
แผ่นดินไหวใหญ่ 3 ครั้งซ้อน เวเนซุเอลา 7.5 - 7.2 ญี่ปุ่นระทึกซ้ำ 6.9
เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงต่อเนื่อง 2 ครั้งในเวเนซุเอลา (7.2 และ 7.5 แมกนิจูด) ในเวลาไล่เลี่ยกัน ญี่ปุ่นเผชิญแผ่นดินไหวขนาด 6.9 แมกนิจูด
KEY
POINTS
- เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงต่อเนื่อง 2 ครั้งในเวเนซุเอลา (7.2 และ 7.5 แมกนิจูด) ส่งผลให้อาคารหลายแห่งในกรุงการากัสพังถล่ม ประชาชนต้องอพยพหนีจ้าละหวั่น
- แผ่นดินไหวครั้งนี้ซ้ำเติมวิกฤตเศรษฐกิจของเวเนซุเอลาอย่างหนัก โดย USGS คาดการณ์ว่าความเสียหายอาจพุ่งสูงกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเทียบเท่ากับขนาดเศรษฐกิจของประเทศในปัจจุบัน
- ในเวลาไล่เลี่ยกัน ญี่ปุ่นเผชิญแผ่นดินไหวขนาด 6.9 แมกนิจูดทางตะวันออกเฉียงเหนือ เบื้องต้นยังไม่มีรายงานความเสียหายรุนแรงหรือผลกระทบต่อโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ แต่สั่งระงับการเดินรถไฟชินคันเซ็นในบางพื้นที่แล้ว
เกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงบริเวณชายฝั่งตอนเหนือของเวเนซุเอลา ส่งผลให้อาคารหลายแห่งในกรุงการากัส เมืองหลวงของประเทศพังถล่ม โดยศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ห่างจากเมืองมอนตัลบัน (Montalbán) ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ระดับประเทศ ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือราว 28 กิโลเมตร
สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) รายงานว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้วัดความรุนแรงเบื้องต้นได้ 7.5 แมกนิจูด โดยเกิดขึ้นเพียง 40 วินาทีหลังจากเหตุแผ่นดินไหวนำ (Foreshock) ขนาด 7.2 แมกนิจูด เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ประชาชนตื่นตระหนกและพากันอพยพครอบครัวพร้อมสัตว์เลี้ยงออกจากอาคาร มารวมตัวกันบนท้องถนนเพื่อความปลอดภัย
ด้านศูนย์เตือนภัยสึนามิของสหรัฐฯ ยืนยันว่าไม่มีความเสี่ยงที่จะเกิดคลื่นสึนามิ พร้อมยกเลิกประกาศเตือนภัยก่อนหน้านี้ที่ระบุว่าอาจมีคลื่นอันตรายซัดถล่มหลายพื้นที่ รวมถึงเปอร์โตริโกและหมู่เกาะเวอร์จิน
ซ้ำเติมวิกฤตเศรษฐกิจเวเนซุเอลา
แผ่นดินไหวครั้งนี้ถือเป็นการซ้ำเติมวิกฤตการณ์ของเวเนซุเอลาในช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุด แม้เวเนซุเอลาจะมีปริมาณสำรองน้ำมันมากที่สุดในโลก และเศรษฐกิจเคยรุ่งเรืองอย่างมาก แต่กลับต้องเผชิญภาวะชะงักงันมาหลายปีอันเนื่องมาจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ
ภาวะเงินเฟ้อขั้นรุนแรง ปัญหาการทุจริตในรัฐบาล และการบริหารจัดการอุตสาหกรรมน้ำมันที่ผิดพลาด ปัจจัยลบเหล่านี้ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) หดตัวลงถึงร้อยละ 80 นับตั้งแต่ปี 2013
แม้สหรัฐฯ จะเริ่มผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรจนเวเนซุเอลาสามารถเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันได้ทีละน้อย แต่ปัญหาเงินเฟ้อยังคงรุนแรง ประชาชนทั่วไปยังต้องดิ้นรนกับค่าแรงที่ตกต่ำ
นอกจากนี้ อุตสาหกรรมน้ำมันของประเทศยังต้องการเม็ดเงินลงทุนอีกหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อฟื้นฟูให้กลับไปใกล้เคียงกับยุคทองในช่วงปลายทศวรรษ 1990 ซึ่งเป็นช่วงที่ประเทศมีกำลังการผลิตน้ำมันสูงสุด
ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจที่ทรุดหนัก รัฐบาลเวเนซุเอลายังคงไร้ความชัดเจนในการหาแหล่งเงินทุนเพื่อนำมาซ่อมแซมอาคารบ้านเรือนที่พังถล่ม พยุงระบบสาธารณสุขที่กำลังเข้าขั้นวิกฤต ตลอดจนฟื้นฟูประเทศในภาพรวม
ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังคงต้องเดินหน้าเจรจาเงื่อนไขสำคัญ เพื่อเปิดทางให้ประเทศกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโลกอีกครั้ง
เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้จึงนับเป็นหายนะที่เข้ามาซ้ำเติมประชาชนในช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุด เนื่องจากชาวเวเนซุเอลาต้องทนทุกข์กับความยากจนแร้นแค้นขั้นรุนแรงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
แผ่นดินไหว 6.9 เขย่าญี่ปุ่น ไร้รายงานความเสียหายรุนแรง
ขณะเดียวกัน USGS รายงานการเกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.9 ทางตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากเหตุแผ่นดินไหวในเวเนซุเอลาเพียงไม่นาน
เบื้องต้นยังไม่มีรายงานความเสียหายรุนแรง แต่นายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ (Sanae Takaichi) ของญี่ปุ่น ได้สั่งการให้รัฐบาลเร่งประเมินขอบเขตความเสียหายอย่างเร่งด่วน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับปฏิบัติการรับมือภัยพิบัติฉุกเฉิน
ด้านนายมิโนรุ คิฮาระ (Minoru Kihara) เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น แถลงว่า "แผ่นดินไหวครั้งนี้ไม่มีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดคลื่นสึนามิ และขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ แต่ทางการจะประเมินสถานการณ์ต่อไป" พร้อมยืนยันว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในพื้นที่ยังไม่พบความผิดปกติใดๆ
ทั้งนี้ ศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ห่างจากเมืองคุจิไปทางตะวันออกเฉียงเหนือราว 35 กิโลเมตร ที่ระดับความลึก 51.7 กิโลเมตร
เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้บริษัทรถไฟญี่ปุ่นตะวันออก (JR East) ตัดสินใจระงับการให้บริการรถไฟความเร็วสูงชินคันเซ็นชั่วคราว ในเส้นทางระหว่างกรุงโตเกียวถึงสถานีชิน-อาโอโมริ ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของเกาะฮอนชู







