เสพศิลป์แห่งค็อกเทล ที่ กา

  • วันที่ 12 ต.ค. 2561 เวลา 15:30 น.

เสพศิลป์แห่งค็อกเทล ที่ กา

เรื่อง คุณมัลล์ ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์

คาคืนนี้จะพาไปเปิดประสบการณ์ใหม่กับค็อกเทลสุดครีเอทที่ร้าน “กา” (Gaa) ทุกแก้วเป็นซิกเนเจอร์รังสรรค์จากอินสไปเรชั่นที่ได้จากวัตถุดิบท้องถิ่นในประเทศไทย

ร้านกา เป็นอาคารปูนเก่า รีโนเวตจนกลายเป็นบ้านที่มีความโมเดิร์นผสมวินเทจ ยังคงกลิ่นอายของตัวตึกเดิมไว้ เช่น เหล็ก ปูนเผยให้เห็นโครงสร้างแบบอินดัสเทรียล

ร้านแบ่งออกเป็น 2 โซน คือ ไดนิ่งรูมและโซนบาร์ การตกแต่งโซนบาร์มีโต๊ะขนาดใหญ่ตรงกลางห้อง รองรับได้ 8-10 ที่นั่ง สำหรับลูกค้ากลุ่มใหญ่ หรือจะแชร์ที่นั่งกันก็เป็นการสร้างมิตรในอีกรูปแบบหนึ่ง

ตามผนัง 2 ด้าน มีโต๊ะสำหรับ 2-4 ที่นั่ง ผนังอีกด้านหนึ่งเป็นกระจกใสมองเห็นบรรยากาศด้านนอก เรียกว่าทุกโต๊ะถูกออกแบบเพื่อความเป็นส่วนตัวของลูกค้ามากๆ

ที่สะดุดตา คือ ภาพจิตรกรรมผู้หญิงขนาดใหญ่ เสมือนสัญลักษณ์นำเสนอเรื่องราวผู้หญิงคนหนึ่งที่เคยอาศัยอยู่ที่นี่มาก่อน

สร้างบรรยากาศด้วยแสงเล่นระดับแสงสีกับผนังที่ยังเผยพื้นผิวขรุขระ ให้เห็นถึงความเก่าเติมความใหม่ด้วยการทาสีขาวชมพูตัวแทนของผู้หญิง มีเสน่ห์ชวนหลงใหล มีความละเอียดอ่อนแต่ไม่ได้อ่อนหวานไปเสียทีเดียวเพราะคุมโทนบรรยากาศร้านด้วยสีเอิร์ธโทนของเฟอร์นิเจอร์ ให้ความรู้สึกอบอุ่น สบายตา

ในส่วนของอาหารถูกครีเอทโดย “การิมา อโรร่า” (Garima Arora) เชฟหญิงเชื้อสายอินเดีย ที่รวบรวมความรู้และประสบการณ์ปรุงอาหาร ที่สั่งสมมาจากการทำงานในร้านอาหารชั้นนำทั่วโลกมาสู่ร้านกา และประยุกต์ใช้กับวัตถุดิบท้องถิ่นทั่วประเทศไทย เพื่อรังสรรค์เป็นเมนูอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนที่ใดในโลก

อาหารในแบบฉบับกา เมนูมี 2 คอร์ส คือ อาหาร 10 และ 14 อย่าง จับคู่อาหารกับน้ำผลไม้ ไวน์ และคอมบูชา เป็นอาหารสไตล์โมเดิร์น อีเคล็กติก (Modern Eclectic) นำวัตถุดิบชั้นดีภายในประเทศมาปรุงและประยุกต์ด้วยเทคนิคทั้งแบบคลาสสิกและแบบร่วมสมัย

ค็อกเทลก็ถูกครีเอทจากวัตถุดิบท้องถิ่นทั่วประเทศไทย และนำมาหมักดองบ่มกลั่นกรอง เรียกว่ากว่าจะได้ค็อกเทลแต่ละสูตรต้องผ่านกรรมวิธีหลายขั้นตอน เบื้องหลังราวกับห้องทดลองวิทยาศาสตร์

“ลิ้นจี่ สาเก” ไอเดียเริ่มจากอยากทำสาเกที่ไม่มีการกรอง (สาเกปกติจะใส) เพื่อโชว์เทกซ์เจอร์ของส่วนผสม สูตรนี้นำผลลิ้นจี่ไปหมัก 2-3 วัน พอได้น้ำแล้วจัดเสิร์ฟเป็นค็อกเทลเลย

น้ำออกสีขุ่นจากเนื้อลิ้นจี่ยุ่ยละเอียด ได้รสหวานเปรี้ยวและมีกลิ่นหอมเฉพาะของลิ้นจี่อย่างชัดเจน มีความซ่านิดๆ จากการหมักที่ทำปฏิกิริยากับยีสต์ แก้วนี้หากดื่มก่อนรับประทานอาหาร สามารถเป็นตัวเรียกน้ำย่อยได้ด้วย อารมณ์คล้ายคอมบูชา แต่มีแอลกอฮอล์ที่เกิดจากการหมัก

“สไปซี่ มาการิต้า” สีชมพูได้มาจากน้ำแตงโม ทางร้านคิดค้นสูตรตั้งชื่อว่า “วอเทอร์เมลอน อุเมะ” ตกแต่งท็อปแก้วด้วยเกลือกับพริกให้อารมณ์ไทยๆ เหมือนพริกเกลือ

ไอเดียแก้วนี้ นำน้ำแตงโมหมักกับโยเกิร์ตเวย์ ประมาณ 3 วัน จะมีรสเปรี้ยวนิดหนึ่งเติมน้ำผึ้งและเกลือลงไปเพื่อให้รสชาติที่เรียกว่า อุเมะ (เวลาดื่มจะได้รสชาติเหมือนอุเมะชู)เมื่อได้ส่วนของวอเทอร์เมลอน อุเมะ ก่อนเสิร์ฟนำมาผสมกับ เตกีลา ไซรัป น้ำมะนาวสด

แก้วนี้เหมาะมากกับบรรยากาศเมืองไทยที่ร้อนเสียเป็นส่วนใหญ่ ตอนแรกทางร้านทำวอเทอร์เมลอน อุเมะ เพื่อเป็นเวลคัมดริงก์ แต่รสชาติเหมาะกับการแพริ่งกับพอร์กกริลล์จึงเป็นจูซแพริ่งได้ แต่ถ้าอยากได้รสชาติแอลกอฮอล์ก็สั่งเป็นค็อกเทล

ในการครีเอทการทำอาหารหรือเครื่องดื่มทีมเชฟของกาจะใช้วัตถุดิบให้คุ้มค่าที่สุดและสกัดเอาสิ่งที่ดีที่สุดมาชูเป็นจุดเด่น พยายามทิ้งวัตถุดิบให้น้อยที่สุด และไม่ว่าจะประยุกต์ออกมาเป็นแบบไหน ไม่ใช่แค่ไอเดียเลิศ หน้าตาหรู หากรสชาติและคุณประโยชน์ต้องสำคัญที่สุด

ค็อกเทลซิกเนเจอร์ทุกสูตรที่รังสรรค์ขึ้นมา จึงมั่นใจได้เลยว่ารสชาติเลิศ ไม่ได้ดีแค่ไอเดีย

ร้าน กา ตั้งอยู่ถนนหลังสวน (ตรงข้ามซอยหลังสวน 3) เปิดทุกวัน เวลา 18.00-24.00 น.(ปิดรับออร์เดอร์ เวลา 22.00 น.) โทร.09-1419-2424 

ข่าวอื่นๆ