posttoday
ปิดมหากาพย์ทับลาน50ปี คืนสิทธิทำกินหรือเปิดช่องทุนรุกป่า ใครได้ใครเสีย

ปิดมหากาพย์ทับลาน50ปี คืนสิทธิทำกินหรือเปิดช่องทุนรุกป่า ใครได้ใครเสีย

25 มิถุนายน 2569

ครึ่งศตวรรษที่ชาวบ้านอยู่กับเงาป่า วันนี้ทับลานมาถึงทางแยกสำคัญ ระหว่างการคืนสิทธิทำกินกับความหวั่นเกรงว่าผืนป่าจะถูกเปิดช่องให้ทุนใหญ่ กลางแรงต้านในวันนี้

KEY

POINTS

  • รัฐบาลเตรียมยุติปัญหาที่ดินทับซ้อนในอุทยานแห่งชาติทับลานที่ยืดเยื้อกว่า 50 ปี โดยมีมติเพิกถอนแนวเขตพื้นที่กว่า 2.6 แสนไร่ เพื่อมอบให้ ส.ป.ก. จัดสรรสิทธิทำกินแก่ประชาชนที่อาศัยอยู่เดิม
  • นโยบายนี้มีเป้าหมายเพื่อคืนความเป็นธรรมให้ชาวบ้าน แต่ขณะเดียวกันก็สร้างความกังวลว่าจะกลายเป็นช่องทางให้นายทุนเข้าครอบครองที่ดินป่าอย่างถูกกฎหมาย โดยเฉพาะในพื้นที่ที่กลายเป็นรีสอร์ท
  • หัวใจสำคัญของแนวทางแก้ปัญหานี้คือกระบวนการพิสูจน์สิทธิที่เข้มงวด เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ได้รับประโยชน์คือชาวบ้านดั้งเดิม ไม่ใช่กลุ่มทุนที่เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ในภายหลัง

ความขัดแย้งเรื่องที่ดินทับซ้อนในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน กำลังเดินมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ หลังปัญหาเรื้อรังยาวนานกว่า 50 ปี ครอบคลุมพื้นที่กว่า 1.4 ล้านไร่ ในจังหวัดนครราชสีมาและปราจีนบุรี ถูกหยิบขึ้นมาแก้ไขอีกครั้ง ภายใต้นโยบายปรับปรุงแนวเขตอุทยานฯ เพื่อคืนสิทธิที่ดินทำกินให้ประชาชนที่อาศัยอยู่มาก่อนการประกาศเขตป่า

ภายใต้การนำของนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การเดินหน้าปรับปรุงแนวเขตครั้งนี้ถูกวางน้ำหนักไว้ที่คำว่า “ความยุติธรรม” ต่อชาวบ้านที่ถูกเขตอุทยานฯ ครอบทับมานานหลายทศวรรษ

แต่ในอีกด้านหนึ่ง กระแสคัดค้านจากฝ่ายอนุรักษ์และคำถามจากสังคมยังคงดังขึ้นพร้อมกันว่า นี่คือการคืนสิทธิให้คนตัวเล็ก หรือเป็นช่องทางให้ที่ดินป่าถูกเปลี่ยนมือไปสู่นายทุน

รากของปัญหาทับลานไม่ได้เริ่มจากการบุกรุกป่าเพียงมิติเดียว หากย้อนกลับไปในช่วงปี 2523-2524 จะพบว่า การประกาศเขตอุทยานแห่งชาติทับลานผูกโยงกับบริบททางการเมืองและความมั่นคงในยุคต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ รัฐในขณะนั้นใช้พื้นที่ป่าเป็นแนวกันชนทางยุทธศาสตร์ พร้อมจัดตั้งหมู่บ้านไทยสามัคคีและหมู่บ้านความมั่นคง เพื่อแยกชาวบ้านออกจากกลุ่มอุดมการณ์ทางการเมือง

กล่าวอีกด้านหนึ่ง ชาวบ้านจำนวนหนึ่งไม่ได้เดินเข้าไปอยู่ในพื้นที่ด้วยตนเองเพียงลำพัง แต่เป็นผลจากนโยบายรัฐที่จัดสรรให้เข้าไปอยู่อาศัยและทำกิน ก่อนที่เส้นเขตอุทยานฯ จะถูกขีดทับลงมาภายหลัง นี่คือจุดเริ่มต้นของ “แผลทางกฎหมาย” ที่ลากยาวมาจนถึงปัจจุบัน

ปิดมหากาพย์ทับลาน50ปี คืนสิทธิทำกินหรือเปิดช่องทุนรุกป่า ใครได้ใครเสีย

ในปี 2524 กรมป่าไม้ประกาศเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ครอบทับพื้นที่ที่มีประชาชนอยู่อาศัย รวมถึงที่ดิน ส.ป.ก. ซึ่งประกาศไว้ก่อนหน้านั้นเมื่อปี 2521 เพียง 3 ปี ข้อมูลจากข้อเท็จจริงที่ปรากฏระบุว่า อดีตอธิบดีกรมป่าไม้ในขณะนั้นเคยยอมรับว่า เป็นการ “ขีดเส้นไปก่อน” ตามสภาพป่าส่วนใหญ่ โดยตั้งใจว่าพื้นที่ใดมีปัญหาค่อยปรับแก้ภายหลัง เพื่อความรวดเร็วในการทำงาน

แต่คำว่า “ภายหลัง” กลับยืดเยื้อยาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ ชาวบ้านจำนวนมากจึงอยู่ในสภาพก้ำกึ่ง เป็นทั้งผู้อาศัยเดิมในสายตาตนเอง และเป็นผู้ครอบครองพื้นที่ทับซ้อนในสายตากฎหมายป่าไม้

หัวใจของนโยบายรอบนี้ คือมติคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติที่เห็นชอบให้เพิกถอนพื้นที่ทับซ้อนแนวเขตอุทยานฯ จำนวน 265,286 ไร่ เพื่อส่งมอบให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก. นำไปจัดสรรสิทธิทำกินให้ประชาชน

พื้นที่ดังกล่าวแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มหลัก ได้แก่ ที่ดิน ส.ป.ก. เดิมซึ่งประกาศปี 2521 ก่อนการประกาศเขตอุทยานฯ จำนวน 53,000 ไร่, พื้นที่หมู่บ้านไทยสามัคคีตามมติคณะรัฐมนตรีปี 2520 จำนวน 8,300 ไร่, พื้นที่หมู่บ้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาลปี 2535 จำนวน 84,000 ไร่, พื้นที่ส่งมอบให้กองทัพเพื่อใช้ซ้อมรบ 6,500 ไร่ และพื้นที่ทำกินดั้งเดิมนอกเขต ส.ป.ก. ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่วังน้ำเขียว มากกว่า 100,000 ไร่

ปิดมหากาพย์ทับลาน50ปี คืนสิทธิทำกินหรือเปิดช่องทุนรุกป่า ใครได้ใครเสีย

ตัวเลข 265,286 ไร่ จึงเป็นทั้ง “ความหวัง” และ “ความกังวล” ในเวลาเดียวกัน สำหรับชาวบ้านที่รอความชัดเจนมานาน นี่อาจเป็นโอกาสปิดปมประวัติศาสตร์ที่ทำให้ชีวิตติดอยู่กับความไม่มั่นคงทางสิทธิ แต่สำหรับฝ่ายอนุรักษ์ นี่คือการลดพื้นที่ประกาศเขตอุทยานฯ ครั้งใหญ่ ซึ่งต้องมีหลักประกันชัดเจนว่าจะไม่เปิดประตูให้การถือครองผิดกฎหมายได้รับประโยชน์ตามไปด้วย

นายสุชาติยืนยันว่า การดำเนินการครั้งนี้ไม่ได้ทำเพื่อนายทุน แต่ทำเพื่อประชาชนผู้ยากไร้ที่อยู่มาก่อนการประกาศเขตป่า พร้อมย้ำว่าหากไม่แก้ไขในวันนี้ ชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่อย่างถูกต้องอาจต้องรอต่อไปอีก 50 ปี

อย่างไรก็ตาม จุดที่สังคมจับตามากที่สุดคือพื้นที่กลุ่มที่ 5 โดยเฉพาะบางส่วนที่ปัจจุบันกลายสภาพเป็นรีสอร์ทหรือพื้นที่เชิงพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมระบุชัดว่า “ทุกแปลงต้องพิสูจน์สิทธิ” ไม่มีการยกให้โดยอัตโนมัติ และต้องตรวจสอบความเป็นเจ้าของที่แท้จริง เพื่อป้องกันไม่ให้ที่ดิน ส.ป.ก. กลายเป็นเครื่องมือเปลี่ยนผ่านทรัพยากรของรัฐไปอยู่ในมือทุน

นี่จึงไม่ใช่เพียงการขีดเส้นแผนที่ใหม่ แต่เป็นการทดสอบระบบพิสูจน์สิทธิของรัฐทั้งกระบวนการ ตั้งแต่การตรวจสอบเอกสาร การลงพื้นที่จริง การแยกชาวบ้านดั้งเดิมออกจากผู้ครอบครองภายหลัง ไปจนถึงการจัดการพื้นที่ที่ถูกใช้ผิดวัตถุประสงค์

ปิดมหากาพย์ทับลาน50ปี คืนสิทธิทำกินหรือเปิดช่องทุนรุกป่า ใครได้ใครเสีย

อีกด้านหนึ่ง อุทยานฯ จะได้รับพื้นที่ป่าสมบูรณ์คืนมาบางส่วนประมาณ 89,000 ไร่ ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ฝ่ายรัฐใช้ยืนยันว่า การปรับแนวเขตไม่ได้มีเพียงด้านการลดพื้นที่ป่า แต่ยังมีการคืนพื้นที่อนุรักษ์ที่เหมาะสมกลับสู่อุทยานฯ ด้วย

ถึงที่สุด มหากาพย์ทับลานจึงไม่ได้จบลงเพียงมติบนโต๊ะประชุม หากต้องจบด้วยความจริงในพื้นที่ทุกตารางนิ้ว หากรัฐพิสูจน์ได้ว่าผู้ได้รับสิทธิคือชาวบ้านที่อยู่มาก่อนจริง นี่อาจเป็นการคืนความเป็นธรรมครั้งสำคัญ แต่หากปล่อยให้ช่องว่างของกฎหมายถูกใช้เป็นบันไดให้นายทุนยึดทรัพยากรของชาติ คำว่า “คืนสิทธิ” ก็อาจกลายเป็นอีกชื่อหนึ่งของการเฉือนป่า

คำถามสุดท้ายจึงไม่ได้อยู่ที่ว่า ทับลานควรถูกขีดเส้นใหม่หรือไม่ แต่อยู่ที่ว่า รัฐจะกล้าขีดเส้นแบ่งระหว่าง “ชาวบ้านผู้รอความยุติธรรม” กับ “ทุนผู้รอโอกาส” ได้ชัดเจนเพียงใด

ข่าวล่าสุด

มท.3 ขึงขังสางโกงสอบท้องถิ่น ลั่นคนดีไม่กระทบ คนผิดไม่รอด

มท.3 ขึงขังสางโกงสอบท้องถิ่น ลั่นคนดีไม่กระทบ คนผิดไม่รอด