เมืองโบราณถูก "เพลิงอวกาศ" ระเบิดจนหลอมเหลว

วันที่ 26 ก.ย. 2564 เวลา 13:49 น.
เมืองโบราณถูก "เพลิงอวกาศ" ระเบิดจนหลอมเหลว
การทำลายล้างเมืองโบราณจากการระเบิดของหินจากอวกาศอาจเป็นต้นเค้าของจากเรื่องราวการทำลายล้างในพระคัมภีร์ไบเบิล

นักวิจัยพบว่า ภัยพิบัติที่ทำลายเมืองทัลล์ เอล-ฮัมมัม (Tall el-Hammam) ซึ่งเป็นเมืองยุคสำริดในหุบเขาจอร์แดน เกิดขึ้นจากดาวหางหรืออุกกาบาตที่พุ่งเข้าใส่เมือง และคาดว่าเกิดขึ้นประมาณ 1,650 ปีก่อนคริสตศักราช

ทัลล์ เอล-ฮัมมัม เป็นโบราณสถานในจอร์แดน ตั้งอยู่ทางตะวันออกของหุบเขาจอร์แดนตอนล่างใกล้กับปากแม่น้ำจอร์แดน ไซต์โบราณสถานดังกล่าวมีซากโบราณสถานมากมายตั้งแต่ยุคทองแดง (ราว 5000 ปีก่อนคริสตศักราช) จนถึงยุคเหล็ก (1200 – 550 ปีก่อนคริสตศักราช)

นักโบราณคดีบางคนเชื่อว่าเมืองแห่งนี้คือเมืองโซดอมและกอมมอราห์ที่ปรากฏในคัมภีร์ไบเบิล (บางครั้งเรียกว่าเมืองโสโดมและเมืองโกโมราห์) และเป็นสองเมืองที่พระเจ้าทำลายเพราะความชั่วร้ายของผู้คน โดยเมืองนี้ตั้งอยู่ในหุบเขาแม่น้ำจอร์แดนตอนใต้ประมาณ 14 กิโลเมตร (9 ไมล์) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของทะเลเดดซี

ที่ผ่านมา มีผู้เชื่อว่าเมืองแห่งนี้คือเมืองโสโดมและเมืองโกโมราห์คัมภีร์ไบเบิล เช่น สตีเวน คอลลินส์ ( Steven Collins)เป็นผู้กำกับการขุดค้นซึ่งเริ่มในปี 2006 เขาเป็นศาสตราจารย์ชาวอเมริกันที่วิทยาลัยโบราณคดีและคณบดีผู้บริหารมหาวิทยาลัยทรินิตี้ เซาธ์เวสต์ ที่ไม่ได้รับการรับรอง ตั้งอยู่ในเมืองอัลบูเคอร์คี รัฐนิวเม็กซิโก มหาวิทยาลัยทรินิตี้ เซาธ์เวสต์เน้นที่การเชื่อถือคัมภีร์ไบเบิลเป็นพิเศษ

สาเหตุที่สตีเวน คอลลินส์เชื่อเมืองทัลล์ เอล-ฮัมมัมคือเมืองโสโดมและเมืองโกโมราห์ ก็เพราะจากการสืบค้นทางโบราณคดีนี้พบซากเมืองที่มีป้อมปราการซึ่งถูกทำลายไปประมาณ 1850–1650 ปีก่อนคริสตศักราช

เมื่อปี 2016 มีรายงานว่านักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ มัลคอล์ม เลอคอมต์ (Malcolm LeCompte) ได้ระบุหลักฐานที่สนับสนุน "การระเบิดของวัตถุจากจักรวาล" ที่ร้อนมากพอที่จะละลายเหล็กได้ซึ่งเกิดขึ้นที่ไซต์ทัลล์ เอล-ฮัมมัมในจอร์แดนเมื่อประมาณ 3,700 ปีก่อน เลอคอมต์สังเกตเห็นความคล้ายคลึงกันในรูปแบบความเสียหายแบบเดียวกันนี้ในรัสเซียจากเหตุการณ์ภัยพิบัติที่การระเบิดที่ตุงกุสคาเมื่อเดือนมิถุนายน 1908 เลอคอมต์ ซึ่งเป็นผลมาจากการระเบิดของดาวตกทางอากาศ ดังนั้น เรื่องราวในพระคัมภีร์เกี่ยวกับการทำลายเมืองโสโดมอาจเมีสาเหตุมาจากอุกกาบาตที่ระเบิดในอากาศ

ปัจจุบันซากของทัลล์ เอล-ฮัมมัมยังปรากฏอาคารอิฐโคลนสูงขนาดตึก 5 ชั้น ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นักโบราณคดีที่ตรวจสอบซากปรักหักพังของโครงสร้างได้พบหลักฐานของเหตุการณ์ที่อุณหภูมิสูงและการทำลายล้างอย่างกะทันหัน เช่น ชิ้นส่วนเครื่องปั้นดินเผาที่หลอมละลายด้านนอกแต่ภายในไม่ได้ถูกแตะต้อง

ล่าสุด นักวิจัยได้ตีพิมพ์การศึกษาในวารสาร Nature Scientific Reports ตรวจสอบสาเหตุที่เป็นไปได้ของการทำลายล้างตามบันทึกทางโบราณคดี นักวิจัยสรุปว่าการสู้รบ ไฟไหม้ ภูเขาไฟระเบิด หรือแผ่นดินไหวไม่น่าจะเป็นต้นเหตุ เนื่องจากเหตุการณ์เหล่านี้ไม่สามารถก่อให้เกิดความร้อนที่รุนแรงพอที่จะทำให้เกิดการละลายของวัตถุต่างๆ ที่ค้นพบในซากเมือง

ดังนั้นจึงเหลือความเป็นไปได้คืออุกกาบาตที่พุ่งเข้าใส่เมืองจนเกิดความร้อนรุนแรง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญไม่พบหลุมอุกกาบาตที่ทัลล์ เอล-ฮัมมัม พวกเขาจึงสันนิษฐานว่าการทำลายล้างเกิดขึ้นจากจากการระเบิดทางอากาศที่เกิดขึ้นเมื่ออุกกาบาตหรือดาวหางเดินทางผ่านชั้นบรรยากาศด้วยความเร็วสูง ไม่ใช่การตกกระแทกเข้าใส่พื้นโลก

คริสโตเฟอร์ อาร์. มัวร์ (Christopher R. Moore) ผู้เขียนร่วมศึกษาด้านการศึกษา นักโบราณคดีแห่งมหาวิทยาลัยเซาท์แคโรไลนา เขียนว่า อุกกาบาตหรือดาวหางจะระเบิดได้สูงกว่าเมืองประมาณ 2.5 ไมล์ ซึ่งมีพลังมากกว่าระเบิดปรมาณูที่ใช้ในฮิโรชิมา 1,000 เท่า

ไม่กี่วินาทีหลังจากการระเบิด คลื่นกระแทกเข้าซัดทำลายเมืองด้วยความเร็วประมาณ 740 ไมล์ต่อชั่วโมง ซึ่งเร็วกว่าพายุทอร์นาโดที่เลวร้ายที่สุดที่เคยบันทึกไว้ อาคารของเมืองเหลือแต่ฐานรากและซากปรักหักพัง ดละเป็นผลให้เกิดการปลอมละลลายของวัตถุต่างๆ ที่พบในไซต์โบราณคดี

นักโบราณคดียังค้นพบเกลือที่มีความเข้มข้นสูงในชั้นดินของยุคสมัยที่เกิดทำลายล้าง ซึ่งอาจมาจากผลกระทบของการระเบิดที่มีต่อทะเลเดดซีหรือชายฝั่งทะเลเดดซีที่เป็นทะลสาบมีความเค็มสูงที่สุดในโลก การระเบิดอาจทำให้เกลือกระจายไปทั่วพื้นที่ อาจก่อให้เกิดดินที่มีความเค็มสูง ซึ่งทำให้พืชไม่สามารถเติบโตได้ และส่งผลให้เมืองต่างๆ ตามหุบเขาจอร์แดนตอนล่างถูกละทิ้งไปเป็นเวลาหลายศตวรรษ

ภาพจาก Deg777 (wikipedia.org)