posttoday
NIA คัด 7 SME ธุรกิจต้นแบบ โชว์แผนรักษ์โลก ทำได้จริง วัดผลได้

NIA คัด 7 SME ธุรกิจต้นแบบ โชว์แผนรักษ์โลก ทำได้จริง วัดผลได้

19 มิถุนายน 2569

NIA ดัน 30 SME ไทยยุคใหม่ทำ Green Transformation เปลี่ยนจาก “ทางเลือก” สู่ “ทางรอด” คัด 7 ธุรกิจต้นแบบโชว์แผนรักษ์โลก ทำ-วัดผลได้ จริง

นางสาวกริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ NIA กล่าวว่า ปัจจุบันประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสร้างภาพลักษณ์องค์กรอีกต่อไป แต่กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขันทางธุรกิจและการค้าระหว่างประเทศ ท่ามกลางความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมทั่วโลก

 

เนื่องจาก SME ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย แต่ผู้ประกอบการจำนวนมากยังเผชิญกับข้อจำกัดทั้งด้านองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการเข้าถึงเงินทุน ดังนั้น NIA ในฐานะหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนระบบนวัตกรรมแห่งชาติเพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน

 

จึงตั้งใจออกแบบหลักสูตร Green Transformation for SME ขึ้น เพื่อทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมให้ผู้ประกอบการก้าวข้ามอุปสรรคเหล่านั้น โดยมุ่งเน้นกระบวนการเรียนรู้ เชิงปฏิบัติการที่ปฏิบัติได้จริงและวัดผลได้ เหมาะสมกับโครงสร้างธุรกิจ กำลังคน และกระบวนการทำงานของ SME ไทย 

 

หลักสูตรการอบรมในครั้งนี้มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าร่วมเรียนรู้และพัฒนาแนวทางธุรกิจรวมทั้งสิ้น 30 องค์กร จากหลากหลายประเภทอุตสาหกรรม ตลอดระยะเวลาของโครงการผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ตั้งแต่การปูพื้นฐานผ่านระบบ NIA MOOCs ออนไลน์ การอบรมเชิงลึก (Intensive Training) และการศึกษาดูงาน (Site Visit) ส่งผลให้ผู้เข้าร่วมสามารถออกแบบแผนปฏิบัติการด้านความยั่งยืนที่ประกอบไปด้วย 4 มิติสำคัญ ได้แก่ 1. การจัดการพลังงานและทรัพยากร 2. การลดก๊าซเรือนกระจก 3. การจัดการขยะอย่างเป็นระบบ และ 4. การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

 

ทั้งนี้ หนึ่งในกิจกรรมสำคัญของหลักสูตรคือ “Green Action Plan Final Presentation” ซึ่งเปิดเวทีให้ผู้ประกอบการได้นำเสนอแนวทางการดำเนินธุรกิจที่สะท้อนการประยุกต์ใช้แนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมและนวัตกรรม โดยมีการคัดเลือก 7 องค์กร ที่มีผลงานโดดเด่น และมีศักยภาพในการต่อยอดสู่การสร้างผลกระทบเชิงบวกในระดับอุตสาหกรรมได้จริงในอนาคต ประกอบด้วย 

 

1. บริษัท เคเอ็นเอ็น ไดนามิค ทรานสปอร์ต จำกัด: ผู้ประกอบธุรกิจด้านโลจิสติกส์และขนส่งสินค้า ทั้งในประเทศและต่างประเทศที่มุ่งพัฒนาแนวทางการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับแนวคิดด้านความยั่งยืนและประสิทธิภาพ
ด้านสิ่งแวดล้อม

 

2. บริษัท เมลโม่ อีวี ลอนโมเว่อร์ ไทย สมบูรณ์ จำกัด: ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มรถตัดหญ้าไฟฟ้าอัตโนมัติภายใต้เทคโนโลยี MELMO ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าร้อยละ 100 ร่วมกับระบบ RTK GPS และ 5G เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดการใช้สารเคมี และพัฒนาระบบจัดเก็บข้อมูลด้าน ESG และ Carbon Reduction สำหรับองค์กร

 

3. บริษัท โคโค่คัลต์ทล์ จำกัด: ผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าวที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การลดของเสีย ในกระบวนการผลิต และการสร้าง Supply Chain ร่วมกับเกษตรกรอย่างยั่งยืน

 

4. บริษัท ซี.อี.บี. เทรดดิ้ง จำกัด: ผู้ดำเนินธุรกิจไม้แปรรูปที่มุ่งพัฒนา Supply Chain ร่วมกับเกษตรกรไทย ผ่านแนวคิด Traceability และ Circular Economy เพื่อลดการสูญเสียทรัพยากร สร้าง Near Zero Waste Ecosystem และยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมไม้ไทยสู่ความโปร่งใสในระดับสากล

 

5. บริษัท แกรนดี้ อินเตอร์เทรด จำกัด: ผู้ผลิตยูนิฟอร์มที่พัฒนาผลิตภัณฑ์จากวัสดุรีไซเคิล ทั้งจากขวด PET เศษผ้าอุตสาหกรรม และวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร พร้อมได้รับการรับรองด้าน Carbon Footprint Product, Carbon Reduction และ Circular Economy รวมถึงรางวัล Thailand Textile Tag Climate Initiation Award 2025 และการรับรอง Green Industry Level 2 

 

6. บริษัท ไมโครกรีนเทค จำกัด: ผู้พัฒนา “Integrated Green Infrastructure Platform” ที่เชื่อมโยงระบบจัดการขยะ การลดคาร์บอน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ผ่านเทคโนโลยี RVM ระบบรับซื้อน้ำมันพืชใช้แล้ว และแพลตฟอร์ม Micro Carbon X เพื่อสนับสนุนการจัดเก็บข้อมูล ESG และ Carbon Reporting อย่างโปร่งใส

 

7. บริษัท กะรัต เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด: ผู้พัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตที่มุ่งลด Carbon Footprint ในห่วงโซ่การผลิต พร้อมผลักดันสินค้าให้สอดคล้องกับมาตรฐานด้าน Sustainable Product และ LEED Certification รวมถึงมีเป้าหมายในการดำเนินการ Carbon Footprint for Organization (CFO) และ Carbon Footprint Product (CFP) ในอนาคต

ข่าวล่าสุด

ไทยจับมือ Axelera AI พัฒนาชิป ขับเคลื่อนระบบ Physical AI

ไทยจับมือ Axelera AI พัฒนาชิป ขับเคลื่อนระบบ Physical AI