมป์เผชิญแรงกดดันให้เลือกระหว่างประนีประนอมหรือยกระดับโจมตี ท่ามกลางความเสี่ยงทางการเมือง
สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 6 กำลังสร้างแรงกดดันอย่างหนักต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลังความพยายามยุติความขัดแย้งยังไม่เห็นผล
ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่าผู้นำสหรัฐฯ กำลังเผชิญ "ทางเลือกที่ล้วนมีต้นทุนสูง" ทั้งในด้านการทูต การทหาร และการเมืองภายในประเทศ
แม้ทรัมป์เคยประกาศว่าสงครามจะสิ้นสุดภายในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ แต่สถานการณ์กลับยืดเยื้อเกินครึ่งปี โดยล่าสุดการเจรจาระหว่างอิหร่านกับโอมานได้เปิดทางสู่ข้อตกลงชั่วคราว ซึ่งอาจทำให้อิหร่านมีบทบาทกำกับการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซมากกว่าที่เคยมีมาก่อนเกิดสงคราม
นักวิเคราะห์ระบุว่า หากสหรัฐฯ ยอมรับข้อตกลงดังกล่าว จะถือเป็นการยอมให้อิหร่านได้รับสัมปทานครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และอาจขัดกับจุดยืนเดิมของรัฐบาลทรัมป์ที่ประกาศว่าจะไม่ปล่อยให้อิหร่านมีอำนาจเหนือเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก
อีกทางเลือกหนึ่งคือการเปิดฉากโจมตีทางอากาศระลอกใหม่ ซึ่งอาจยิ่งทำให้สงครามยืดเยื้อ และเพิ่มความเสี่ยงทางการเมืองก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในเดือนพฤศจิกายน โดยเฉพาะเมื่อปฏิบัติการโจมตีที่ผ่านมาไม่สามารถบรรลุเป้าหมายในการบีบให้อิหร่านยอมถอยได้
ส่วนอีกแนวทางคือการคงสถานการณ์ปัจจุบันไว้ ด้วยการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านและตอบโต้เป็นระยะหากเกิดการโจมตีเรือสินค้า อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าวิธีนี้ก็ไม่ใช่ทางออกที่ช่วยให้ทรัมป์ยุติสงครามได้อย่างมีศักดิ์ศรี
มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ยืนยันว่า ช่องแคบฮอร์มุซต้องเป็นเส้นทางเดินเรือนานาชาติที่เปิดเสรี ไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของอิหร่าน และต้องไม่มีการเรียกเก็บค่าผ่านทาง
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ชี้ว่า ทรัมป์เคยมีจุดยืนที่แตกต่างจากรูบิโอในหลายประเด็นเกี่ยวกับสงคราม และอาจเปลี่ยนท่าทีอีกครั้ง หากเห็นว่าการประนีประนอมจะช่วยลดแรงกดดันทางการเมือง
ปัจจุบัน ทรัมป์ต้องเผชิญกับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ยังอยู่ในระดับสูง คะแนนนิยมที่ลดลง และกระแสคัดค้านสงครามจากประชาชนสหรัฐฯ ส่งผลให้พื้นที่ในการตัดสินใจด้านนโยบายมีจำกัดมากขึ้น
ขณะเดียวกัน ความคืบหน้าในการเจรจาระหว่างอิหร่านกับโอมาน ซึ่งตั้งอยู่คนละฝั่งของช่องแคบฮอร์มุซ ยังอยู่ระหว่างหารือรายละเอียด แม้ทรัมป์จะระบุว่าข้อตกลงใกล้บรรลุผลแล้ว แต่เจ้าหน้าที่อิหร่านยืนยันว่าประเด็นสำคัญหลายเรื่องยังไม่ได้ข้อสรุป
ผู้เชี่ยวชาญยังมองว่า แม้จะสามารถเปิดช่องแคบฮอร์มุซและรื้อฟื้นการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านได้ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะนำไปสู่ข้อตกลงสันติภาพถาวร เนื่องจากบันทึกความเข้าใจที่ทั้งสองฝ่ายลงนามไว้เมื่อเดือนมิถุนายนก่อนหน้านี้ได้ล้มเหลวภายในเวลาไม่นาน
เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวยอมรับว่า มีความเป็นไปได้สูงที่ความขัดแย้งจะยังดำเนินต่อไปจนถึงช่วงการเลือกตั้งกลางเทอม ซึ่งจะสร้างแรงกดดันต่อพรรครีพับลิกันในการรักษาเสียงข้างมากในสภาคองเกรส โดยทรัมป์เคยหาเสียงว่าจะหลีกเลี่ยงการทำสงครามในต่างประเทศและมุ่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจของชาวอเมริกัน
แม้ทรัมป์จะประกาศหลายครั้งว่าปฏิบัติการทางทหารประสบความสำเร็จในการสังหารผู้นำอิหร่านหลายรายและทำลายศักยภาพทางทหารของอิหร่าน แต่ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เห็นว่า เป้าหมายหลักของสงครามยังไม่บรรลุผล
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทรัมป์เปิดเผยว่าได้ยกเลิกแผนโจมตีครั้งใหญ่รอบใหม่ หลังพันธมิตรในตะวันออกกลางร้องขอให้เปิดโอกาสแก่การเจรจาทางการทูต แต่ก็ย้ำว่าหากการเจรจาล้มเหลว สหรัฐฯ จะใช้มาตรการทางทหารที่รุนแรงขึ้น
ด้านอิหร่านเตือนว่า หากสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอีกครั้ง จะตอบโต้ด้วยการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศพันธมิตรสหรัฐฯ ในอ่าวเปอร์เซีย
นักวิเคราะห์ยังมองว่า จีน รัสเซีย และเกาหลีเหนือกำลังจับตาสงครามครั้งนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินข้อจำกัดและขีดความสามารถของสหรัฐฯ ในการรับมือวิกฤตความมั่นคงระยะยาว
แม้แต่กลุ่มที่สนับสนุนการใช้มาตรการแข็งกร้าวต่ออิหร่าน ก็เริ่มเรียกร้องให้รัฐบาลทรัมป์ดำเนินนโยบายด้วยความระมัดระวังมากขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงการตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบทั้งทางการเมืองและการทหาร.







