เมื่อรัฐบาลจีนเชือด แจ็ค หม่า ให้เศรษฐีแดนมังกรดู

วันที่ 13 พ.ย. 2563 เวลา 21:30 น.
เมื่อรัฐบาลจีนเชือด แจ็ค หม่า ให้เศรษฐีแดนมังกรดู
กรณีของ แจ็ค หม่า คือการเริ่มต้นกำราบของรัฐบาลจีนไม่ให้บรรดาเศรษฐีมีอำนาจมากเกินไป  

การขึ้นเวทีแสดงวิสัยทัศน์เมื่อวันที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมา แจ็ค หม่า วิจารณ์ระบบการธนาคารของจีนอย่างเผ็ดร้อนว่า “เราไม่ควรใช้วิธีบริหารจัดการสถานีรถไฟเพื่อจัดระเบียบสนามบิน เราไม่สามารถใช้วิธีการในอดีตเพื่อควบคุมอนาคตได้...เกมในอนาคตเป็นเรื่องของนวัตกรรม ไม่ใช่แค่ทักษะด้านการจัดการ”

หม่ายังวิจารณ์ข้อตกลงในการกำกับดูแลด้านการธนาคารที่ออกโดย Basel Committee on Banking Supervision ด้วยว่าเป็น “สมาคมคนชรา

ไม่ถึงสองสัปดาห์ต่อมา ก่อนที่ Ant Group ของหม่าจะขายหุ้นครั้งแรกแก่บุคคลทั่วไป (IPO) เพียง 3 วัน คณะกรรมการกำกับดูแลตลาดหลักทรัพย์จีนรวมทั้งธนาคารแห่งชาติจีนได้เรียกผู้บริหารของ Ant Group รวมทั้ง แจ็ก หม่า เข้าพบ และถัดมาอีก 1 วันก็มีคำสั่งช็อกโลกและ แจ็ค หม่า ว่าตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ระงับการเปิด IPO มูลค่า 34,500 ล้านเหรียญสหรัฐของ Ant Group

คำสั่งฟ้าผ่านี้เกี่ยวข้องคำพูดของหม่าไม่มากก็น้อย เนื่องจากในวันนั้นมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีนนั่งฟังอยู่ด้วยหลายคน อาทิ หวังฉีซาน อดีตมือปราบคอร์รัปชั่นและมือขวาของประธานาธิบดี สีจิ้นผิง อี้กัง ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศจีน และโจวเจียอี๋ รัฐมนตรีช่วงว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งล้วนอยู่ในแวดวงการเงินการธนาคาร และคงเสียหน้าไม่น้อยที่ถูกหม่าวิจารณ์อย่างตรงไปตรงมา

ล่าสุด หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวที่เป็นเจ้าหน้าที่ใกล้ชิดกับเรื่องนี้ว่า สีจิ้นผิงเป็นคนสั่งระงับ IPO ของ Ant Group ด้วยตัวเอง และหลังจากวันที่ 24 ต.ค.คณะกรรมการกำกับดูแลตลาดหลักทรัพย์จีนก็เริ่มรวบรวมรายงาน รวมทั้งเรื่องที่ Ant Group ใช้แพลตฟอร์มการเงินดิจิทัลอย่าง Huabei เครดิตการ์ดเสมือนจริง เพื่อกระตุ้นให้คนจนและคนรุ่นใหม่ก่อหนี้เพิ่มขึ้น จนนำมาสู่การล้มการ IPO ครั้งใหญ่ที่สุดในโลก

แต่ก่อน แจ็ค หม่า เป็นที่โปรดปรานของรัฐบาลจีน และยังมีการเรียกขานช่วงที่เทคโนโลยีเบ่งบานในจีนว่าเป็น “ยุคของหม่า หยุน” ซึ่งเป็นชื่อจริงของ แจ็ค หม่า แต่แล้วคนโปรดกลับกลายเป็นคนไม่โปรดในชั่วข้ามคืน

บรรดาผู้ใช้อินเทอร์เน็ตถึงกับเอ่ยถึงช่วงขาลงของเจ้าพ่ออาลีบาบาว่า “ความมั่งคั่งก็เหมือนมดเมื่ออยู่ต่อหน้าอำนาจ” ส่วนคนอื่นๆ บอกว่าถึงจุดสิ้นสุดของยุคหม่าแล้ว

คำกล่าวนี้ก็ไม่เกินเลย เพราะคำสั่งของทางการฉุดให้หุ้นของ Alibaba ร่วงกราว เมื่อวันที่ 4 พ.ย. หุ้นของอาลีบาบาในฮ่องกงร่วงถึง 9.6% หลังจากหุ้นในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กดิ่งลง 8.1% เมื่อวันอังคารหลังมีประกาศระงับการ IPO ส่งผลให้มูลค่าหุ้นหายไปถึง 76,000 ล้านเหรียญสหรัฐ สูงกว่า 2 เท่าของเงินทุนที่คาดว่าแอนท์ กรุ๊ปจะระดมได้

หลังจากทางการประกาศกฎคุมเข้มฟินเทคหุ้น Alibaba ตกอีก 8% เสียไปถึง 260,000 แสนล้านเหรียญสหรัฐ

จะเห็นว่า Alibaba สูญเงินไปถึง 336,000 แสนล้านเหรียญสหรัฐจากคลื่น 2 ระลอก

การสั่งระงับการ IPO ของ Ant Group ก่อนเปิดขายไม่ถึง 48 ชั่วโมงซึ่งเกิดขึ้นไม่บ่อยนักถือเป็นการเน้นย้ำว่าพรรคคอมมิวนิสต์จีนอยู่เหนือภาคธุรกิจ และแสดงให้เห็นถึงโทษทัณฑ์ของการวิพากษ์วิจารณ์ “ผู้มีอำนาจ

บิลล์ บิช็อป ผู้เขียน Sinocism จดหมายข่าวที่เน้นเรื่องราวของจีนเผยว่า “พรรคคอมมิวนิสต์เตือนบรรดานักธุรกิจอีกครั้งหนึ่งว่าไม่ว่าจะร่ำรวยหรือประสบความสำเร็จแค่ไหน พรรคก็สกัดขาคุณได้ทุกเมื่อ”

ส่วน เจฟฟรีย์ เฮลลีย์ นักวิเคราะห์ตลาดของ Oanda มองว่า คำพูดของหม่า “ไม่ถูกใจผู้มีอำนาจในปักกิ่ง ในจีนมีบิ๊กบอสเพียงคนเดียว และคนคนนั้นไม่ใช่ แจ็ค หม่า”

กรณีตัวอย่างที่จีนจัดการกับคนที่กล้าวิจารณ์รัฐบาลก็คือ คดีของเริ่นจื้อเฉียง ไทคูนอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องรับโทษจำคุก 18 ปีในข้อหาติดสินบน หลังเรียกสีจิ้นผิงว่า “ตัวตลก” และวิจารณ์การรับมือ Covid-19 ของรัฐบาล

นอกจากจะปราม แจ็ค หม่า พรรคคอมมิวนิสต์จีนยังส่งสัญญาณเตือนไปยังบรรดามหาเศรษฐีคนอื่นด้วยว่าจริงๆ แล้วใครใหญ่ที่สุด เพราะนอกจาก แจ็ค หม่า แล้ว Tencent, ByteDance และบริษัทเทคโนโลยีเจ้าใหญ่อีก 24 แห่งยังถูกเรียกเข้าพบคณะกรรมการกำกับตลาดหลักทรัพย์ด้วย

ความเคลื่อนไหวของรัฐบาลจีนครั้งนี้ยังแสดงให้เห็นว่าทางการเริ่มกังวลกับการผงาดของธุรกิจการเงินออนไลน์ซึ่งมีบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Alibaba, Ant Group และ Tencent เป็นผู้นำตลาดและยังมีแนวโน้มขยายตัวอย่างรวดเร็วแซงหน้าภาคการธนาคารแบบดั้งเดิม

ทางการจีนยังกลัวว่าจะมีอิทธิพลมากเกินไป ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำหรับบริษัทเทคโนโลยีด้านการเงินการธนาคารให้ทางการเข้ามาควบคุม

เพียง 3 บริษัทนี้ก็มีมูลค่าตลาดรวมกันเกือบ 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐจากสถิติเมื่อต้นสัปดาห์ของเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเหนือกว่ารัฐวิสาหกิจที่ทรงอิทธิพลอย่าง Bank of China Ltd. ในฐานะบริษัทที่มีมูลค่ามากที่สุดของประเทศ

โดยเฉพาะ Ant Group ที่เข้าไปอยู่ในทุกแง่มุมเรื่องการเงินของชาวจีนนับล้านๆ คน ตั้งแต่เป็นช่องทางการจ่ายเงินผ่าน Alipay การปล่อยเงินกู้สำหรับลูกค้ารายย่อย ผลิตภัณฑ์จัดการความมั่งคั่ง ไปจนถึงสินค้ากลุ่มประกันชีวิต

ดันแคน คลาร์ก ผู้เขียนหนังสือ Alibaba: The House that Jack Ma Built (อาลีบาบา: บ้านที่ แจ็ค หม่า สร้าง) ระบุว่า “มีคำกล่าวของจีนว่า ‘ตะปูที่โผล่ขึ้นมาสูงที่สุดต้องถูกตอกลงไป’ และดูเหมือนว่าหม่าเพิ่งถูกรัฐบาลจีนตอก”

คลาร์กยังบอกอีกว่า Ant Group อาจเป็นเหยื่อของความสำเร็จของตัวเอง หากไม่ถูกขัดขวางเสียก่อน การ IPO ของ Ant Group จะทำให้บริษัทมีมูลค่าถึง 3.13 แสนล้านเหรียญสหรัฐ มากกว่า Goldman Sachs วาณิชธนกิจที่ทรงอิทธิพลของสหรัฐ และ Morgan Stanley ผู้ให้บริการทางการเงินระดับโลก

ด้วยเหตุนี้สีจิ้นผิงจึงต้องหยุดอิทธิพลของ Ant Group ไว้ก่อน

คลาร์กบอกว่าเหตุการณ์นี้สร้างความกังวลให้คณะกรรมการกำกับตลาดหลักทรัพย์จีน เพราะ “เมื่อบริษัทนี้เป็นบริษัทมหาชน ทางการจะเข้าไปควบคุมได้หรือไม่ ไหนจะเรื่องการปล่อยเงินกู้ยืมอีก”

การแทรกแซงการ IPO ของ Ant Group ที่เกิดขึ้นอย่างเหนือความคาดหมายจึงถือเป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังไทคูนคนอื่นๆ โดยเฉพาะในธุรกิจฟินเทคว่านับจากนี้ธุรกิจเหล่านี้จะดำเนินไปท่ามกลางการเฝ้าจับตาและตรวจสอบอย่างใกล้ชิดจากทางการจีน