
พิษน้ำท่วมป่วนซัพพลายเชน! โตโยต้า-ฮอนด้า สั่งหยุดผลิตรถในไทย
วิกฤตน้ำท่วมกระทบระบบโลจิสติกส์ ชิ้นส่วนส่งเข้าสายการผลิตไม่ได้ โตโยต้า-ฮอนด้า ประกาศหยุดผลิตรถยนต์ทุกโรงงานชั่วคราว ส.อ.ท. ประเมินเสียหายรวม 1,000 ล้านบาท
KEY
POINTS
- โตโยต้าและฮอนด้าประกาศหยุดสายการผลิตรถยนต์ชั่วคราวในโรงงานทุกแห่งของประเทศไทย
- สาเหตุเกิดจากวิกฤตอุทกภัยที่ส่งผลกระทบต่อซัพพลายเชน ทำให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนไม่สามารถจัดส่งสินค้าได้
- สภาอุตสาหกรรมฯ ประเมินมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นกับห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมยานยนต์เบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท
วิกฤตอุทกภัยป่วนซัพพลายเชนยานยนต์ "โตโยต้า-ฮอนด้า" ประกาศหยุดสายการผลิตทุกโรงงานในไทยชั่วคราว เสียหายทะลุ 1,000 ล้านบาท
สถานการณ์อุทกภัยและฝนตกหนักสะสมในหลายพื้นที่ของประเทศไทยกำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาคอุตสาหกรรมยานยนต์
สองค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่สัญชาติญี่ปุ่น ได้แก่
- บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด
- บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด
ประกาศหยุดสายการผลิตรถยนต์ชั่วคราวในทุกโรงงานประกอบของประเทศไทยชั่วคราว
เนื่องจากปัญหาเส้นทางคมนาคมถูกตัดขาด ทำให้น้ำท่วมขังในพื้นที่ยุทธศาสตร์และกระทบต่อระบบโลจิสติกส์ในการส่งมอบชิ้นส่วนยานยนต์
ฮอนด้าแจงซัพพลายเออร์ชลบุรี-ระยองจมน้ำ กระทบการผลิตรถยนต์ทุกรุ่น
โคจิ อิวานามิ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด (Honda) เปิดเผยว่า "บริษัทได้ประกาศหยุดสายพานการผลิตรถยนต์ชั่วคราวในโรงงานปราจีนบุรี และ โรงงานอยุธยา ตั้งแต่วันที่ 2 – 6 ตุลาคม 2569
เนื่องจากบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วน (ซัพพลายเออร์) ไม่สามารถจัดส่งชิ้นส่วนสำหรับการผลิตรถยนต์ได้จากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย (น้ำท่วม) โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชลบุรีและระยอง"
นอกจากนี้ บริษัทยังได้อนุญาตให้พนักงานที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยหยุดงานเพื่อดูแลความปลอดภัย ครอบครัว และฟื้นฟูทรัพย์สินในช่วงเวลาดังกล่าว
โดยฮอนด้าคาดว่าผลกระทบต่อสายการผลิตรถยนต์ทุกรุ่นจะเป็นเพียงระยะสั้น และหลังจากกลับมาเดินเครื่องสายการผลิตตามปกติในวันที่ 7 ตุลาคม 2569
บริษัทจะมีการเพิ่มกะการทำงานพิเศษ (OT) เพื่อเร่งผลิตชดเชยช่วงเวลาที่หยุดไป และส่งมอบรถยนต์ให้แก่ลูกค้าตามคำสั่งซื้อได้ตามปกติ
โตโยต้าระงับ 4 โรงงานหลัก เร่งเคลียร์เส้นทางโลจิสติกส์สำรอง
ด้าน บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้ประกาศระงับการดำเนินงานชั่วคราวในโรงงานประกอบรถยนต์หลัก 3 แห่ง
ได้แก่ โรงงานสำโรง (จ.สมุทรปราการ), โรงงานบ้านโพธิ์ (จ.ฉะเชิงเทรา), โรงงานเกตเวย์ (จ.ฉะเชิงเทรา) รวมถึงโรงงานของบริษัทร่วมทุน Toyota Auto Works อีก 1 แห่ง
สาเหตุหลักมาจากปริมาณฝนสะสมสูงกว่า 320 มิลลิเมตรในช่วงระยะเวลาเพียง 3 วัน ทำให้เส้นทางคมนาคมหลักมีน้ำท่วมขังสูง รถเล็กไม่สามารถสัญจรได้
ซัพพลายเออร์จึงไม่สามารถจัดส่งชิ้นส่วนเข้าสู่สายการผลิตแบบ Just-in-Time (JIT) ได้ตามแผน (Parts Shortage) รวมถึงพนักงานประสบปัญหาในการเดินทางเข้าปฏิบัติงาน
ทั้งนี้ โตโยต้าระบุว่าเป็นการหยุดดำเนินงานชั่วคราวเพื่อรอการฟื้นฟูเส้นทางขนส่ง
ไม่ใช่การปรับลดกำลังการผลิตเชิงโครงสร้าง โดยอยู่ระหว่างประเมินสถานการณ์ร่วมกับซัพพลายเออร์และเตรียมเส้นทางขนส่งสำรองเพื่อกลับมาเดินเครื่องสายการผลิตให้เร็วที่สุด
ส.อ.ท. ประเมินความเสียหายภาคอุตสาหกรรมไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท
นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยระหว่างวันที่ 24 - 30 กันยายน 2569
ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานครและอีก 14 จังหวัด โดยพบว่าผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิก ส.อ.ท. ในพื้นที่ได้รับผลกระทบราว 40%
จากการประเมินเบื้องต้น ส.อ.ท. คาดการณ์มูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมยานยนต์และภาคอุตสาหกรรมต่อเนื่องไว้ไม่ต่ำกว่า 1,018 ล้านบาท
ครอบคลุมทั้งความเสียหายตรงต่อเครื่องจักร ระบบไฟฟ้า วัตถุดิบ ชิ้นส่วน ยานพาหนะ ตลอดจนผลกระทบทางอ้อมจากการหยุดผลิต พนักงานไม่สามารถเดินทางมาทำงานได้ และค่าเสียโอกาสทางธุรกิจ โดยเฉพาะในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี
อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์การระบายน้ำในพื้นที่ยุทธศาสตร์คลี่คลาย สายการผลิตยานยนต์จะสามารถกลับมาดำเนินงานได้ตามปกติทันที







