สื่อจีน-ญี่ปุ่นชี้ ‘สหรัฐ’ ต้นกำเนิด ‘ไวรัสโคโรนา’ ตัวจริง (3) 

วันที่ 21 มี.ค. 2563 เวลา 20:15 น.
สื่อจีน-ญี่ปุ่นชี้ ‘สหรัฐ’ ต้นกำเนิด ‘ไวรัสโคโรนา’ ตัวจริง (3) 
มีการศึกษาพบว่าไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่มีต้นกำเนิดจากที่อื่น แต่เริ่มระบาดหลังถูกนำพามาสู่ตลาดสดในเมืองอู่ฮั่น

หลังจากโคโรนาไวรัส (Covid-19) ระบาดอย่างหนัก บรรดาสื่อมวลชนตะวันตกพากันประโคมข่าวใหญ่ว่าไวรัสร้ายมีต้นกำเนิดจากสัตว์ในตลาดสดแห่งหนึ่งของเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ยทางตอนกลางของจีน

ทว่าการรายงานของสื่อมวลชนจีนและญี่ปุ่นอาจพลิกเปลี่ยนความเข้าใจที่สื่อมวลชนตะวันตกชี้นำ เพราะมีการศึกษาพบว่าโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่มีต้นกำเนิดจากที่อื่น หลากหลายตำแหน่งแห่งหน แต่เริ่มระบาดหลังถูกนำพาสู่ตลาด

หากพูดอย่างชัดเจนตามการรายงานของสื่อมวลชนตะวันออก ดูเหมือนว่าโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ไม่ได้มีต้นกำเนิดในจีนอย่างที่กำลังเข้าใจกัน แต่อาจมีต้นกำเนิดจากประเทศมหาอำนาจยักษ์ใหญ่ในอีกซีกโลกอย่าง “สหรัฐ”

• นักไวรัสวิทยาไต้หวันชี้ “โคโรนาไวรัส” มีต้นกำเนิดในสหรัฐ

สถานีโทรทัศน์ไต้หวันรายงาน (27 ก.พ.) แผนภาพและแผนผังที่ระบุว่าโคโรนาไวรัสมีต้นกำเนิดอยู่ในสหรัฐ โดยผู้นำเสนอเป็นนักไวรัสวิทยาและเภสัชกรชั้นนำที่ศึกษาแหล่งที่มาของไวรัสอย่างละเอียดและเนิ่นนาน

ผู้เชี่ยวชาญคนดังกล่าวอธิบายรูปแบบของสารพันธุกรรม (haplotype) อันหลากหลาย ความเชื่อมโยงในลักษณะจุดต่อจุด และประเด็นหลักคือรูปแบบการติดเชื้อในไต้หวันอาจมีต้นตอมาจากสหรัฐเท่านั้น

ตรรกะพื้นฐานคือตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ที่มีความหลากหลายของสายพันธุ์ไวรัสมากที่สุดต้องเป็นแหล่งต้นกำเนิดเพราะไวรัสสายพันธุ์หนึ่งๆ มิอาจเกิดขึ้นเองได้ โดยเขากล่าวว่าเฉพาะสหรัฐมีไวรัสอันเป็นที่รู้จักทั้งหมด 5 สายพันธุ์

ขณะที่เมืองอู่ฮั่นและพื้นที่ส่วนอื่นๆ ของจีนมีไวรัสอันเป็นที่รู้จักเพียง 1 สายพันธุ์ เช่นเดียวกับเกาหลีใต้ ไทย เวียดนาม สิงคโปร์ อังกฤษ เบลเยียม และเยอรมนี ทำให้เกิดสมมติฐานว่ารูปแบบของสารพันธุกรรมในประเทศอื่นๆ อาจมีต้นกำเนิดในสหรัฐ

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าเกาหลีใต้และไต้หวันมีรูปแบบของสารพันธุกรรมของโคโรนาไวรัสที่แตกต่างจากจีน คืออาจติดต่อกันง่ายกว่าแต่ร้ายแรงถึงตายน้อยกว่า โดยอัตราการเสียชีวิตอาจคิดเป็นเพียง 1 ใน 3 ของจีนเท่านั้น

ส่วนอิหร่านและอิตาลี แม้ไม่ได้อยู่ในการศึกษาของเขา แต่ปัจจุบันทั้งสองประเทศได้ถอดรหัสพันธุกรรมโคโรนาไวรัสในท้องถิ่นและพบว่ามีความแตกต่างจากจีน ซึ่งหมายความว่าไม่ได้มีต้นกำเนิดในจีนแต่ถูกนำเข้าจากแหล่งที่มาอื่น

อย่างไรก็ดี เป็นเรื่องน่าสังเกตว่าโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ในอิตาลีคร่าชีวิตผู้ป่วยจำนวนมากเกือบเทียบเท่าในจีน ซึ่งสูงกว่าประเทศอื่นๆ สามเท่า ขณะที่โคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ในอิหร่านมีความร้ายแรงมากที่สุดด้วยอัตราการเสียชีวิตร้อยละ 10-25

ผู้เชี่ยวชาญเสริมว่า ณ เวลานี้ที่มีการตรวจพบผู้ป่วยโรคโควิด-19 อย่างน้อย 1 รายใน 50 ประเทศทั่วโลก ควรมีการตรวจสอบตัวอย่างพันธุกรรมไวรัสโคโรนาในแต่ละประเทศ เพื่อชี้ชัดตำแหน่งต้นกำเนิดและแหล่งที่มา ตลอดจนรูปแบบการแพร่ระบาด

เมื่อไม่นานนี้ สหรัฐตรวจพบผู้ป่วยเสียชีวิตจาก “โรคพังผืดสะสมในปอด” (pulmonary fibrosis) เนื่องจากไม่สามารถหายใจได้ปกติมากกว่า 200 ราย แต่สภาพร่างกายและอาการทั้งหมดของผู้ป่วยเหล่านั้นมิอาจได้ด้วยโรคดังกล่าว

นักไวรัสวิทยาชาวไต้หวันผู้นี้เผยว่า เขาเขียนบทความเรียกร้องให้หน่วยงานสาธารณสุขของสหรัฐทบทวนสาเหตุการเสียชีวิตของผู้ป่วยเหล่านั้นว่ามาจากไวรัสโคโรนาหรือไม่ แต่อีกฝ่ายกลับอ้างว่าสาเหตุมาจากบุหรี่ไฟฟ้าและปล่อยให้เรื่องเงียบหายไป

นอกจากนั้นนักไวรัสวิทยาชาวไต้หวันยังชี้ว่า การระบาดของโคโรนาไวรัสอาจเริ่มต้นเร็วกว่าที่สันนิษฐานกัน อาจต้อง “มองย้อนกลับไปถึงเดือนกันยายน 2019” เมื่อพบชาวญี่ปุ่นที่ไม่เคยเดินทางเยือนจีนเลยติดเชื้อหลังกลับจากเกาะฮาวายของสหรัฐ

วันเวลาดังกล่าวเป็นเวลา 2 เดือนก่อนมีการระบาดในจีน และหลังสหรัฐสั่งปิดฟอร์ต เดทริก (Fort Detrick) ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการอาวุธชีวภาพในรัฐแมริแลนด์ โดยอ้างว่าสถานที่แห่งนี้ไม่สามารถป้องกันการสูญเสียจุลชีพก่อโรคได้

นักไวรัสวิทยาชาวไต้หวันทิ้งท้ายว่าเขาดำเนินการสืบสวนรายละเอียดของผู้ป่วยชาวอเมริกันที่เสียชีวิตเหล่านั้นอย่างรอบคอบ ซึ่งพบข้อบ่งชี้ว่าโคโรนาไวรัสอาจแพร่ระบาดในสหรัฐแล้ว แต่กลับถูกตีความให้เป็นโรคอื่น รวมถึงอาจถูกปกปิดอีกด้วย

อนึ่ง โกลบอล ไทม์ส สื่อทางการจีน รายงานกรณีผู้ป่วยในสหรัฐเสียชีวิต โดยญาติได้รับแจ้งว่าสาเหตุมาจากโรคไข้หวัดใหญ่ แต่ข้อมูลในใบมรณะบัตรกลับระบุว่าสาเหตุการเสียชีวิตมาจากโคโรนาไวรัส

ปัจจุบันยังไม่แน่ชัดว่าการวินิจฉัยโรคที่ย้อนแย้งกันในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นเป็นจำนวนเท่าไรในสหรัฐ แต่เป็นไปได้ว่ามีอีก เนื่องจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐขาดแคลนชุดตรวจสอบที่เชื่อถือได้ รวมถึงมีปัญหาการตรวจสอบอย่างทั่วถึง

ติดตามบทความตอนที่ 1 : สื่อจีน-ญี่ปุ่นชี้ ‘สหรัฐ’ ต้นกำเนิด ‘โคโรนาไวรัส’ ตัวจริง (1)

ติดตามบทความตอนที่ 2 : สื่อจีน-ญี่ปุ่นชี้ ‘สหรัฐ’ ต้นกำเนิด ‘โคโรนาไวรัส’ ตัวจริง (2) 

ที่มา : https://www.xinhuathai.com/high/china-japan-media-cov-3_20200317