ผู้ว่าฯอินโดยืนยันทั้งน้ำตาไม่ได้หมิ่นศาสนา

วันที่ 14 ธ.ค. 2559 เวลา 19:01 น.
ผู้ว่าฯอินโดยืนยันทั้งน้ำตาไม่ได้หมิ่นศาสนา
ผู้ว่าการกรุงจาการ์ตาขึ้นศาลคดีหมิ่นศาสนาอิสลาม ยืนยันไม่มีเจตนาวิจารณ์คำสอนศาสนา

วานนี้ บาสุกิ จาฮายา ปูร์นามา หรือ อาฮอก ผู้ว่าการกรุงจาการ์ตาของอินโดนีเซีย เดินทางไปขึ้นศาลในกรุงจาการ์ตาเป็นครั้งแรกในคดีหมิ่นศาสนาอิสลาม ท่ามกลางแรงกดดันจากกลุ่มชาวมุสลิมที่เรียกร้องให้จำคุกผู้ว่าการเชื้อสายจีนรายนี้ จนทำให้เกิดความกังวลตามมาว่าอาจจะเกิดความขัดแย้งทางเชื้อชาติและศาสนาที่รุนแรงขึ้นในประเทศแห่งนี้

อาฮอก ให้การต่อศาลว่า คำพูดระหว่างปราศรัยหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าการกรุงจาการ์ตาเมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา มีเจตนาติติงนักการเมืองฝั่งตรงข้ามที่บิดเบือนคำสอนในคัมภีร์อัลกุรอานมาใช้เพื่อโจมตีตัวเขาเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาจะวิพากษ์วิจารณ์หลักคำสอนของศาสนาอิสลามแต่อย่างใด รวมทั้งยังพูดถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างตัวเขากับพ่อบุญธรรมที่เป็นชาวมุสลิม และเอ่ยถึงการช่วยเหลือให้ชาวอินโดนีเซียที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ได้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ที่เมืองมักกะฮ์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย

ขณะที่ด้านนอกศาล มีทั้งกลุ่มผู้สนับสนุนและกลุ่มต่อต้านที่มาปักหลักชุมนุมเพื่อรับฟังผลการพิจารณาคดี จนเจ้าหน้าที่ต้องระดมกำลังรักษาความปลอดภัย และต้องนำรถตำรวจและรั้วเหล็กมากั้นไม่ให้ทั้งสองกลุ่มเผชิญหน้ากัน โดยหลังจากพิจารณาคดี ศาลมีคำสั่งเลื่อนการพิจารณาออกไปเป็นวันที่ 20 ธ.ค.นี้

อาฮอก เป็นผู้ว่าการเมืองหลวงของอินโดนีเซียคนแรกในรอบ 50 ปีที่ไม่ได้เป็นชาวมุสลิม โดยตัวเขามีเชื้อสายชาวจีนอยู่ด้วย ซึ่งในอินโดนีเซียถือว่าเป็นชนกลุ่มน้อยของประเทศ หลังจากเข้ารับตำแหน่งต่อจากประธานาธิบดี โจโก วิโดโด เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ก็มีกลุ่มชาวมุสลิมหัวรุนแรงบางกลุ่มพยายามคัดค้านการดำรงตำแหน่งของเขา เนื่องจากชาวมุสลิมกลุ่มนี้ไม่อยากมีผู้นำที่ไม่ใช่ชาวมุสลิม

อย่างไรก็ดี คะแนนนิยมของอาฮอกกลับเพิ่มขึ้นนำคู่แข่ง อันเนื่องมาจากนโยบายที่ถูกใจชนชั้นกลาง ไม่ว่าจะเป็นการแก้ปัญหาจราจรติดขัด ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของเมืองหลวง การบรรเทาปัญหาน้ำท่วม การปฏิรูประบบราชการ และการรักษาพยาบาลฟรี ทว่าระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าการ คำปราศรัยของเขากลับถูกตัดต่อเพื่อทำให้ดูเหมือนเขาวิพากษ์วิจารณ์คำสอนในคัมภีร์อัลกุรอานจนนำมาสู่การดำเนินคดี ซึ่งหากศาลตัดสินว่าผิดจริง ผู้ว่าการวัย 50 ปี อาจถูกจำคุกอย่างมาก 5 ปี

ขณะที่หลายฝ่ายมองว่า การดำเนินคดีในครั้งนี้มีการเมืองและเชื้อชาติเข้ามาเกี่ยวข้อง อาร์รอน คอนเนลลี นักวิจัยด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จากสถาบันวิจัยโลวีในออสเตรเลีย มองว่า อาฮอกไม่ได้หมิ่นศาสนาตามข้อกล่าวหา การดำเนินคดีดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าแนวคิดอนุรักษนิยมในอินโดนีเซียกำลังเพิ่มขึ้น และยังกล่าวอีกว่า หากผู้ว่าการคนปัจจุบันถูกจำคุก ใครก็ตามที่เข้ามารับไม้ต่อจากเขาจะกลายเป็นคู่แข่งคนสำคัญของประธานาธิบดีวิโดโดในการเลือกตั้งผู้นำที่จะมีขึ้นในปี 2019

ด้าน เกร็ก เฟียลี ศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย วิเคราะห์ว่า กระแสต่อต้านคนเชื้อสายจีนในอินโดนีเซียเริ่มรุนแรงขึ้นหลังจากประธานาธิบดีวิโดโดขึ้นรับตำแนห่ง เนื่องจากกระแสการลงทุนจากจีนเริ่มหลั่งไหลเข้าอินโดนีเซีย ในช่วงที่ผ่านมาแม้ทางการอินโดนีเซียจะพยายามผ่อนปรนการเผชิญหน้า อาทิ การให้เสรีภาพในการนับถือศาสนา แต่การดำเนินคดีครั้งนี้จะยิ่งตอกย้ำว่า อินโดนีเซียที่ประกาศตัวเป็นประเทศมุสลิมสายกลางกำลังเดินถอยหลังในแนวทางสุดโต่ง

บทความแนะนำ