แคชเชียร์มนุษย์ vs แคชเชียร์เอไอ

  • วันที่ 02 ธ.ค. 2561 เวลา 17:00 น.

แคชเชียร์มนุษย์ vs แคชเชียร์เอไอ

ร้านค้าไร้แคชเชียร์เป็นอีกหนึ่งเทรนด์เทคโนโลยีที่ถูกนำมาใช้ในวงการค้าปลีก ทว่ามันยังไม่สามารถรับมือกับกลโกงของบรรดาลูกค้าได้ดีนัก

ปัจจุบันนี้ พฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว จากที่เคยเดินเลือกซื้อด้วยตัวเองจากร้านค้าปลีกหรือซูเปอร์มาร์เก็ต ก็หันไปหาการช็อปปิ้งออนไลน์ และยังใช้เวลาเปรียบเทียบคุณภาพและราคา รวมทั้งศึกษาสินค้าที่ต้องการซื้อในอินเทอร์เน็ตก่อน แล้วค่อยออกไปซื้อชิ้นที่ต้องการที่ร้าน ไม่เดินเลือกเหมือนที่เคยทำก่อนที่การช็อปปิ้งออนไลน์จะผุดขึ้น

จากข้อมูลของบริษัทวิจัยด้านการตลาด eMarketer ของสหรัฐ พบว่าปีนี้เฉพาะในสหรัฐประเทศเดียว อีคอมเมิร์ซเติบโตถึง 16% หรือคิดเป็นมูลค่า 525,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

ด้วยเหตุนี้ บรรดาร้านค้าปลีกจึงพากันปรับตัวเป็นการใหญ่ ด้วยความหวังว่าจะตรึงลูกค้าไว้ให้ได้ และนั่นก็คือการหาทางอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าให้ได้มากที่สุด

ไพ่ใบล่าสุดของธุรกิจค้าปลีกคือ ร้านค้าไร้แคชเชียร์ ที่นำระบบปัญญาประดิษฐ์ กล้องวงจรปิด และแอพพลิเคชั่นเข้ามาแทนที่พนักงานคิดเงิน ซึ่งนำโดยยักษ์ใหญ่ค้าปลีกอย่างอเมซอน นอกจากนี้ ยังมีสตาร์ทอัพค้าปลีกไร้แคชเชียร์ผุดขึ้นมาราวดอกเห็ด

หนึ่งในนั้นก็คือ ร้านสแตนดาร์ดสโตร์ ที่ดำเนินการโดยสแตนดาร์ด ค็อกนิชั่น (Standard Cognition) สตาร์ทอัพจากซานฟรานซิสโก ที่ติดตั้งกล้อง 27 ตัวไว้บนเพดานกระจายทั่วพื้นที่ 185 ตร.ม. เพื่อติดตามบันทึกสินค้าที่ลูกค้าหยิบลงตะกร้า เมื่อลูกค้าออกจากร้านบิลรายการสินค้าก็จะปรากฏในแอพพลิเคชั่น

ทว่าจากการทดลองใช้ แคชเชียร์ปัญญาประดิษฐ์ยังไม่สามารถแก้ปัญหาการเล่นตุกติกของลูกค้า เช่น การหยิบสินค้าแบบเดียวกันสองชิ้นพร้อมๆ กันด้วยมือข้างเดียว ปรากฏว่าระบบคิดเงินเพียงชิ้นเดียว แต่ถึงอย่างนั้น ไมเคิล ซัสวาล ผู้ก่อตั้ง Standard Cognition กลับมองเป็นเรื่องดี “ถ้ามีคนพยายามขโมยของถือว่าเป็นเรื่องดี เพราะเขาจะได้นำวิดีโอที่บันทึกไว้ไปสอนปัญญาประดิษฐ์ให้จดจำพฤติกรรมต้องสงสัยไว้”

อย่างไรก็ดี แม้ความสามารถของแคชเชียร์ปัญญาประดิษฐ์จะพัฒนาขึ้น แต่บริษัทค้าปลีกส่วนใหญ่เชื่อมั่นว่าแคชเชียร์ที่เป็นมนุษย์มีเลือดมีเนื้อยังจำเป็นสำหรับธุรกิจนี้ แมนิอาร์ ผู้จัดการร้านสแตนดาร์ดสโตร์เผยว่า ช่วงแรกพนักงานต่างพากันกังวลว่าอาชีพของพวกเขาจะหายไป ปัญญาประดิษฐ์กลับอำนวยความสะดวกให้ลูกค้า ส่วนพนักงานก็ยังมีงานอื่นในร้านให้ทำ เช่น ให้คำแนะนำเกี่ยวกับสินค้าและงานบริการลูกค้าอื่นๆ

ขณะที่ เจนญา ไบลิน ประธานฝ่ายปฏิบัติการบริษัทค้าปลีก Trigo Vision ในเมืองเทลอาวีฟของอิสราเอล เผยว่า ระบบแคชเชียร์ปัญญาประดิษฐ์ใช้เงินลงทุนค่อนข้างสูง บริษัทของเธอเสียค่าใช้จ่ายถึง 30,000 เหรียญสหรัฐในการติดตั้งกล้องและอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ในพื้นที่ 167 ตร.ม. ทั้งยังมีค่าบำรุงรักษาอุปกรณ์ตามมา

ข้อด้อยต่างๆ เหล่านี้ อาจจะไม่จูงใจให้เจ้าของธุรกิจค้าปลีกหันมาใช้แคชเชียร์ปัญญาประดิษฐ์ หรืออาจชะลอการตัดสินใจออกไป

ภาพ : Standard Cognition

ที่มา www.m2fnews.com

 

เรื่องอื่นๆที่คุณอาจสนใจ

Nytive

ข่าวอื่นๆ