
NIA คัด 7 SME ธุรกิจต้นแบบ โชว์แผนรักษ์โลก ทำได้จริง วัดผลได้
NIA ดัน 30 SME ไทยยุคใหม่ทำ Green Transformation เปลี่ยนจาก “ทางเลือก” สู่ “ทางรอด” คัด 7 ธุรกิจต้นแบบโชว์แผนรักษ์โลก ทำ-วัดผลได้ จริง
นางสาวกริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ NIA กล่าวว่า ปัจจุบันประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสร้างภาพลักษณ์องค์กรอีกต่อไป แต่กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขันทางธุรกิจและการค้าระหว่างประเทศ ท่ามกลางความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมทั่วโลก
เนื่องจาก SME ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย แต่ผู้ประกอบการจำนวนมากยังเผชิญกับข้อจำกัดทั้งด้านองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการเข้าถึงเงินทุน ดังนั้น NIA ในฐานะหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนระบบนวัตกรรมแห่งชาติเพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน
จึงตั้งใจออกแบบหลักสูตร Green Transformation for SME ขึ้น เพื่อทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมให้ผู้ประกอบการก้าวข้ามอุปสรรคเหล่านั้น โดยมุ่งเน้นกระบวนการเรียนรู้ เชิงปฏิบัติการที่ปฏิบัติได้จริงและวัดผลได้ เหมาะสมกับโครงสร้างธุรกิจ กำลังคน และกระบวนการทำงานของ SME ไทย
หลักสูตรการอบรมในครั้งนี้มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าร่วมเรียนรู้และพัฒนาแนวทางธุรกิจรวมทั้งสิ้น 30 องค์กร จากหลากหลายประเภทอุตสาหกรรม ตลอดระยะเวลาของโครงการผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ตั้งแต่การปูพื้นฐานผ่านระบบ NIA MOOCs ออนไลน์ การอบรมเชิงลึก (Intensive Training) และการศึกษาดูงาน (Site Visit) ส่งผลให้ผู้เข้าร่วมสามารถออกแบบแผนปฏิบัติการด้านความยั่งยืนที่ประกอบไปด้วย 4 มิติสำคัญ ได้แก่ 1. การจัดการพลังงานและทรัพยากร 2. การลดก๊าซเรือนกระจก 3. การจัดการขยะอย่างเป็นระบบ และ 4. การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ หนึ่งในกิจกรรมสำคัญของหลักสูตรคือ “Green Action Plan Final Presentation” ซึ่งเปิดเวทีให้ผู้ประกอบการได้นำเสนอแนวทางการดำเนินธุรกิจที่สะท้อนการประยุกต์ใช้แนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมและนวัตกรรม โดยมีการคัดเลือก 7 องค์กร ที่มีผลงานโดดเด่น และมีศักยภาพในการต่อยอดสู่การสร้างผลกระทบเชิงบวกในระดับอุตสาหกรรมได้จริงในอนาคต ประกอบด้วย
1. บริษัท เคเอ็นเอ็น ไดนามิค ทรานสปอร์ต จำกัด: ผู้ประกอบธุรกิจด้านโลจิสติกส์และขนส่งสินค้า ทั้งในประเทศและต่างประเทศที่มุ่งพัฒนาแนวทางการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับแนวคิดด้านความยั่งยืนและประสิทธิภาพ
ด้านสิ่งแวดล้อม
2. บริษัท เมลโม่ อีวี ลอนโมเว่อร์ ไทย สมบูรณ์ จำกัด: ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มรถตัดหญ้าไฟฟ้าอัตโนมัติภายใต้เทคโนโลยี MELMO ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าร้อยละ 100 ร่วมกับระบบ RTK GPS และ 5G เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดการใช้สารเคมี และพัฒนาระบบจัดเก็บข้อมูลด้าน ESG และ Carbon Reduction สำหรับองค์กร
3. บริษัท โคโค่คัลต์ทล์ จำกัด: ผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าวที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การลดของเสีย ในกระบวนการผลิต และการสร้าง Supply Chain ร่วมกับเกษตรกรอย่างยั่งยืน
4. บริษัท ซี.อี.บี. เทรดดิ้ง จำกัด: ผู้ดำเนินธุรกิจไม้แปรรูปที่มุ่งพัฒนา Supply Chain ร่วมกับเกษตรกรไทย ผ่านแนวคิด Traceability และ Circular Economy เพื่อลดการสูญเสียทรัพยากร สร้าง Near Zero Waste Ecosystem และยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมไม้ไทยสู่ความโปร่งใสในระดับสากล
5. บริษัท แกรนดี้ อินเตอร์เทรด จำกัด: ผู้ผลิตยูนิฟอร์มที่พัฒนาผลิตภัณฑ์จากวัสดุรีไซเคิล ทั้งจากขวด PET เศษผ้าอุตสาหกรรม และวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร พร้อมได้รับการรับรองด้าน Carbon Footprint Product, Carbon Reduction และ Circular Economy รวมถึงรางวัล Thailand Textile Tag Climate Initiation Award 2025 และการรับรอง Green Industry Level 2
6. บริษัท ไมโครกรีนเทค จำกัด: ผู้พัฒนา “Integrated Green Infrastructure Platform” ที่เชื่อมโยงระบบจัดการขยะ การลดคาร์บอน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ผ่านเทคโนโลยี RVM ระบบรับซื้อน้ำมันพืชใช้แล้ว และแพลตฟอร์ม Micro Carbon X เพื่อสนับสนุนการจัดเก็บข้อมูล ESG และ Carbon Reporting อย่างโปร่งใส
7. บริษัท กะรัต เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด: ผู้พัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตที่มุ่งลด Carbon Footprint ในห่วงโซ่การผลิต พร้อมผลักดันสินค้าให้สอดคล้องกับมาตรฐานด้าน Sustainable Product และ LEED Certification รวมถึงมีเป้าหมายในการดำเนินการ Carbon Footprint for Organization (CFO) และ Carbon Footprint Product (CFP) ในอนาคต







