Reflect Orbital พลังงานแสงอาทิตย์ 24 ชั่วโมง ที่อาจมีหายนะตามมา
Reflect Orbital เสนอฝูงดาวเทียมกระจกสะท้อนแสงให้โซล่าเซลล์ผลิตไฟ 24 ชั่วโมง ลดต้นทุนพลังงาน แต่เสี่ยงดาราศาสตร์ วงโคจรแออัด และสิ่งแวดล้อม
KEY
POINTS
- Reflect Orbital คือโครงการใช้ดาวเทียมกระจกหลายพันดวงสะท้อนแสงอาทิตย์มายังโลก เพื่อให้โซลาร์เซลล์สามารถผลิตไฟฟ้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง
- ข้อดีหลักคือช่วยให้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ได้ในเวลากลางคืน ซึ่งช่วยลดต้นทุนและความจำเป็นในการใช้แบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน
- อย่างไรก็ตาม โครงการนี้อาจก่อให้เกิดหายนะตามมาได้ เช่น ปัญหาขยะอวกาศ, การรบกวนทางดาราศาสตร์, การทำลายระบบนิเวศ และความเสี่ยงที่แสงอาจก่อให้เกิดไฟไหม้หากส่องผิดพิกัด
เมื่อพูดถึงพลังงานแสงอาทิตย์ แม้จะเป็นแหล่งพลังงานที่มีประสิทธิภาพสูงและเข้าถึงง่าย แต่ก็มีข้อจำกัดด้านความเสถียรและต้องพึ่งพาธรรมชาติมากเกินไป สามารถใช้งานได้แค่ช่วงเวลากลางวัน นั่นทำให้หลายชาติต่างพยายามหาทางแก้ไข เช่น เก็บสำรองกำลังไฟส่วนเกินไว้ในแบตเตอรี่ แต่นั่นยิ่งทำให้ต้นทุนทางพลังงานพุ่งสูง
แต่จะเป็นอย่างไรถ้าเราสามารถจัดสรรแสงอาทิตย์ให้กับโซล่าเซลล์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
Reflect Orbital ดาวเทียมกระจกสะท้อนแสงสู่โลก
แนวคิดนี้มาจากบริษัทสตาร์ทอัพ Reflect Orbital ที่อาศัยประโยชน์จากการส่งดาวเทียมกระจายตัวไปในวงโคจรโลก ในแนวที่ได้รับแสงอาทิตย์ตลอดเวลา จากนั้นใช้อุปกรณ์สะท้อนแสงหักเหทิศทางแสงอาทิตย์ไปยังตำแหน่งพิกัดที่กำหนด เพื่อบังคับให้แสงอาทิตย์ส่องตรงลงโซล่าเซลล์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ขั้นตอนการทำงานของระบบนี้เริ่มต้นจาก การปล่อยดาวเทียมสู่วงโคจรเป็นจำนวนหลายพันดวงสู่วงโคจรระดับต่ำ อาศัยวงโคจรสัมพันธ์กับดวงอาทิตย์เพื่อให้กลุ่มดาวเทียมได้รับแสงอาทิตย์ตลอดเวลา พร้อมติดตั้งกระจกบานยักษ์เพื่อสะท้อนแสงไปยังทิศทางที่กำหนด
กระจกที่ติดตั้งบนดาวเทียมทุกบานจะทำจากวัสดุ Mylar พลาสติกเคลือบโลหะบางพิเศษ ที่โดดเด่นในคุณสมบัติด้านการสะท้อนแสงและเป็นฉนวนความร้อนแบบเดียวกับยานอวกาศ แต่ละบานอาจมีขนาด 10 x 10 เมตร พร้อมคุณสมบัติในการกาง พับ และปรับองศาได้อย่างอิสระ เพื่อสะท้อนแสงอาทิตย์ให้ลงพิกัดที่กำหนด
โมเดลธุรกิจของ Reflect Orbital จะอาศัยการขายพลังงานผ่านโมเดล เริ่มจากผู้ใช้งานสั่งการและจ่ายเงินผ่านแอปพลิเคชันบริษัท จากนั้นเลือกตำแหน่งพิกัดที่ต้องการ แสงอาทิตย์จะถูกสะท้อนจากชั้นบรรยากาศส่งต่อมายังพื้นที่เป้าหมายที่กำหนด ซึ่งจะช่วยให้โซล่าเซลล์ที่ติดตั้งตามโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์สามารถใช้งานได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ฟังดูเป็นเรื่องดีที่ขยายขีดความสามารถของพลังงานแสงอาทิตย์ แต่เทคโนโลยีนี้อาจสร้างปัญหามากกว่าประโยชน์
ปัญหาที่ตามมาอาจมากกว่าประโยชน์
แน่นอนไม่มีใครปฏิเสธข้อดีของ Reflect Orbital ทั้งขยายเวลาการผลิตไฟฟ้า ช่วยให้ผลิตพลังงานจากโซล่าเซลล์ได้ในเวลากลางคืน และลดจำนวนแบตเตอรี่ที่ใช้ในการกักเก็บพลังงาน ทำให้สามารถประหยัดต้นทุนการจัดสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์หรือจัดซื้อแบตเตอรี่เกินความต้องการลงมาก
อย่างไรก็ตามโครงการนี้ถูกพูดถึงปัญหาในหลายแง่มุม แรกสุดคือ จำนวนดาวเทียมในวงโคจร เราทราบดีว่าโครงการอวกาศทั่วโลก มีแผนส่งดาวเทียมสู่อวกาศนับแสนหรืออาจมากถึงล้านดวง การเพิ่มดาวเทียมของ Reflect Orbital อาจซ้ำเติมปัญหาความแออัดของดาวเทียมในวงโคจร จนอาจเร่งปรากฏการณ์ Kessler Syndrome ให้เกิดเร็วยิ่งขึ้น
อันดับถัดมาเป็นประเด็นทางดาราศาสตร์ ทุกวันนี้ดาวเทียมจำนวนมหาศาลก็ส่องแสงรบกวนการศึกษาและเก็บข้อมูลทางดาราศาสตร์มากอยู่แล้ว แต่แสงที่เกิดเหล่านั้นยังเป็นผลกระทบทางอ้อม หากเป็นดาวเทียมสำหรับสะท้อนแสงโดยตรง ผลกระทบที่เกิดอาจทำให้อุปกรณ์และดวงตาของนักดาราศาสตร์เสียหายร้ายแรงได้
ที่จะได้รับผลกระทบไม่แพ้กันคือ ระบบนิเวศ โดยพื้นฐานสัตว์ป่าอาศัยแสงสว่างเป็นนาฬิกาธรรมชาติในวงจรชีวิต การปรับเปลี่ยนแสงสว่างโดยไม่คิดถึงผลกระทบ อาจเป็นการทำลายวงจรชีวิตและธรรมชาติของสัตว์ป่าเกือบทุกชนิด ซึ่งจะส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือ ปริมาณแสงที่ส่งมาจากดาวเทียมยังเป็นแสงสะท้อน จากการคำนวณของผู้เชี่ยวชาญคาดว่า จะไม่สามารถส่งพลังงานแสงออกมาได้เข้มข้นเท่าช่วงเวลากลางวัน ทำให้ในสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยหรือมีเมฆมาก แสงก็จะถูกบังจนไม่สามารถส่องผ่านมาหาโซล่าเซลล์ได้อย่างมีประสิทธิภาพอยู่ดี
นอกจากประเด็นที่กล่าวถึงข้างต้นแล้ว Reflect Orbital ยังทำให้เกิดข้อกังวลไม่แพ้กัน ในกรณีพิกัดตำแหน่งในการส่องแสงผิดพลาด อาจก่อให้เกิดผลกระทบร้ายแรงต่อการใช้ชีวิตในเขตชุมชน ในกรณีร้ายแรงการส่องแสงตกกระทบเจาะจงในจุดที่กำหนด ก็อาจทำให้เกิดไฟไหม้ในพื้นที่ได้เช่นกัน
นั่นทำให้ปัจจุบันโครงการนี้ยังติดข้อจำกัดในหลายด้าน แต่หากสำเร็จก็อาจพลิกโฉมวงการพลังงานโลกได้เช่นกัน
ที่มา
https://www.reflectorbital.com/


