posttoday
ผ่าสารพัดโกงประเทศไทย วงจรอำนาจ-ทุน-รัฐ เดิมพันศรัทธาอนาคตประเทศไทย

ผ่าสารพัดโกงประเทศไทย วงจรอำนาจ-ทุน-รัฐ เดิมพันศรัทธาอนาคตประเทศไทย

27 กรกฎาคม 2569

จากฮั้วเลือกสว. ถึงโกงสอบท้องถิ่น ลักลอบน้ำมัน และสวมสิทธิ์คนต่างชาติ ภาพเดียวที่ปรากฏคือเครือข่ายโกงเชิงระบบ กัดกร่อนศรัทธารัฐ

KEY

POINTS

  • ประเทศไทยเผชิญวิกฤตการทุจริตเชิงระบบ ซึ่งเป็นวงจรเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มอำนาจ ทุน และเจ้าหน้าที่รัฐ สะท้อนผ่านปัญหาการเลือกตั้ง สว. และต้นทุนทางการเมืองที่สูง
  • การคอร์รัปชันได้แทรกซึมในหลายมิติ ตั้งแต่การซื้อขายตำแหน่งข้าราชการท้องถิ่น การลักลอบทรัพยากรของชาติ ไปจนถึงการสวมสิทธิ์ให้คนต่างชาติเพื่อรับสัญชาติไทย
  • ปัญหาการโกงที่เกิดขึ้นทั้งหมดกำลังสั่นคลอนศรัทธาและความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบยุติธรรมและอนาคตของประเทศ ซึ่งเป็นความเสียหายที่มากกว่ามูลค่าทางการเงิน

การทุจริตไม่ใช่เรื่องใหม่ของสังคมไทย แต่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ต่างออกไป หลายคดีสำคัญมิได้ดำรงอยู่อย่างโดดเดี่ยว หากกลับเชื่อมโยงกันเป็นภาพใหญ่ของ “การโกงเชิงระบบ” แทรกซึมตั้งแต่กระบวนการเข้าสู่อำนาจ การคัดเลือกบุคลากรของรัฐ การจัดการทรัพยากรสาธารณะ ไปจนถึงระบบทะเบียนราษฎร์ของประเทศ

 

แม้แต่ละคดีจะอยู่คนละหน่วยงาน คนละกฎหมาย และคนละช่วงเวลา แต่เมื่อวางเรียงต่อกัน สิ่งที่ปรากฏกลับเป็นคำถามเดียวกันว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤตธรรมาภิบาลครั้งใหญ่หรือไม่

จุดเริ่มต้นของอำนาจที่ถูกตั้งคำถาม

 

หนึ่งในประเด็นที่สร้างแรงสั่นสะเทือนมากที่สุด คือข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ซึ่งมีการกล่าวอ้างถึงการใช้เงิน การจัดตั้งเครือข่าย และการสมยอมในการเลือกกันเอง จนนำไปสู่การสอบสวนผู้ถูกกล่าวหากว่า 229 คนประกอบด้วย สว. ชุดปัจจุบัน 138 คน และนักการเมืองรวมถึงผู้เกี่ยวข้องอีกกว่า 90 คน

 

คดีดังกล่าวดำเนินมานานกว่า 2 ปี แต่ยังอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำให้เกิดเสียงเรียกร้องให้เร่งสร้างความชัดเจน เนื่องจากวุฒิสภามีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบองค์กรอิสระ การแต่งตั้งบุคคลในตำแหน่งสำคัญ และการถ่วงดุลอำนาจรัฐ

 

ขณะเดียวกัน การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ก็ถูกตั้งข้อสังเกตถึงต้นทุนทางการเมืองที่พุ่งสูงอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน โดยมีการประเมินว่า ผู้สมัครบางเขตต้องใช้เงิน 50–70 ล้านบาท และบางพื้นที่อาจสูงถึง 90 ล้านบาทเพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะ

 

เมื่อการเข้าสู่อำนาจต้องใช้ต้นทุนมหาศาล คำถามที่ตามมาคือ เงินเหล่านั้นจะถูกนำกลับคืนอย่างไร และนี่เองที่หลายฝ่ายเรียกว่า “วงจรอุบาทว์ของการเมืองไทย”ซึ่งการใช้อำนาจรัฐอาจกลายเป็นเครื่องมือถอนทุนและสะสมทุนสำหรับการเลือกตั้งครั้งถัดไป

โกงสอบท้องถิ่น ตำแหน่งราชการกลายเป็นสินค้า

 

อีกคดีที่ถูกจับตามองอย่างหนัก คือการทุจริตสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น ซึ่งหลายฝ่ายเรียกว่าเป็นการโกงครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ระบบราชการไทย

 

ข้อมูลจากการตรวจสอบระบุว่า มีเงินหมุนเวียนในขบวนการซื้อขายตำแหน่งสูงถึง 4,500–5,000 ล้านบาท โดยมีการแบ่งผลประโยชน์เป็นทอด ๆ ตั้งแต่ระดับผู้ปฏิบัติการไปจนถึงผู้มีอำนาจระดับสูง

 

ความเสียหายไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเม็ดเงิน แต่รวมถึงผู้ได้รับการบรรจุเข้ารับราชการกว่า 15,500 คน ที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ

 

หากข้อกล่าวหาได้รับการพิสูจน์จนเป็นที่สุด ผลกระทบที่ตามมาหมายถึงการกระจายบุคลากรที่อาจเข้าสู่ระบบราชการโดยไม่เป็นธรรมไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ

 

หลายฝ่ายจึงเปรียบเหตุการณ์นี้ว่าเป็นการหว่าน “เมล็ดพันธุ์แห่งการคอร์รัปชัน”ลงในระบบราชการไทย

 

ทรัพยากรของชาติ กับผลประโยชน์มหาศาล

 

อีกด้านหนึ่ง ปัญหาการลักลอบกักตุนและส่งออกน้ำมัน รวมถึงข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการเก็งกำไรในช่วงวิกฤตราคาพลังงานสะท้อนช่องโหว่ของการกำกับดูแลทรัพยากรของประเทศ

 

แม้ประเทศไทยจะมีกำลังการกลั่นน้ำมันเพียงพอ แต่กลับเกิดภาวะขาดแคลนในบางช่วง ขณะที่มีข้อกล่าวหาว่ามีน้ำมันจำนวนหนึ่งถูกลักลอบส่งออกผ่านช่องทางธรรมชาติ ทั้งบริเวณชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้

 

บางฝ่ายประเมินว่าความเสียหายอาจมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท พร้อมข้อสังเกตว่าการดำเนินการนี้จะเกิดขึ้นได้ต้องมีเครือข่ายที่มีอำนาจหรือผู้มีอิทธิพลเข้ามาเกี่ยวข้อง

 

นอกจากนี้ ยังมีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการบุกรุกที่ดินของรัฐ การครอบครองพื้นที่สาธารณะเพื่อพัฒนารีสอร์ต รวมถึงการใช้บุคคลสัญชาติไทยเป็นนอมินีถือครองทรัพย์สินแทนชาวต่างชาติ สะท้อนปัญหาการบังคับใช้กฎหมายด้านทรัพยากรที่ยังเป็นโจทย์สำคัญ

 

กุมารจีนสวมสิทธิ์” ความท้าทายใหม่ของรัฐไทย

 

รูปแบบการทุจริตที่ถูกจับตาอีกประเด็น คือการสวมสิทธิ์ให้เด็กต่างชาติได้รับสัญชาติไทยผ่านการจดทะเบียนรับรองบุตร

 

ข้อมูลจากแหล่งข่าวระบุว่า มีการดำเนินการเป็นลักษณะเครือข่าย มีค่าดำเนินการเป็นแพ็กเกจ และพบความเชื่อมโยงกับหลายพื้นที่ รวมถึงโรงพยาบาลหลายแห่ง

 

หากข้อกล่าวหาเหล่านี้ได้รับการพิสูจน์ จะไม่ใช่เพียงปัญหาทางทะเบียนราษฎร์ แต่ยังเชื่อมโยงกับสิทธิในการถือครองทรัพย์สิน การประกอบธุรกิจ และความมั่นคงด้านประชากรของประเทศในระยะยาว

 

เมื่อทุกคดีสะท้อนโจทย์เดียวกัน

 

แม้แต่ละคดีจะมีข้อเท็จจริงและกระบวนการสอบสวนที่แตกต่างกัน แต่สิ่งที่เหมือนกันคือข้อกล่าวหาที่ชี้ไปยังความร่วมมือระหว่าง นักการเมือง ข้าราชการ และภาคเอกชน ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็นเครือข่ายผลประโยชน์ที่ทำให้การทุจริตขนาดใหญ่สามารถเกิดขึ้นได้

 

ขณะเดียวกัน สิ่งที่สังคมกำลังจับตาไม่ใช่เพียงการดำเนินคดีกับผู้ปฏิบัติการระดับล่าง หากแต่คือการขยายผลไปถึงผู้สั่งการ ผู้ได้รับผลประโยชน์ และผู้ที่อยู่เบื้องหลัง หากการตรวจสอบหยุดอยู่เพียงปลายทาง ย่อมไม่อาจตัดวงจรการคอร์รัปชันได้

 

บทสรุป

 

คดีฮั้วเลือก สว. คดีโกงสอบท้องถิ่น การลักลอบทรัพยากร และการสวมสิทธิ์คนต่างชาติ ทั้งหมดกำลังสะท้อนปัญหาเดียวกัน คือ ความเปราะบางของธรรมาภิบาลไทย

 

บททดสอบสำคัญคือการพิสูจน์ว่าระบบยุติธรรมและองค์กรตรวจสอบสามารถสาวถึงต้นตอของปัญหาได้มากน้อยเพียงใด เพราะหากการตรวจสอบไปไม่ถึงผู้มีอำนาจตัวจริง วงจรคอร์รัปชันก็หมุนวนซ้ำอีกครั้ง และสิ่งที่สูญเสียมากที่สุดคือ ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐและหลักนิติธรรม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของประเทศ.

ข่าวล่าสุด

ราคาน้ำมันโลกร่วง 5% หลังสหรัฐฯ-อิหร่านพักรบชั่วคราว

ราคาน้ำมันโลกร่วง 5% หลังสหรัฐฯ-อิหร่านพักรบชั่วคราว