
คลังรับพิจารณา ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2 เปิดทางใช้เงินกู้ 2 แสนล.หนุนไทยเที่ยวไทย
เอกนิติ เผยไทยช่วยไทย พลัส เงินสะพัดกว่า 1 แสนล้าน รับเสียงสะท้อน 60:40 พิจารณารูปแบบโครงการคนละครึ่ง-ต่อเฟส 2 พร้อมเปิดทางใช้เงินกู้ 2 แสนล้าน ดันไทยเที่ยวไทยช่วยรายย่อย
KEY
POINTS
- กระทรวงการคลังรับพิจารณาโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" เฟส 2 โดยจะประเมินผลและรับฟังความเห็นประชาชนเพื่อปรับปรุงรูปแบบหลังสิ้นสุดโครงการ
- เปิดทางให้ใช้เงินกู้ 2 แสนล้านบาท เพื่อสนับสนุนโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยว "ไทยเที่ยวไทย" ตามข้อเสนอของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
- เงื่อนไขสำคัญในการใช้งบประมาณสำหรับโครงการ "ไทยเที่ยวไทย" คือต้องมุ่งเน้นช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยในภาคการท่องเที่ยวเป็นหลัก
ท่ามกลางเสียงตอบรับจากประชาชนและร้านค้าทั่วประเทศ โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” กลายเป็นอีกหนึ่งมาตรการที่ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อ และลดภาระค่าครองชีพ
ล่าสุดกระทรวงการคลังเตรียมประเมินผลหลังสิ้นสุดโครงการ พร้อมรับฟังข้อเสนอปรับรูปแบบให้ตอบโจทย์ประชาชนมากขึ้น หลังมีเสียงสะท้อนว่าระบบร่วมจ่าย 60:40 อาจสร้างความสับสนในการคำนวณค่าใช้จ่าย
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชนและร้านค้า เนื่องจากช่วยลดภาระค่าครองชีพได้จริง และทำให้เกิดการหมุนเวียนของเงินในระบบเศรษฐกิจ
ปัจจุบันพบว่า ยอดใช้จ่ายผ่านโครงการมีเงินหมุนเวียนแล้วประมาณ 1 แสนล้านบาท โดยกระจายไปทั่วประเทศ ไม่ได้กระจุกตัวเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งมีสัดส่วนการใช้จ่ายเพียงประมาณ 15-16% เท่านั้น สะท้อนว่ามาตรการสามารถกระจายเม็ดเงินไปยังพื้นที่ต่างจังหวัดได้อย่างทั่วถึง
นายเอกนิติ กล่าวว่า หลังสิ้นสุดโครงการ กระทรวงการคลังจะประเมินผลทั้งด้านผลกระทบทางเศรษฐกิจ และรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน เพื่อนำไปปรับปรุงรูปแบบมาตรการในอนาคต รวมถึงแนวทางการดำเนินโครงการในระยะต่อไป
“จุดประสงค์ของโครงการคือการเยียวยาประชาชน โดยรัฐออกให้ 60% และประชาชนร่วมจ่าย 40% ซึ่งรัฐเป็นผู้รับภาระมากกว่า แต่เมื่อมีเสียงสะท้อนว่าการคำนวณแบบ 60:40 คำนวณได้ยาก และมีข้อเสนอให้กลับไปใช้รูปแบบคนละครึ่ง เราก็รับฟัง ส่วนจะมีไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2 หรือไม่นั้น ประเด็นนี้ก็จะขอรับไปพิจารณา"
ดันร้านค้ารายย่อยใช้ดิจิทัลต่อยอดสินเชื่อ
นอกจากช่วยเหลือผู้บริโภคแล้ว กระทรวงการคลังยังต้องการต่อยอดประโยชน์ไปยังร้านค้ารายย่อย โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้าในตลาด ผ่านการใช้ข้อมูลดิจิทัล โดยนำระบบ AI มาใช้ในส่วนที่เรียกว่า "นกกระซิบ"
เพื่อสนับสนุนพ่อค้าแม่ค้าให้ทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายที่ถูกต้อง และสามารถให้มีข้อมูลทางการเงินที่สามารถนำไปต่อยอดเข้าถึงสินเชื่อจากธนาคารของรัฐ ลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบ
เปิดทาง “ไทยเที่ยวไทย” ใช้เงินกู้ 2 แสนล้าน หากช่วยรายย่อย
ส่วนความคืบหน้าโครงการ “ไทยเที่ยวไทย พลัส” ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเสนอขอใช้งบประมาณจากวงเงินตาม พ.ร.ก. กู้เงิน 200,000 ล้านบาท นั้น ได้หารือร่วมกับนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาแล้ว โดยเห็นว่า มีความเป็นไปได้ หากโครงการมุ่งช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยในภาคการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบ
โดยเน้นย้ำว่า หากนำวงเงินดังกล่าวมาใช้ ต้องให้การช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยเป็นหลัก โดยให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬากลับไปจัดทำรายละเอียดโครงการ รวมถึงหารือร่วมกับภาคเอกชน เพื่อกำหนดรูปแบบและเงื่อนไขให้ชัดเจน
“หากนำงบประมาณส่วนนี้มาใช้ช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย ก็มีโอกาสที่จะใช้วงเงินนี้ได้ แต่ต้องเน้นไปที่กลุ่มรายย่อยเป็นหลัก โดยให้กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ไปพิจารณารายละเอียด รวมถึงหารือกับภาคเอกชน”
ทั้งนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามีข้อเสนอให้นำระบบของโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” ในอดีตกลับมาใช้ ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เพื่อรองรับโครงการ “ไทยเที่ยวไทย พลัส” โดยกระทรวงการคลังได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงการคลังตรวจสอบความพร้อมของระบบ เนื่องจากอาจต้องปรับปรุงระบบใหม่ให้สอดคล้องกับรูปแบบโครงการ







