"โควิดชลบุรี"พบติดเชื้อใหม่ 139 ราย คลัสเตอร์ค่ายทหารยังลาม

วันที่ 02 ธ.ค. 2564 เวลา 07:03 น.
"โควิดชลบุรี"พบติดเชื้อใหม่ 139 ราย คลัสเตอร์ค่ายทหารยังลาม
ชลบุรี- พบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ อีก 139 ราย ส่วนใหญ่ติดเชื้อจากการสัมผัสผู้ป่วยยืนยัน จากครอบครัว ที่ทำงาน ขณะที่คลัสเตอร์ค่ายทหารยังระบาดต่อเนื่อง พบอีก 3 ราย

เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 64 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี รายงานว่า วันนี้มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ จำนวน 139 ราย เสียชีวิต 1 ราย รวม ราย 762 ราย

ผู้ติดเชื้อรายใหม่มาจาก 1. Cluster เขตพื้นที่ทหารเกณฑ์ อ.สัตหีบ (ทหารเกณฑ์) 3 ราย สะสม 1,799 ราย มีการระบาดอย่างต่อเนื่องยังควบคุมไม่ได้ 2. คนที่พักอาศัยในจังหวัดระยอง เข้ามารักษาในจังหวัดชลบุรี 5 ราย สะสม 5,111 ราย และจังหวัดอื่นๆรวมสะสม 1,831 ราย 3. Cluster บริษัท เจ.เอส.วี. เทคนิคอล จำกัด อ.พานทอง 4 ราย 4. อาชีพเสี่ยงพบปะผู้คนจำนวนมาก 1 ราย 5. บุคลากรทางการแพทย์ 1 ราย 6. ให้ประวัติเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงต่างจังหวัด (พัทลุง 1 ราย,ระยอง 1 ราย) 7. สัมผัสผู้ป่วยยืนยัน(ครอบครัว 34 ราย,สถานที่ทำงาน 35 ราย,บุคคลใกล้ชิด 9 ราย,ร่วมวงสังสรรค์ 10 ราย) 8. สัมผัสผู้ป่วยยืนยัน (อยู่ระหว่างสอบสวนโรค) 9 ราย 9. อยู่ระหว่างการสอบสวนโรค 26 ราย

ณ 2 ธันวาคม 2564 จังหวัดชลบุรี มีผู้ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม 1,682,636 คน ซึ่งในเดือนนี้ มีผู้ที่ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว ติดเชื้อ 1,367 คน ปอดอักเสบ 11 คน ใส่ท่อช่วยหายใจ 2 คน เสียชีวิต 4 คน

ส่วนผู้ที่ฉีดวัคซีนเพียง 1 เข็ม 154,585 คน และไม่ได้ฉีดวัคซีนอีก 486,239 คน รวม 640,824 คน ในเดือนนี้ พบผู้ติดเชื้อที่ฉีดวัคซีนไม่ครบ 674 คน และไม่ได้ฉีดวัคซีนติดเชื้อ 4,473 คน ปอดอักเสบ 54 คน ใส่ท่อช่วยหายใจ 7 คน เสียชีวิต 30 คน

สำหรับวันนี้ พบผู้ป่วยผู้ป่วยปอดอักเสบรายใหม่ 2 ราย (พบประวัติการรับวัคซีน 1 ราย และไม่พบประวัติการรับวัคซีน 1 ราย) และพบผู้เสียชีวิตรายใหม่ 1 ราย (เพศชายอายุ 47 ปี) มีปัจจัยเสี่ยงร่วมที่ทำให้ความรุนแรงของโรคที่นำไปสู่การเสียชีวิต คือ ผู้ป่วยติดสุรา มีโรคประจำตัว และไม่พบประวัติการรับวัคซีน ดังนั้น การฉีดวัคซีนจะช่วยลดความรุนแรงของโควิด-19 ผู้ที่อาศัยในจังหวัดชลบุรี ควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว หญิงตั้งครรภ์ เนื่องจากผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน มีโอกาศที่จะมีอาการรุนแรงมากกว่าผู้ที่ฉีดวัคซีน ซึ่งนำไปสู่การเสียชีวิตจากโรคโควิด 19 และกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว หญิงตั้งครรภ์ จะมีอาการมากกว่ากลุ่มอื่น

การระบาดของโควิด-19 ระลอกเดือนเมษายน เริ่มจากแหล่งสถานบันเทิง สู่ครอบครัว มาสู่เพื่อนร่วมงาน มาสู่ชุมชนที่พักอาศัยพนักงาน แรงงาน ซึ่งมีปัจจัยเสี่ยงมาจากการทานข้าวร่วมกัน หรือมีกิจกรรมใกล้ชิด สังสรรค์แม้จะเป็นเพียงกลุ่มเล็ก 2-3 คนในเพื่อนสนิท ทำให้เกิดการระบาดเป็นกลุ่มก้อน (Cluster) ในที่มีผู้คนรวมตัวกัน ทั้งในในสถานประกอบการ ตลาด แคมป์คนงานก่อสร้าง และชุมชนที่พักอาศัย ค่ายทหาร

ขอความร่วมมือ แหล่งชุมชุมชนดังนี้ ตลาด 1. ผู้ค้าหรือลูกจ้าง ไม่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ค้าหรือลูกจ้างร้านอื่น ๆ ไม่ทานอาหารใกล้ชิดด้วย 2. ไม่สังสรรค์ 3. ป่วยต้องหยุด 4. ทำความสะอาดห้องน้ำสม่ำเสมอ โดยเฉพาะจุดสัมผัสร่วม หลังออกจากห้องน้ำต้องล้างมือทุกครั้ง ไม่ใช้มือจับหน้าโดยไม่ล้างมือ 5. ใส่แมสก์ตลอดเวลา 6. เมื่อมีผู้ติดเชื้อในตลาด หากมีการตรวจเชิงรุก ขอให้รับการตรวจเชิงรุกทุกคน 7. เมื่อมีการปิดตลาด ขอความร่วมมือผู้สัมผัส หรือมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อให้หยุดอยู่บ้าน 8. ไม่รับแรงงานต่างด้าวจากพื้นที่เสี่ยง 9 มีการสุ่มตรวจ ATK สม่ำเสมอ

สถานประกอบการ 1. ไม่สังสรรค์ ไม่ตั้งวงดื่มเหล้า 2. อาหารต้องไม่ทานใกล้ชิดด้วย 3. ป่วยต้องหยุด 4. จุดสัมผัสร่วม ต้องทำความสะอาดบ่อยๆ เช่น ลูกบิด ราวบันได สแกนนิ้วมือ เซ็นชื่อแล้วต้องล้างมือทันที 5. เคร่งครัดในสุขอนามัยส่วนบุคคล ใส่แมสก์ตลอดเวลา ล้างมือบ่อยๆ อยู่ห่างๆกัน 6 สุ่มตรวจ ATK สม่ำเสมอ

สำหรับผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ต้องมีการกักตัวอย่างเข้มงวด ไม่ออกไปแพร่เชื้อ