
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลบ นักลงทุนจับตาการเจรจาอิหร่าน-ผลประกอบการ
ตลาดหุ้นสหรัฐร่วง ดาวโจนส์ลบกว่า 460 จุด นักลงทุนประเมินผลประกอบการและการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน ขณะน้ำมันพุ่งกว่า 3 ดอลลาร์ กดดันเงินเฟ้อ
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลบในวันพฤหัสบดี (7 ส.ค.) หลังนักลงทุนชะลอการเข้าซื้อเพื่อประเมินผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนและติดตามความคืบหน้าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 53,885.10 จุด ลดลง 464.02 จุด หรือ 0.85%
ขณะที่ดัชนี S&P 500 ลดลง 13.52 จุด หรือ 0.18% ปิดที่ 7,710.03 จุด
และดัชนี Nasdaq Composite ลดลง 15.09 จุด หรือ 0.06% ปิดที่ 26,348.35 จุด
ก่อนหน้านี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้แรงหนุนจากผลประกอบการภาคเอกชนที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI ซึ่งช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับการลงทุนขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมดังกล่าว ประกอบกับความหวังว่าสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านจะคลี่คลาย ส่งผลให้ทั้งดาวโจนส์และ S&P 500 ทำสถิติสูงสุดใหม่เมื่อต้นสัปดาห์
ความคาดหวังต่อข้อตกลงสันติภาพยังช่วยกดดันราคาน้ำมันในช่วงก่อนหน้า ส่งผลให้แรงกดดันด้านเงินเฟ้อลดลง และทำให้นักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง
อย่างไรก็ตาม บรรยากาศการลงทุนเปลี่ยนแปลงหลังมีรายงานว่า คณะกรรมาธิการของรัฐสภาอิหร่านกำลังพิจารณาร่างกฎหมายห้ามเรือของสหรัฐฯ และอิสราเอลผ่านช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมกำหนดบทลงโทษปรับสูงถึง 20% ของมูลค่าสินค้าบนเรือ หากฝ่าฝืนมาตรการดังกล่าว
ข่าวดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้น 3.09 ดอลลาร์ หรือ 3.89% ปิดที่ 82.54 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (ประมาณ 2,970 บาท) ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 2.49 ดอลลาร์ หรือ 3.31% ปิดที่ 77.71 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (ประมาณ 2,800 บาท)
ด้านราคาทองคำปรับตัวลดลง หลังราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นทำให้นักลงทุนกลับมากังวลต่อแรงกดดันเงินเฟ้อ และเพิ่มการคาดการณ์ว่าเฟดอาจกลับมาพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง
ราคาทองสปอตลดลง 0.3% อยู่ที่ 4,233.64 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ประมาณ 152,400 บาท) หลังจากก่อนหน้านี้แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 18 มิถุนายน
ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าของสหรัฐฯ ลดลง 0.3% อยู่ที่ 4,291.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ประมาณ 154,500 บาท)







