ทรัมป์อาจยกระดับแบนอุปกรณ์หัวเว่ย-แซดทีอี

วันที่ 28 ธ.ค. 2561 เวลา 10:28 น.
ทรัมป์อาจยกระดับแบนอุปกรณ์หัวเว่ย-แซดทีอี
สื่ออ้าง ปธน.ทรัมป์อาจใช้คำสั่งฝ่ายบริหาร ห้ามบริษัทเอกชนสหรัฐซื้ออุปกรณ์หัวเว่ย-แซดทีอี

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวในรัฐบาลสหรัฐจำนวน 3 ราย โดยระบุว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจมีการใช้อำนาจด้วยการออกคำสั่งฝ่ายบริหาร (executive order) ห้ามบริษัทเอกชนในสหรัฐ ใช้อุปกรณ์ในเครือข่ายโทรคมนาคมจากบริษัทหัวเว่ย และ แซดทีอี สองยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมจากนี้ ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงว่าอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือสอดแนม และจารกรรมข้อมูลของผู้ใช้งานในสหรัฐ

รายงานข่าวยังไม่มีการยืนยันจากทำเนียบขาวแต่อย่างใด

รายงานยังระบุอีกว่าคำสั่งดังกล่าวนั้นจะไม่มีการระบุชื่อของบริษัทจีนทั้งสองแต่อย่างใด แต่จะมีการกำหนดเงื่อนไขที่สอดคล้องกับบริษัททั้งสองโดยตรง

ปัจจุบันผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือในแถบชนบทของสหรัฐหลายเจ้าต่างล้วนเป็นลูกค้าของทั้งหัวเว่ยและแซดทีอี เนื่องจากมีราคาถูกกว่าคู่แข่ง และต่างเป็นกังวลว่าหากมีคำสั่งดังกล่าวออกมาจริง พวกเขาจะต้องรับผิดชอบด้วยการปลดอุปกรณ์เหล่านี้ออกจากเครือข่าย

รอยเตอร์ยังรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวในบริษัทด้านเทเลคอมแห่งหนึ่งว่า คำสั่งฝ่ายบริหารนี้คาดว่าอยู่ภายใต้การพิจารณามานานกว่าแปดเดือนแล้ว และอาจมีการประกาศเร็วสุดภายในเดือนมกราคมนี้  โดยจะสั่งให้กระทรวงพาณิชย์สหรัฐปิดกั้นบริษัทในสหรัฐที่เคยมีประวัติซื้ออุปกรณ์จากหัวเว่ย ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง

รายงานของรอยเตอร์ยังสอดคล้องกับก่อนหน้านี้ที่ The Wall Street Journal เคยรายงานกระแสข่าวดังกล่าวในช่วงต้นเดือนพฤษภาคมว่าคำสั่งนั้นกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณา รวมถึงเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาประธานาธิบดีทรัมป์ได้ลงนามสั่งห้ามหน่วยงานในรัฐบาลสหรัฐใช้อุปกรณ์ของทั้งสองบริษัทมาแล้ว

อย่างไรก็ดี ด้านโฆษกหญิงประจำกระทรวงต่างประเทศจีนได้ปฎิเสธแสดงความคิดเห็นใดๆ โดยระบุเพียงว่า รายงานดังกล่าวยังเป็นแค่กระแสข่าว และยังไม่มีการยืนยันใดๆจากรัฐบาลสหรัฐ แต่เธอได้ตั้งข้อสังเกตว่า หลายประเทศควรร่วมกันพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่าบริษัททั้งสองนั้นมีส่วนในการจารกรรมข้อมูล ตามที่กลายชาติกล่าวหาหรือไม่

ทั้งนี้ ความขัดแย้งด้านการค้าระหว่างจีน-สหรัฐ กลับมาปะทุอีกครั้งนับตั้งแต่ที่ทางการแคนาดาจับกุมนางสาวเมิ่ง หว่านโจว ซีเอฟโอ และทายาทของบริษัทหัวเว่ย ตามคำสั่งของสหรัฐ ด้วยข้อกล่าวหาว่าจัดตั้งบริษัทลูกบังหน้าในการทำธุรกรรมลับๆกับอิหร่าน เนื่องจากบริษัทหัวเว่ยมีสำนักงานและมีการจดทะเบียนต่อทางการสหรัฐด้วย จึงต้องอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของรัฐบาลสหรัฐเช่นกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต