เรือดำน้ำไทยในอันดามัน ลำเดียวมันจะพออะไร

วันที่ 09 ธ.ค. 2562 เวลา 19:29 น.
เรือดำน้ำไทยในอันดามัน ลำเดียวมันจะพออะไร
ทันทีที่เมียนมารับมอบเรือดำน้ำจากอินเดียมา ทำให้กองทัพเรือของไทยต้องแสดงปฏิกิริยาตอบสนองด้วยการเดินหน้าชี้แจงความจำเป็นที่ไทยจะเตรียมรับกับสถานการณ์ใหม่ และยังเตรียมใช้ฐานทัพเรือในภูเก็ตเพื่อจับตาความเคลื่อนไหวของเมียนมา

เมียนมาอาจจะไม่ใช่ศัตรูของไทย แต่การที่เพื่อนบ้านมีเทคโนโลยีทางทหารที่เหนือกว่า ก็เหมือนกับการที่เราปล่อยบ้านเปิดโล่งให้คนนอกเข้ามาเพ่นพ่านได้โดยที่เราไม่สามารถจะ "ตักเตือน" (หรือข่มขู่) อีกฝ่ายได้เลย

เมื่อเดือนเมษายน 2561 มีเรือดำน้ำไม่ทราบสัญชาติมาโผล่ข้างๆ เรือท่องเที่ยวนอกชายฝั่งภูเก็ต เล่นเอาผู้คนตกอกตกใจกัน และพยายามค้นหาว่าเป็นเรือของใคร กระทั่งลือไปว่าเป็นเรือที่ไทยเพิ่งรับมาจากจีน ซึ่งไม่เป็นความจริง ต่อมามีการชี้แจ้งว่าเป็นเรือดำน้ำของสหรัฐที่เข้าร่วมการซ้อมรบ Guardian Sea 2018

อาการตื่นตกใจสะท้อนว่าเมืองไทยไม่มีความมั่นคงใต้น้ำจนลือกันไปต่างๆ นานา และแม้การซ้อม Guardian Sea เองก็ดูขาดๆ เกินๆ เพราะเป็นการซ้อมต่อต้านเรือดำน้ำในอันดามัน โดยที่คู่ซ้อมคือไทยไม่มีเรือดำน้ำ

การซ้อมรบต่อต้านเรือดำน้ำเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับไทย เพราะน่านน้ำอันดามันกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของเอเชีย "เจ้าสมุทร" ของพื้นที่นี้คืออินเดีย ซึ่งมีเรือดำน้ำ 16 ลำและมีฐานทัพเรือที่หมู่เกาะอันดามันและนิโคบาร์ไม่ไกลจากภูเก็ต (และอันที่จริงไทยกับอินเดียมีพรมแดนติดต่อกันทางทะเล)

แต่ฐานะเจ้าสมุทรของอินเดียถูกจีนท้าทาย เพราะมีเรือดำน้ำจีนมาป้วนเปี้ยนแถวอันดามันหลายครั้ง เคยไปจอดที่ท่าเรือโคลอมโบ ประเทศศรีลังกา และตอนนี้จีนยังมีท่าเรือในศรีลังกาและปากีสถาน เรียกว่าวางหมากล้อมอินเดียเต็มๆ

มิหนำซ้ำอินเดียยังอาจระแวงไทยอยู่กลายๆ เพราะไทยซื้อเรือดำน้ำจากจีนและก่อนหน้านี้มีข่าวเรื่องจีนพยายามล็อบบี้ให้ไทยขุดคอคอดกระเป็นช่องทางลัดตัดจากทะเลจีนใต้มายังมหาสมุทรอินเดีย

ในฉากหน้า อินเดียจึงต้องพยายามดึงไทยมาร่วมเป็นพันธมิตรเอาไว้ โดยอินเดียสร้างแนวร่วมตรวจการทางทะเลจตุรภาคีระหว่างอินเดีย ไทย เมียนมา และอินโดนีเซีย ซึ่งนี่คือแกนแนวตั้ง และอินเดียยังประสานพันธมิตรแนวนอนโดยร่วมกับสิงคโปร์ในการลาดตระเวนแบบทวิภาคี จากนั้นในปีนี้ จึงมีการผสานแนวดิ่งกับแนวนอน ด้วยการจัดซ้อมรบไตรภาคีในทะเลอันดามันระหว่างอินเดีย ไทย และสิงคโปร์

นับตั้งแต่ยุคอาณานิคมในเอเชีย ไทยมีไม้ตายสำคัญที่มหาอำนาจต้องการคือคอคอดกระ ซึ่งไทยมักจะใช้เรื่องนี้มาเป็นไม้ตายต่อรองกับมหาอำนาจอยู่เสมอโดยขู่ว่าจะยกสัมปทานให้อีกฝ่ายขุด ทำให้อีกประเทศต้องยื่นข้อเสนอพิเศษสุดกว่าให้ไทย มาถึงยุคนี้คอคอดกระก็ยังเป็นสิ่งที่ประเทศใหญ่รอบข้างไทยหมายปองและระแวง เช่น กรณีของอินเดียกับจีน

การถ่วงดุลอำนาจจึงเป็นกลศึกสำคัญ ไทยจึงคบทั้งอินเดียโดยซ้อมรบร่วมกันและซื้อเรือดำน้ำจากจีน เช่นเดียวกับเมียนมาที่ซื้อเรือดำน้ำจากอินเดีย แต่ให้จีนมาลงทุนสร้างท่าเรือเจาะพยู (Kyaukpyu port) ให้ตรงอ่าวเบงกอล จ่อคอหอยอินเดียเลยทีเดียว

นอกจากจีนที่ส่งเรือลึกลับมาป้วนเปี้ยนแถวมหาสมุทรอินเดียแล้ว ตอนนี้อินเดียยังใช้นโยบาย Look East policy เข้าหาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อใช้ภูมิภาคนี้ช่วยยันอิทธิพลจีน แต่เท่านั้นไม่พออินเดียยังสร้างฐานทัพเรือเพิ่มที่หมู่เกาะอันดามันและนิโคบาร์ และจะเปิดฐานทัพแห่งที่ 3 คือ INS Kohassa ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าเอาไว้เพื่อรับมือกองเรือบนน้ำและใต้น้ำของจีนในอันดามันโดยเฉพาะ

ปัญหาของไทยคือเราไม่มีกองทัพเรือที่เข้มแข็งพอจะ "ไล่" ภัยคุกคามของประเทศใหญ่ที่มางัดข้อกันแถวนี้ได้ เรามีแต่การซ้อมรอบและลาดตระเวนที่ขาดยุทโธปกรณ์สำคัญ คือเรือดำน้ำ ในบรรดาประเทศพันธมิตรลาดตระเวนร่วมในทะเลอันดามัน มีแต่ไทยเท่านั้นที่ยังไม่มีเรือดำน้ำ

อินโดนีเซียมีเรือดำน้ำแล้ว 2 ลำและกำลังจะสั่งเพิ่มอีก 3 ลำ สิงคโปร์มีเรือดำน้ำถึง 2 ลำ (เดิมนั้นมีถึง 5 ลำ) กำลังสร้างอีก 1 ลำ เมียนมาเป็นประเทศล่าสุดที่ได้เรือดำน้ำมาครอง 1 ลำแล้ว และเตรียมเจรจาซื้ออีก 1 ลำจากรัสเซีย

ส่วนประเทศไทย 0 ลำ ยังไม่นับเพื่อนบ้านอาเซียนรายอื่นๆ ที่มีกันเกือบจะครบแล้ว เช่นเวียดนาม 6 ลำ มาเลเซีย 2 ลำ มีแต่ลาวที่ไร้ทางออกทะเล และฟิลิปปินส์กับกัมพูชาเท่านั้นที่ยังไม่มีเมือวัดสถานะทางเศรษฐกิจทั้ง 2 ประเทศยังไม่อาจเทียบไทยได้ คำถามก็คือเมื่อไทยมีศักยภาพที่จะซื้อแล้วจะรีรออะไรอีก?

เป็นเรื่องตลกที่ขำไม่ออกที่ไทยตกอยู่ในสภาพเป็นเจ้าของจุดยุทธศาสตร์ แต่ไม่มียุทโธปกรณ์ที่มีแสนยานุภาพมาปกป้อง

ความมั่นคงของชาติจะต้องฟังจากเสียงตัวแทนประชาชนในสภา หากมัวแต่ฟังเสียงชาวเน็ตเกรงว่าจะสายเกินไป เพราะตอนนี้ทั้งจีนและอินเดียใช้นโยบายที่แข็งกร้าวมากขึ้น และเพื่อนบ้านที่เข้ามา "เยี่ยม" น่านน้ำเราตอนไหนก็ได้ด้วยเรือดำน้ำโดยที่เราไม่ทันระวังตัว

ไทยเราไม่ใช่ลาวที่ไร้ทางออกทะเล ตรงกันข้ามไทยคือจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่อยู่ตรงกลางระหว่างมหาสมุทรอินเดียกับทะเลจีนใต้ การไม่มีอาวุธดีๆ มาครอบครอง ก็เหมือนบ้านที่ไม่มีรั้ว แถมยังเป็นบ้านบนทางสามแพร่งที่ใครๆ ก็มุ่งตรงเข้ามา

สรรพาวุธที่ซื้อมานั้นบางทีไม่ได้นำไปรบในทันที แต่ทำหน้าที่เป็นเหมือนรั้วลวดหนามที่เตือนพวกที่เข้ามาเพ่นพ่านใกล้ๆ เราได้ตระหนักว่าเข้ามาแล้วจะเจอดี