นักวิเคราะห์คาดยอดโฆษณาเฟซบุ๊กร่วง หลังบริษัทยักษ์ใหญ่สั่งระงับ

วันที่ 29 มิ.ย. 2563 เวลา 10:02 น.
นักวิเคราะห์คาดยอดโฆษณาเฟซบุ๊กร่วง หลังบริษัทยักษ์ใหญ่สั่งระงับ
นักวิเคราะห์คาดยอดขายโฆษณาของเฟซบุ๊กจะชะลอตัวลงมากสุดนับตั้งแต่เฟซบุ๊กเปิดขายหุ้น หลังบริษัทรายใหญ่ประกาศแบน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ยอดขายโฆษณาบนเฟซบุ๊กจะขยายตัวเพียง 1% ในไตรมาสสอง และเพิ่มขึ้น 7% ในไตรมาสสามของปีนี้ โดยเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่ที่เฟซบุ๊กเปิดขายหุ้น หลังเฟซบุ๊กถูกบริษัทรายใหญ่ๆ ประกาศแบนโฆษณา

นอกจากนี้ ยอดขายโฆษณาบนเฟซบุ๊กยังได้รับปัจจัยกดดันจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจอันเป็นผลจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ด้วย

ทั้งนี้ บริษัทยักษ์ใหญ่ของสหรัฐได้ระงับการโฆษณาบนเฟซบุ๊ก เพื่อประท้วงกรณีที่เฟซบุ๊กไม่ได้ดำเนินการมากพอกับการโพสต์ข้อความที่ก่อให้เกิดความเกลียดชัง โดยบริษัทชั้นนำอย่าง ยูนิลีเวอร์, เวริซอน และเบนแอนด์เจอร์รีส์ ประกาศว่า จะยุติการโฆษณาบนเฟซบุ๊ก อันเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ที่เรียกว่า "Stop Hate for Profit"

ด้านโคคา-โคล่า ได้ประกาศว่า จะระงับการโฆษณาบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียทั้งหมดทั่วโลกเป็นเวลาอย่างน้อย 30 วัน โดยชี้แจงว่า บริษัทไม่ได้เข้าร่วมการบอยคอตอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด เป็นเพียงการหยุดโฆษณาชั่วคราวเท่านั้น

กลุ่มสิทธิมนุษยชนต่างๆ ได้เรียกร้องให้มีการคว่ำบาตรเฟซบุ๊ก หลังจากการเสียชีวิตของนายจอร์จ ฟลอยด์ ชาวอเมริกันผิวสี และได้เรียกร้องให้เฟซบุ๊กดำเนินการมากขึ้นเพื่อยับยั้งการโพสต์ข้อความที่สร้างความเกลียดชัง และข้อมูลที่ไม่ถูกต้องบนแพลตฟอร์ม

ล่าสุดนายมาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก ซีอีโอของเฟซบุ๊กประกาศเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า เฟซบุ๊กจะเริ่มติดแถบเตือนโพสต์ที่ก่อให้เกิดความโกรธเคืองที่มาจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ และนักการเมืองรายอื่นๆ

นายซัคเคอร์เบิร์กเปิดเผยว่า เฟซบุ๊กจะเริ่มปรับปรุงนโยบายต่อต้านการโพสต์ข้อความที่สร้างความเกลียดชัง และข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง หลังจากที่บริษัทกว่า 100 แห่งเข้าร่วมการคว่ำบาตรการโฆษณาสินค้าบนแพลตฟอร์มของเฟซบุ๊ก