
สหรัฐฯสั่งแบน Claude Fable 5 และ Mythos 5 สะเทือนทั่ววงการ AI
การสั่งแบน Claude Fable 5 และ Mythos 5 อาจไม่ใช่แค่เรื่องความมั่นคง แต่เป็นสัญญาณเตือนว่า AI และเทคโนโลยีจากสหรัฐฯ สามารถถูกแทรกแซงได้ทุกเมื่อ
KEY
POINTS
- รัฐบาลสหรัฐฯ สั่งระงับการเข้าถึงโมเดล AI ของบริษัท Anthropic รุ่น Claude Fable 5 และ Mythos 5 ทั่วโลก
- เหตุผลที่ใช้อ้างคือความมั่นคงของชาติ เนื่องจากกังวลว่าโมเดลอาจถูกเจลเบรกเพื่อนำไปใช้ในการกระทำที่เป็นอันตราย
- คำสั่งแบนนี้สร้างข้อกังขาและแรงกระเพื่อมในวงการ AI เนื่องจากโมเดลที่ทรงพลังจากบริษัทคู่แข่งไม่ได้รับผลกระทบใดๆ
นับเป็นเหตุการณ์ครั้งประวัติศาสตร์เมื่อรัฐบาลสหรัฐฯประกาศระงับการเข้าถึง Claude Fable 5 และ Mythos 5 อย่างเป็นทางการ ส่งผลให้ผู้ใช้งานทุกคนบนโลกไม่สามารถใช้งานและเข้าถึงโมเดลประสิทธิภาพสูงตัวนี้ได้อีกต่อไป สร้างแรงกระเพื่อมครั้งสำคัญแก่วงการ พร้อมการตั้งคำถามที่เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมโดยทั่วไป
วันนี้เราจะมาพูดถึงประเด็นการสั่งแบน AI ของรัฐบาลและผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นเสียหน่อย
ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ รัฐบาลสั่งแบน AI
คำสั่งนี้เกิดขึ้นสายฟ้าแลบในวันที่ 12 มิถุนายน 2026 เมื่อกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯส่งจเดหมายถึง Anthropic โดยอ้างอิงคำสั่ง ควบคุมการส่งออก เพื่อสั่งห้ามไม่ให้ผู้ใช้ที่ไม่ใช่ชาวอเมริกัน เข้าถึงโมเดล Fable 5 และ Mythos 5 โดยอาศัยเหตุผลด้านความมั่นคงของชาติ แต่ไม่มีการระบุรายละเอียดที่ชัดเจน
ผลที่เกิดขึ้นคือเมื่อทางบริษัทไม่สามารถปล่อยให้คนนอกประเทศเข้าถึงโมเดลได้แต่ไม่มีวิธีการป้องกันการเข้าถึงที่ดีพอ จึงตัดสินใจปฏิบัติตามคำสั่งโดยการระงับการเข้าถึงโมเดลทั้งสองตัวแก่ลูกค้าทั้งหมดทันที จนทำให้คนทั่วโลกไม่ได้ใช้งานโมเดล AI ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดจากทางบริษัท และต้องกลับไปใช้ Claude Opus 4.8 แทน
หลังการประกาศปิดการเข้าถึงรัฐบาลไม่มีการประกาศหรือเคลื่อนไหวเพื่ออธิบาย แต่มีรายงานว่าสาเหตุมาจากการที่โมเดลถูกเจลเบรก หรือลัดผ่านระบบป้องกันจนปฏิบัติตามคำสั่งต้องห้าม จนอาจถูกนำไปใช้ในกระบวนการที่เป็นอันตรายอย่างการโจมตีระบบ โดยอ้างอิงจากรายงานของนักวิจัยจากบริษัท Amazon
อย่างไรก็ตามการสั่งห้ามเข้าถึงและใช้งานโมเดลอย่างกะทันหันนี้ก็นำไปสู่การตั้งข้อสงสัยเป็นวงกว้าง
ข้อโต้แย้งที่อาจไม่ได้มาจากเหตุผลด้านความปลอดภัยจริง
การเข้ามาแทรกแซงของรัฐบาลสหรัฐฯก่อให้เกิดตั้งคำถามครั้งใหญ่ โดยเฉพาะกับ Anthropic ที่เป็นคู่กรณีเก่า ที่เคยมีประเด็นกันจากประเด็นการนำ AI ไปใช้ทางการทหาร จนในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 กับการที่กระทรวงกลาโหมประกาศให้บริษัท มีความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทาน ก่อนถูกศาลรัฐบาลกลางสั่งยกเลิกคำสั่งดังกล่าวไปในที่สุด
นี่จึงเป็นการแทรกแซงโดยตรงจากรัฐบาลสหรัฐฯเป็นครั้งที่ 2 โดยคราวนี้มาในรูปแบบเพื่อความมั่นคง จากการพิสูจน์ว่าโมเดลสามารถูกเลาะผ่านระบบป้องกันจนทำตามคำสั่งอันตราย จึงอาจถูกนำไปใช้ในการโจมตีทางไซเบอร์หรือสูตรทางเคมีอันตรายที่ใช้ในการผลิตยาเสพติดได้
แต่นี่นำไปสู่การตั้งข้อสังเกตจาก Axios สำนักข่าวชื่อดังในสหรัฐฯว่า เป็นการจุดชนวนความขัดแย้งที่มีเรื่องส่วนบุคคลมาเกี่ยวข้อง จากครั้งก่อนที่รัฐบาลสหรัฐฯถูกตีตกไปในประเด็นด้าน AI ที่ใช้ในอาวุธสงคราม จึงเป็นไปได้ว่า ความพยายามในการควบคุมไม่ได้มาจากประเด็นทางเทคนิคหรือเทคโนโลยีตามที่กล่าวอ้าง
สาเหตุสำคัญมาจาก เจลเบรกสามารถผ่านระบบป้องกันที่ตั้งค่าไว้ได้จริงแต่ก็เป็นพฤติกรรมการใช้งานตามปกติในการทำงาน ทาง Anthropic ก็ออกมายอมรับว่า การตั้งระบบป้องกันให้โมเดล AI ทำสิ่งอันตรายอย่างสมบูรณ์เป็นไปไม่ได้ กลับกันในตอนเปิดให้ใช้งาน Fable 5 และ Mythos 5 เป็นโมเดลที่ถูกผู้ใช้มองว่ามีข้อจำกัดและปิดกั้นมากด้วยซ้ำ
อีกทั้งถ้าจะให้พูดแม้จะมีประสิทธิภาพไม่เทียบเท่า แต่โมเดลรุ่นอื่นหรือบริษัทอื่นก็มีศักยภาพเพียงพอจะทำเรื่องเหล่านี้ได้เช่นกัน เช่น GPT-5.5 ที่มีประสิทธิภาพเหนือกว่า Fable 5 ในบางด้านและมีช่องโหว่ใกล้เคียงกัน แต่ทาง OpenAI กลับไม่ได้รับคำสั่งห้ามใดๆ ยังให้บริการโมเดลแก่ผู้ใช้งานทั่วโลกได้ตามปกติ
นั่นเป็นเหตุผลผู้เชี่ยวชาญตั้งข้อสงสัยและการเรียกร้องต่อรัฐบาลให้ยกเลิกการสั่งห้ามโมเดลทั้งสองตัวในทันที
คำสั่งที่อาจกลายเป็นวิกฤติต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีสหรัฐฯ
ในทางหนึ่งรัฐบาลสหรัฐฯประสบความสำเร็จในการสกัดกั้น Anthropic ในการปล่อยโมเดลรุ่นล่าสุดออกมาในท้องตลาด แน่นอนสิ่งนี้ส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงแก่บริษัท แม้ในระยะสั้นจะยังไม่เห็นผลเพราะคนยังพอใจในประสิทธิภาพของ Claude Opus 4.8 อยู่ แต่อาจเป็นความเสี่ยงร้ายแรงเมื่อบริษัท IPO เข้าสู่ตลาดหุ้น
สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงการขาดความรู้ความเข้าใจทางเทคโนโลยีของรัฐบาลสหรัฐฯ เนื่องจากนี่เป็นปัญหาที่สามารถเกิดได้กับ AI ทุกตัว การเลือกปิดกั้นจึงเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ ยังไม่รวมว่ากระบวนการนี้ไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรม จึงมีความเสี่ยงว่าความมั่นคงของชาติอาจเป็นข้ออ้างที่ถูกนำมาเล่นงานทางการเมืองและแทรกแซงบริษัทเทคโนโลยีอีกในอนาคต
จริงอยู่ที่สั่งระงับการเข้าถึงไปคือ Fable 5 และ Mythos 5 ที่เพิ่งประกาศให้ใช้งานไปไม่กี่วันผลกระทบจึงไม่มาก แต่การสั่งห้ามครั้งนี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่า บริการทางเทคโนโลยีจากบริษัทเอกชน สามารถถูกสั่งควบคุมและแทรกแซงจากทางรัฐบาลสหรัฐฯได้ทุกเมื่อ ซึ่งนั่นเป็นปัญหาต่อการทำงานเป็นอย่างยิ่ง
หากวันดีคืนดีสหรัฐฯสั่งปิดกั้นโมเดล Claude ทั้งระบบขึ้นมาอาจสร้างผลเสียร้ายแรงต่องานในหลายภาคส่วน โดยเฉพาะองค์กรที่พึ่งพาโมเดลนี้ในเวิร์กโฟลวที่อาจหยุดชะงัก และอาจส่งผลร้ายแรงหาก AI นี้ถูกนำไปใช้ในระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศจนอาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง
ร้ายแรงกว่านั้นคือเมื่อสามารถสั่งการครั้งแรกได้ รัฐบาลสหรัฐฯก็อาจมีสิทธิปิดกั้นทั้ง AI, คลาวด์, ซอฟต์แวร์ หรือแม้แต่ข้อมูลจากเซิร์ฟเวอร์ในสหรัฐฯ หากวันใดเกิดมีความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และผลประโยชน์ระหว่างประเทศ ไม่มีข้อยืนยันว่ารัฐบาลสหรัฐฯจะไม่ใช้วิธีนี้บีบคู่เจรจา เหมือนที่เคยทำครั้งหนึ่งในกรณีกำแพงภาษี
นั่นทำให้นี่กลายเป็นรอยร้าวต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีสหรัฐฯที่เคยเป็นแกนหลักของโลกเสมอมา
ทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเหตุผลที่หลายประเทศเริ่มพัฒนาเทคโนโลยี ดาต้าเซ็นเตอร์ และโมเดล AI ของตัวเอง เพื่อรับมือกรณีนี้ เช่น จีนที่มีการสนับสนุนและพัฒนาโมเดลมากมาย เช่น Deepseek หรือ Qwen, ยุโรปที่มีการสนับสนุน Mistral AI หรือสิงค์โปร์ที่มีการพัฒนา Sea-Lion โมเดลภาษาสำหรับวัฒนธรรมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเฉพาะ
ในส่วนของไทยก็คงต้องรอดูต่อไปว่า จะมีแนวคิดในการผลักดันต่อยอดจาก TH-AI Passport ได้แค่ไหน
ที่มา
https://theconversation.com/why-the-us-government-shut-down-anthropics-latest-claude-ai-model-285223







