หัวเว่ยไม่เดินเดียวดาย เปิดโปรไฟล์ โรบิน ลีขุนพลเทคแดนมังกร

  • วันที่ 21 มิ.ย. 2562 เวลา 20:00 น.

หัวเว่ยไม่เดินเดียวดาย เปิดโปรไฟล์ โรบิน ลีขุนพลเทคแดนมังกร

 

ขณะที่สงครามเย็นด้านเทคโนโลยีกำลังก่อตัวขึ้นระหว่างจีนกับสหรัฐ จีนไม่ได้มีแค่หัวเว่ยเท่านั้นที่เป็นกำลังสำคัญในการสู้ศึกครั้งนี้ แต่ยังมีขุนพลด้านเทคโนโลยีอีกมากมายที่เตรียมจับอาวุธขึ้นสู้

หนึ่งในนั้นคือ Baidu ซึ่งเป็นชื่อที่คนไทยคุ้นเคยกันดี เพราะหลายปีก่อนเคยสร้างปรากฎการณ์ (ด้านลบ) มาแล้ว และทุกวันนี้หลายคนก็ยังไม่ลืม และไม่กล้าแตะต้องแบรนด์นี้

Baidu หรือไป่ตู้ เป็นเว็บช่วยค้นหาที่มีผู้ใช้มากที่สุดของจีน ดังมากจากการเป็นเสิร์ชเอ็นจิน โดยชื่อไป่ตู้ มีที่มาจากโคลงกลอนอายุกว่า 800 ปีที่แล้ว ในสมัยราชวงศ์ซ่งของจีน มีความหมายถึง การค้นหาอย่างต่อเนื่องเพื่อสิ่งที่ดีเลิศที่สุด

นอกเหนือจากค้นหาไฟล์ข้อมูลทั่วไปแล้ว ไป่ตู้ยังครอบคลุมการบริการทางอินเทอร์เน็ตทุกรูปแบบและหลากหลาย อาทิ ศูนย์รวมข้อกฎหมายของประเทศ หรือจุดโพสต์ข้อความถึงคนรักโดยเฉพาะ

แต่ตอนนี้ ไป่ตู้ยังเชี่ยวชาญด้าน AI ด้วย ซึ่งเป็นอาวุธสำคัญอย่างหนึ่งของกองทัพเทคแดนมังกร

แต่ใครคือเบื้องหลังของไป่ตู้?

ไป่ตู้ตั้งขึ้นโดย โรบิน ลี หรือหลี่เหยียนหง และเพื่อน ชาวแดนมังกรแท้ที่ใช้ประโยชน์จากความรู้และประสบการณ์ต่างแดนมาสร้างสรรค์งานให้กับคนในประเทศกว่าพันล้านคน และขยายไปยังเพื่อนบ้านข้างเคียงรวมถึงไทยในทุกวันนี้

นักธุรกิจมหาเศรษฐีวัย 43 ปี มาจากเมืองหยางเฉวียน มณฑลส่านซีของจีน เป็นบุตรคนที่ 4 จากพี่น้องทั้งหมด 5 คนของพ่อแม่ที่เป็นพนักงานโรงงาน ถึงครอบครัวจะมีฐานะธรรมดาประกอบกับสมาชิกมากแต่ ลี ก็ได้รับโอกาสทางการศึกษาที่ดี

Photo by GREG BAKER / AFP

ความโชคดีอีกประการหนึ่งคือ ลี ฉายแววหัวดีตั้งแต่ยังเด็ก นับตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม ผลการสอบเข้าของเขาติดอันดับที่ 2 จากนักเรียนทั้งหมดที่สอบเข้าแข่งขัน คอมพิวเตอร์คือชั่วโมงเรียนที่เขาโปรดปราน ช่วงเวลามัธยมของเขาเวียนวนอยู่กับการแข่งขันเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ทั้งในโรงเรียนและระดับเมือง นอกเหนือจากวิชาไอทีแล้ว ผลการเรียนวิชาอื่นๆ ของเขาก็ไม่น้อยหน้า พิสูจน์จากผลคะแนนการสอบเอนทรานซ์ระดับประเทศของเขาที่เป็นที่ 1 ของเมืองหยางเฉวียน

ลี เลือกเรียนต่อสาขาการจัดการข้อมูลของมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ครั้งนี้เป็นก้าวแรกที่ความรักในศาสตร์ไอทีพาเขามาไกลบ้าน รวมถึงเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จในชีวิตของเขาด้วย เพราะหลังจากนั้นเขาก็บินไปศึกษาต่อด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ที่สหรัฐ

ซึ่งหลังจากที่คว้าปริญญาโทได้อย่างตั้งใจแล้ว เขากลับเปลี่ยนใจไม่ไปต่อระดับปริญญาเอก แต่เลือกเข้าทำงานด้านพัฒนาระบบของหนังสือพิมพ์ The Wall Street Journal เวอร์ชั่นออนไลน์แทน

การเดินเส้นทางนี้นับว่าไม่ผิดพลาด เพราะเขาได้เรียนรู้การทำงานพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์เพื่อการใช้งานจริง ผลงานของ ลี ที่โดดเด่นในช่วงเวลา 3 ปีของการทำงานที่นี่คือ ระบบจัดสถิติของเว็บเพื่อการค้นหาที่ได้รับสิทธิบัตรจากสหรัฐ และต่อมาได้นำมาประยุกต์ใช้กับ Baidu ด้วย

เมื่อย้ายไปร่วมงานกับ Infoseek ในปี 1997 เขาก็ยังคงคาแรกเตอร์ของผู้นำริเริ่มสร้างสรรค์ด้วยการพัฒนาระบบค้นหาภาพที่ใช้ในเว็บไซต์ Go.com ที่สุดแล้วประสบการณ์ที่สั่งสมและความพร้อมทำให้เขาและเพื่อนตัดสินใจสร้างเว็บไซต์ค้นหาข้อมูลชื่อ Baidu ขึ้น

เพราะยิ่งเป็นงานของตัวเอง ลี จึงยิ่งทำเต็มที่ ผลักดัน Baidu ให้กลายเป็นเว็บไซต์ยิ่งใหญ่ที่สุดในจีน กินส่วนแบ่งตลาดเว็บเสิร์จเอนจิ้นไปถึง 80% เพียงแค่ 5 ปีหลังจากเปิดตัวในปี 2000 Baidu สามารถเปิดขายหุ้นบริษัทแก่ประชาชนเป็นครั้งแรกในตลาดซื้อขายหุ้นชื่อดังของสหรัฐ NASDAQ ได้ แถม 2 ปีถัดจากนั้นยังได้ร่วมเป็นบริษัทเชื้อสายมังกรแห่งแรกที่รวมอยู่ในตลาด NASDAQ 100

Photo by GREG BAKER / AFP

ในปี 2009 ในการประชุมประจำปีของบริษัท ลี นำเสนอนวัตกรรมใหม่ นั่นคือ Box Computing ซึ่งเป็นแพล็ตฟอร์มใหม่ ที่ผู้ใช้จะสามารถค้นหาทุกาสิ่งทุกอย่างที่พวกเขาต้องการในโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นเพจ เกม หรือช็อปปิ้ง

จุดเด่นของลีอย่างหนึ่ง คือเขาพยายามผลักดันผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อยู่เสมอ และได้รับการยอมรับในฐานะผู้บุกเบิกด้านนวัตกรรมชั้นนำของจีน เป็นบุคคลที่ทรงอิทธิพล 100 อันดับแรกของโลกเมื่อปี 2010

มีเรื่องขำไม่ออกอยู่เรื่องหนึ่งเกี่ยวกับความล้ำของโรบิน ลี เดือนกรกฎาคม 2017 ในที่ประชุมนักพัฒนาของไป่ตู้ หลีสร้างความฮือฮาด้วยการเปิดตัวรถยนต์ไร้คนขับกลางงานประชุมผ่านทางวิดิโอคอนเฟอเรนซ์ และบอกว่าตอนนี้เขากำลังขับรถ (อันที่จริงแค่นั่งมาเฉยๆ) มาจากวงแหวนที่ 5 ในกรุงปักกิ่ง มุ่งหน้ามายังที่ประชุม

แม้จะเป็นจะเป็นการโชว์เทคโนโลยีที่สุดล้ำ แต่ตำรวจไม่ล้ำด้วย และสั่งสอบสวนกรณีที่เขาใช้รถยนต์ไร้คนขับโดยไม่ได้รับอนุญาต

ปัจจุบัน โรบิน ลี มีทรัพย์สินมากถึง 18,80 ล้านเหรียญสหรัฐ (ตัวเลขจาก Forbes เมื่อปี 2017) แต่จากข้อมูลของ Forbes เมื่อเดือนมีนาคม พบว่าทรัพย์สินของเขาลดลง 2,400 ล้านเหรียญสหรัฐในช่วง 12 เดือนก่อนหน้านั้น สาเหตุเพราะนักลงทุนเริ่มกังวลว่า ไป่ตู้จะสู้การแข่งขันในตลาดไหวหรือไม่ ไม่ใช่เพราะการข่มขู่จากสหรัฐ แต่เพราะตลาดจีนมีการแข่งขันสูง จากตัวเอ้ในวงการออนไลน์อย่าง Alibaba และ Tencent รวมถึงผู้เล่นหน้าใหม่อย่าง Bytedance เจ้าของแอพ Tik Tok

แม้ว่าลีจะดันนวัตกรรมแบบปีต่อปี แต่นวัตกรรมไม่ใช่คำตอบของทุกอย่างในตลาดที่แข่งกันแบบเอาเป็นเอาตาย

ข่าวอื่นๆ